"เซ็นสัญญานี้ซะ แล้วคุณจะได้ทุกอย่างที่นักเขียนบทไส้แห้งคนหนึ่งฝันถึง... รวมถึงตั๋วเครื่องบินไปนิวยอร์กเที่ยวเดียวด้วย"
เอกสารปกสีน้ำตาลเข้มถูกเลื่อนมาหยุดตรงหน้า กรรณา ก้มมองกระดาษแผ่นนั้นสลับกับใบหน้าเรียบเฉยของโปรดิวเซอร์มือทองแห่งวงการบันเทิง แววตาของเธอไม่ได้ฉายความตื่นเต้นยินดีอย่างที่อีกฝ่ายคาดหวัง ตรงกันข้าม มันกลับเต็มไปด้วยความลังเลที่ซ่อนไว้ภายใต้รอยยิ้มหยัน
นิวยอร์ก... เมืองที่ไม่มีวันหลับใหล เมืองที่เต็มไปด้วยโอกาสมหาศาลสำหรับคนมีฝัน แต่มันก็อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ชนิดที่เรียกว่าคนละซีกโลก
"สามปี..." กรรณาพึมพำกับตัวเอง เสียงของเธอเบาหวิวราวกับขนนก "มันไม่ใช่แค่การเดินทางไปดูงานสั้นๆ นะครับ... เอ๊ย หมายถึง ไม่ใช่แค่การไปทำงานชั่วคราว"
"โอกาสแบบนี้ไม่ได้วิ่งเข้าหาใครง่ายๆ นะกรรณา" น้ำเสียงของโปรดิวเซอร์หนุ่มเข้มขึ้นเล็กน้อย เจือความหงุดหงิดที่ต้องมานั่งรอคำตอบจากเด็กดื้อ "โปรเจกต์ระดับโกลบอล โกอินเตอร์ไปร่วมงานกับสตูดิโอระดับโลก เขียนบทซีรีส์ที่คนดูนับร้อยล้านคนทั่วโลกจะได้รับชม คุณจะปฏิเสธโชคชะตาที่กำลังอ้าแขนรับคุณเพียงเพราะ... ผู้ชายคนเดียวอย่างงั้นเหรอ?"
คำว่า 'ผู้ชายคนเดียว' กระแทกเข้ากลางใจเธออย่างจัง
กรรณาแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ปิดแฟ้มเอกสารลงช้าๆ เพื่อซื้อเวลาให้หัวใจที่กำลังเต้นรำด้วยความสับสนได้สงบลง เธอนึกถึงหน้าใครบางคน... สถาปนิกหนุ่มมาHมาดนิ่ง ปากจัดเป็นเลิศ แต่เวลาที่เขาแสดงความห่วงใยออกมาทีไร หัวใจเธอก็แทบจะทะลุออกมานอกอกทุกที
รวิศ... ผู้ชายที่สร้างเซฟโซนอันอบอุ่นไว้ให้เธอในวันที่โลกใจร้ายใส่ แต่ก็เป็นผู้ชายคนเดียวกันกับที่มักจะซ่อนความรู้สึกแท้จริงไว้เบื้องหลังคำพูดถากถางกวนประสาท
ถ้าเธอไป... ความสัมพันธ์ที่เพิ่งก่อตัวขึ้นจนกลายเป็นความผูกพันลึกซึ้งนี้จะเอายังไงต่อ? ระยะทางนับหมื่นกิโลเมตร Time zone ที่ต่างกันเกือบครึ่งวัน และภาระหน้าที่ที่ต่างฝ่ายต่างต้องรับผิดชอบ มันคือเครื่องพิสูจน์ความรัก หรือมันคือใบมรณบัตรสำหรับความสัมพันธ์ที่ยังไม่ทันได้ประกาศสถานะอย่างเป็นทางการกันแน่?
