เซฟโซนของนายสถาปนิกปากจัดกับยัยนักเขียนบทผู้ไม่ยอมแพ้•ตอนที่ 30

วันที่ทุกอย่างพังทลาย

ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารบนโต๊ะกระจกนิรภัยดังสนั่น สะท้อนก้องห้องประชุมใหญ่ที่ตอนนี้บรรยากาศอึมครึมเสียยิ่งกว่าท้องฟ้ากรุงเทพฯ ยามพายุตั้งเค้า "คุณธนา... นี่มันหมายความว่ายังไง" รวิศไม่ได้ตะโกน น้ำเสียงของสถาปนิกหนุ่มเรียบกริบ เย็นเยียบ และทรงพลังพอกที่จะทำให้คนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาจ้องเขม็งไปยังหน้าจอแท็บเล็ต ซึ่งแสดงตัวเลขยอดงบประมาณที่ติดลบดิ่งเหวอย่างไม่น่าเชื่อ ธนา หุ้นส่วนทางธุรกิจที่ร่วมหัวจมท้ายกันมาหลายปี หัวเราะแห้งๆ ปาดเหงื่อเม็ดโตที่ผุดขึ้นตามไรผม "ผม... ผมก็ไม่คิดว่าทางผู้รับเหมาช่วงจะเบิกงบซ้อนแล้วเชิดเงินหนีไปดื้อๆ แบบนี้ครับคุณรวิศ พวกเขาปลอมลายเซ็น... หลุดรอดระบบตรวจสอบมาได้ยังไงก็ไม่รู้" "หลุดรอด?" รวิศทวนคำ มุมปากกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มหยันที่ไร้ซึ่งความขบขัน "ระบบตรวจสอบไม่ได้โง่ครับคุณธนา แต่เป็นตัวคุณต่างหากที่หละหลวม หรือ... ตั้งใจปล่อยปละละเลยเพราะเห็นแก่ผลประโยชน์ใต้โต๊ะกันแน่" "เฮ้ย พูดจาให้มันดีๆ หน่อยรวิศ!" ธนาเริ่มเสียงดังกลบเกลื่อนความผิด "ตอนนี้โปรเจกต์คอมเพล็กซ์ใจกลางเมืองสะดุดลงเพราะเงินทุนหมุนเวียนหายไปสามสิบล้าน ถ้าหาเงินมาโปะไม่ทันสัปดาห์นี้ โครงการล่ม สัญญาณเตือนภัยล้มละลายถามหาพวกเราแน่!" ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องประชุมอีกครั้ง สามสิบล้านไม่ใช่ตัวเลขที่จะหามาได้ในชั่วข้ามคืน สำหรับรวิศแล้ว สิ่งที่น่าเจ็บปวดกว่าตัวเลขในบัญชีคือ "ความฝัน" และ "เกียรติยศ" ของสถาปนิกที่ทุ่มเทหยาดเหงื่อแรงกายมานับแรมปี ตึกสูงระฟ้าที่เขาตั้งใจให้เป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่กำลังจะพังทลายลงต่อหน้าต่อตา เพียงเพราะความโลภของคนที่ไว้ใจ มือหนากำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ความกลัวลึกๆ ที่เขาพยายามซ่อนไว้ภายใต้ความสมบูรณ์แบบและการควบคุมทุกอย่าง กลับมาหลอกหลอนอีกครั้ง—ความกลัวที่จะสูญเสียสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตไป ประตูห้องประชุมถูกผลักเปิดออกกะทันหัน กรรณาในชุดสูทลำลองก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้ามั่นคง ดวงตาคู่สวยกราดมองบรรยากาศตึงเครียดในห้องเพียงปราดเดียวก็ประเมินสถานการณ์ได้ทั้งหมด เธอมองหน้าธนาที่นั่งเหงื่อตก แล้วจึงเลื่อนสายมาหยุดที่แผ่นหลังกว้างของรวิศที่ยืนนิ่งราคารูปปั้นหินอ่อน "ฉันได้ยินเรื่องทั้งหมดแล้ว" กรรณาเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม "ธนา... คุณออกไปก่อนค่ะ... อ้อ ขอโทษทีครับ... ออกไปก่อนครับ" เธอยกมือขึ้นแก้คำพูดเล็กน้อยเมื่อเหลือบเห็นรวิศส่งสายตาปรามมาให้ ธนาหน้าเสีย รีบคว้ากระเป๋าแล้วเดินเลี่ยงออกไปจากห้องทันที ปล่อยให้คนทั้งสองยืนอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังทางธุรกิจ รวิศยังคงไม่หันกลับมามอง เขายกมือขึ้นถอดแว่นสายตาออกแล้วใช้นิ้วมือนวดขมับเบาๆ พยายามระงับความสั่นเทาของอารมณ์ที่ตีรวนอยู่ในอก "เธอเข้ามาทำไม... กลับไปซะกรรณา ตอนนี้ฉันไม่มีอารมณ์มาต่อปากต่อคำกับบทละครเวิ่นเว้ออะไรของเธอหรอก" "ใครบอกว่าฉันจะมาต่อปากต่อคำเรื่องบทละคร" กรรณาเดินเข้าไปใกล้ทีละก้าว เสียงส้นรองเท้ากระทบพื้นเป็นจังหวะหนักแน่น เธอยืนหยุดอยู่เคียงข้างเขา แม้ส่วนสูงจะต่างกันพอสมควร แต่รัศมีความเด็ดเดี่ยวในตัวเธอกลับไม่ได้ด้อยไปกว่าสถาปนิกหนุ่มผู้เย่อหยิ่งเลยแม้แต่น้อย "ฉันมาในฐานะคนที่ถือหุ้นส่วนหนึ่งในโปรเจกต์นี้... และในฐานะคนที่ทนดูคุณทำร้ายตัวเองเงียบๆ ไม่ได้" รวิศแค่นหัวเราะในลำคอ หันมามองเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า "หุ้นส่วน? เธอกล้าเอาเงินเก็บทั้งชีวิตมาลงกับโปรเจกต์บ้าๆ นี่ได้ยังไง กรรณา เธอมันบ้าหรือไง ถึงได้เอาอนาคตมาเสี่ยงกับคนอย่างฉัน" "ใช่ ฉันบ้า!" กรรณาตอกกลับทันควัน ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีเข้มของเขาอย่างไร้ความเกรงกลัว ไม่มีร่องรอยของความลังเลใจ "ฉันบ้าที่เชื่อมั่นในตัวสถาปนิกปากจัดคนนี้ บ้าที่คิดว่าผู้ชายที่ทำตัวเย็นชาใส่โลกใบนี้ จริงๆ แล้วแบกรับความกดดันไว้คนเดียวจนหลังแทบหัก!" คำพูดนั้นทำเอารวิศชะงัก ลมหายใจสะดุดกึก ความเกรี้ยวกราดเมื่อครู่ถูกแช่แข็งด้วยความจริงใจที่พุ่งทะลุเกราะป้องกันทุกชั้นที่เขาสร้างขึ้น "ฟังนะรวิศ..." เสียงของกรรณาอ่อนลง ทว่ายังคงความหนักแน่น เธอขยับเข้าไปใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่คุ้นเคย มือเรียวเอื้อมออกไปคว้ามือหนาที่กำลังกำหมัดแน่นของเขามาแบออก บังคับให้ปลายนิ้วประสานเข้าหากัน "ปัญหาใหญ่แค่ไหน มันก็แค่เส้นสายในแบบแปลนที่เขียนผิด เราแก้ใหม่ได้... ถ้ารื้อแล้วสร้างใหม่ไม่ได้ ฉันนี่แหละจะช่วยเธอก่อมันขึ้นมาด้วยมือตัวเอง" รวิศมองมือของตนเองที่ถูกกุมไว้ ความอุ่นซ่านแผ่ซ่านจากฝ่ามือเข้าสู่หัวใจที่ด้านชามานาน ความรู้สึกผิดและความซาบซึ้งตีรวนจนจุกที่คอหอย ผู้หญิงคนนี้ไม่เคยกลัวเขาเลย ไม่เคยยอมถอยให้เวลาที่เขาร้ายใส่ และไม่เคยทิ้งเขาไปไหนแม้ในวันที่ทุกอย่างกำลังจะพังทลาย "เธอไม่เข้าใจหมันหรอกกรรณา..." รวิศกระซิบเสียงพร่า หลบสายตาเป็นครั้งแรก "มันไม่ใช่แค่เรื่องเงิน... มันคือความพ่ายแพ้ ฉันกลัว... กลัวว่าสุดท้ายแล้วฉันจะปกป้องอะไรไว้ไม่ได้เลย เหมือนกับ..." เขากลืนคำพูดที่เหลือลงคอ—เหมือนกับครอบครัวที่เขาเคยสูญเสียไปในอดีต กรรณาบีบมือเขาแน่นขึ้น ราจะถ่ายทอดพลังทั้งหมดที่มีให้ "งั้นก็ไม่ต้องปกป้องมันคนเดียวสิคะ... เอ๊ย คนเดียวสิครับ" เธอแกล้งเน้นเสียงหยอกล้อเพื่อดึงสติเขาให้หลุดจากหลุมดำทางอารมณ์ "จำไม่ได้เหรอว่าเราเป็นพาร์ทเนอร์กัน ทั้งในจอและนอกจอ... หรือว่าสถาปนิกมือหนึ่งกลัวแพ้เด็กเขียนบทอย่างฉันซะแล้ว?" รวิศเผลอยิ้มออกมาจางๆ เป็นรอยยิ้มแรกในรอบหลายวัน มันเป็นรอยยิ้มที่ทำให้ใบหน้าคมคายนั้นดูอ่อนโยนลงอย่างประหลาด เขาเงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง เนิ่นนานท่ามกลางความเงียบของห้องประชุมที่มืดสลัว ระยะห่างระหว่างคนทั้งคู่ลดลงจนแทบไม่เหลือพื้นที่ อุณหภูมิรอบตัวราวกับสูงขึ้นจนน่าใจหาย รวิศโน้มใบหน้าลงช้าๆ ปล่อยให้ความรู้สึกที่อัดอั้นนำทาง ปลายจมูกของเขาสัมผัสกับความนุ่มนวลที่ข้างแก้มของเธอแผ่วเบา ขณะที่กรรณาหลับตาลงรับสัมผัสอุ่นร้อนนั้น หัวใจของทั้งสองเต้นรัวเป็นจังหวะเดียวกัน ท่ามกลางวิกฤตที่โหมกระหน่ำรอบด้าน โลกทั้งใบราวกับเหลือเพียงแค่คนสองคน ก๊อกๆ! เสียงเคาะประตูดังขึ้นทำลายบรรยากาศแสนเปราะบางนั้นทันที รวิศชะงักและผละตัวออกอย่างเสียดายเล็กน้อย ขณะที่กรรณารีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติอย่างรวดเร็ว ประตูเปิดผางออก พร้อมกับการปรากฏตัวของเลขาหน้าตาตื่นที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา "คุณรวิศคะ! แย่แล้วค่ะ..." เลขาสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะปล่อยระเบิดลูกใหญ่กลางวง "ตอนนี้เจ้าหนี้รายใหญ่ที่สุดของบริษัทประกาศถอนทุนกะทันหัน แถม... แถมพวกเขากำลังฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายทั้งหมดทันทีตอนนี้เลยค่ะ!" รวิศหันขวับกลับไปมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ตอนนี้จู่ๆ ก็ดับวูบลง ก่อนที่ระบบไฟสำรองทั้งหมดในตึกจะตัดขาด ผสมโรงด้วยเสียงแจ้งเตือนข้อความนับร้อยฉบับที่ดังขึ้นพร้อมกันในโทรศัพท์มือถือของเขากับกรรณา ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้กันมาโดยตลอดนะครับ
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของนายสถาปนิกปากจัดกับยัยนักเขียนบทผู้ไม่ยอมแพ้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%