"ฉันไม่ได้บอกว่าจะปฏิเสธครับ" กรรณาเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่าย นัยน์ตาสุกใสมีความเด็ดเดี่ยวฉายชัด "แค่ขอเวลา... วันเดียว"
---
บรรยากาศภายในสตูดิโอยามเย็นเงียบสงบกว่าปกติ รวิศนั่งกางแปลนงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ นิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะทำงานเป็นจังหวะตามอารมณ์ที่หงุดหงิดอย่างไร้สาเหตุ สมาธิของเขาพังทลายลงตั้งแต่เมื่อช่วงบ่าย หลังจากที่สายสืบ (ซึ่งก็คือรุ่นน้องในทีม) คาบข่าวเรื่องข้อเสนอโกอินเตอร์ของกรรณามาบอก
ประตูห้องทำงานถูกผลักเปิดออกโดยไม่ต้องเคาะ เจ้าของร่างเพรียวบางก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้าที่มั่นคง กรรณายืนกอดอกมองสถาปนิกหนุ่มที่ยังคงทำเป็นสนใจหน้าจอคอมพิวเตอร์ราวกับว่าเธอกำลังอากาศธาตุ
"งานยุ่งเหรอครับ ท่านสถาปนิกผู้ยิ่งใหญ่" กรรณาเปิดฉากด้วยน้ำเสียงกวนประสาทตามสไตล์ ถือวิสาสะหยิบแก้วกาแฟบนโต๊ะเขาขึ้นมาจิบหน้าตาเฉย
รวิศถอนหายใจเฮือกใหญ่ ปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์แล้วเงยหน้าขึ้นมองเธอ แววตาคมกริบนั้นเต็มไปด้วยความคุกรุ่นที่พยายามสะกดกลั้นไว้อย่างเต็มที่ "ว่างพอที่จะฟังคนอื่นพูดเรื่องอนาคตตัวเองบ้างล่ะมั้ง... ได้ข่าวว่าบินสูงนะ ถึงขั้นจะไปโกอินเตอร์ถึงนิวยอร์กเชียวรึ"
น้ำเสียงประชดประชันนั้นทำเอากรรณาชะงักไปนิด แต่เธอก็เชิดหน้าขึ้นทันที "ทำไมครับ กลัวไม่มีคนคอยเถียงด้วยจนเหงาตายหรือไง?"
"ใครเหงา?" รวิศลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอทีละก้าว จนกรรณาต้องถอยหลังไปชนกับชั้นหนังสือด้านหลัง "ผมแค่เสียดายเวลาที่ต้องมานั่งแก้บทละครห่วยๆ ของคุณ... ถ้าคุณไปซะแล้ว ใครจะมานั่งฟังผมบ่นเรื่องดีไซน์งี่เง่าของลูกค้าอีก"
ระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงจนแทบไม่เหลือช่องว่าง กรรณาเงยหน้าขึ้นมองคนตัวสูงกว่า ลมหายใจอุ่นๆ ของเขารดรินอยู่เหนือหน้าผาก กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ และกลิ่นกระดาษพิมพ์เขียวที่เป็นเอกลักษณ์ของรวิศ ทำให้สติของเธอเริ่มกระเจิดกระเจิง
"ปากร้ายแบบนี้ตลอด..." กรรณาพึมพำเสียงเบา หัวใจเต้นรัวระรัวราวกับกลองเพล "สรุปคือคุณไม่อยากให้ฉันไป... หรือแค่กลัวไม่มีคนช่วยทำงาน?"
รวิศไม่ตอบทันที เขายื่นมือหนาขึ้นมาแตะกรอบหน้าของเธอเบาๆ ปลายนิ้วโป้งเกลี่ยพวงแก้มใสอย่างทะนุถนอม สัมผัสที่อ่อนโยนขัดกับแววตาดุดันคู่นั้นโดยสิ้นเชิง เป็นความอ่อนโยนที่เขามักจะซ่อนไว้ใต้คำพูดร้ายๆ เสมอ
"ถ้าผมบอกว่าไม่อยากให้ไป..." รวิศโน้มใบหน้าลงมาจนริมฝีปากอยู่ห่างจากเธอเพียงคืบ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดริมฝีปากของเธอ "คุณจะยอมทิ้งความฝันที่โน่น... เพื่ออยู่เป็นเซฟโซนให้ผมตรงนี้ไหมล่ะ กรรณา"
คำถามนั้นไม่ใช่คำสั่ง แต่มันคือการอ้อนวอนในแบบฉบับของรวิศ สถาปนิกผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร แต่กลับยอมจำนนต่อผู้หญิงตรงหน้าอย่างหมดสภาพ
กรรณากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจตีรวนจนแทบหายใจไม่ออก นี่คือทางแยกครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต ระหว่างความฝันสูงสุดในฐานะนักเขียนบท กับความรักที่เพิ่งค้นพบว่ามันคือบ้านที่แท้จริง
เธอยกมือขึ้นแตะแผงอกด้านซ้ายของเขา สัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวไม่แพ้กัน "ถ้าฉันเลือกไป... เราจะรอดไหมรวิศ?"
รวิศนิ่งงันไปชั่วขณะ ดวงตาคมเข้มไหววับด้วยความกลัว ความกลัวที่จะต้องสูญเสียสิ่งสำคัญไปเหมือนในอดีต แต่ริมฝีปากกลับยกยิ้มหยันออกมาเบาๆ เพื่อกลบเกลื่อนความอ่อนแอ
"ระยะทางแค่นั้น ทำอะไรสถาปนิกอย่างผมไม่ได้หรอก..." เขากระซิบชิดริมฝีปากเธอ "แต่ถ้าคุณกล้าทิ้งผมไว้คนเดียวที่นี่ นรกบนดินที่คุณเคยเขียนในบท... มันจะกลายเป็นชีวิตจริงของผมทันทีจำไว้"
กรรณาหัวเราะออกมาเบาๆ ทั้งน้ำตาคลอเบ้า มือเรียวกำเสื้อเชิ้ตของเขาแน่น เธอกำลังจะอ้าปากเอ่ยคำตอบที่ตัดสินใจเด็ดขาดลงไปแล้ว—
ทว่า เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันขัดจังหวะความเป็นความตายนั้นลงอย่างไม่รู้กาลเทศะ
"คุณรวิศครับ ลูกค้าจากโปรเจกต์ใหญ่โทรมาด่วนที่สุดครับ แจ้งว่ามีปัญหาหน้างาน..." เสียงของเลขาหนุ่มหน้าห้องดังทะลุเข้ามา
รวิศสบถเบาๆ ในลำคออย่างหัวเสีย แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้หันไปจัดการปัญหานั้น กรรณาหลุดหัวเราะคิกออกมาเบาๆ พร้อมกับดันอกเขาให้ออกห่างเล็กน้อย เธอก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว หยิบกระเป๋าถือขึ้นมาสะพายเตรียมเดินออกจากห้อง
"ไปเคลียร์งานของคุณเถอะครับท่านสถาปนิก" กรรณาคลี่ยิ้มหวานหยด เป็นรอยยิ้มที่ทำให้รวิศรู้สึกใจหายวาบอย่างประหลาด "ส่วนคำตอบของฉัน... ไว้ฉันจะส่งแฟกซ์ไปบอกจากนิวยอร์กก็แล้วกันนะ"
"เดี๋ยวกำลัง—!"
รวิศยังไม่ทันได้เอื้อมมือไปคว้าแขนเธอไว้ เสียงประตูก็ปิดลงพร้อมกับร่างบางที่หายลับไปในความมืดของโถงทางเดิน ทิ้งให้เขายืนค้างอยู่กลางห้องท่ามกลางกองแปลนงานและหัวใจที่หล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม
ข้อความแจ้งเตือนทางมือถือบนโต๊ะดังขึ้นสั่นสะเทือน รวิศก้มลงมองหน้าจอด้วยความหงุดหงิด ก่อนที่ดวงตาคู่คมจะเบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นชื่อผู้ส่งและเนื้อหาข้อความสั้นๆ ที่ส่งตรงมาจากสนามบินสุวรรณภูมิ!
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้กันมาโดยตลอดนะครับ
เซฟโซนของนายสถาปนิกปากจัดกับยัยนักเขียนบทผู้ไม่ยอมแพ้•ตอนที่ 27
ความฝันกับความจริง
ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของนายสถาปนิกปากจัดกับยัยนักเขียนบทผู้ไม่ยอมแพ้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!