หน้าจอมือถือบนโต๊ะทำงานไม้สักยังคงสว่างวาบ แม้ประโยคสนทนาจากตอนที่แล้วจะหยุดนิ่งไปร่วมนาที แต่รังสีความเย็นยะเยือกจากข้อความสั้นๆ นั้นกลับแผ่ซ่านจนอุณหภูมิในห้องประชุมใหญ่ของบริษัทสถาปัตยกรรมลดฮวบลงอย่างเห็นได้ชัด
*“คนที่คุณคิดว่าตายไปแล้วเมื่อห้าปีก่อน… เพิ่งส่งข้อความมาหาผมเมื่อกี้ครับ”*
รวิศไม่ได้ตอบกลับข้อความนั้น นิ้วเรียวยาวที่ปกติมักจะจรดลงบนแปลนกระดาษด้วยความมั่นใจ กลับกำโทรศัพท์แน่นจนข้อนิ้วขึ้นสีขาว เขาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นคลื่นอารมณ์ที่ตีรวนขึ้นมาในอก ความทรงจำที่ถูกฝังกลบไว้ใต้กองงานออกแบบนับร้อยชิ้นและมาตรقการควบคุมชีวิตอย่างเข้มงวดกำลังถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอีกครั้งโดยเงาในอดีต
ประตูห้องกระจกถูกผลักเปิดออกโดยไม่ต้องเคาะ กรรณาในชุดสูทลำลองสีเอิร์ธโทนก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้าเร่งรีบ เอกสารปึกหนาในมือถูกวางกระแทกบนโต๊ะเสียงดังสนั่นเพื่อเรียกสติ
"คุณรวิศคะ เรื่องบทละครฉากที่สาม... เดี๋ยวนะ หน้าคุณซีดเป็นไก่ต้มเลย ไปกินอะไรผิดสำแดงมา หรือว่าเครียดเรื่องดีไซน์ตึกใหม่จนสมองกลับ?" กรรณาชะงักฝีเท้า สีหน้าหงุดหงิดจากการถกเถียงเรื่องงานเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นความฉงนทันทีเมื่อเห็นดวงตาคมกริบของสถาปนิกหนุ่มที่เงยขึ้นมองเธอด้วยแววตาที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน มันว่างเปล่า... และเต็มไปด้วยความหวาดกลัวที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากความเย่อหยิ่ง
"ออกไปก่อน กรรณา" น้ำเสียงของรวิศแหบพร่าและราบเรียบผิดปกติ มันไม่ใช่การไล่แบบหาเรื่องเหมือนทุกครั้ง แต่เป็นการไล่เพราะเขาต้องการพื้นที่เพื่อหายใจ
กรรณาขมวดคิ้วแน่น เธอย่อมไม่ยอมเดินออกไปง่ายๆ แค่เพราะอีกฝ่ายโบกมือไล่ มือบางเท้าสะเอวทันที ท่าทางดื้อรั้นปรากฏชัดเจนบนใบหน้าเฉี่ยวคม "พูดอะไรของคุณคะ งานยังแก้ไม่เสร็จ ฉันไม่ใช่ลูกน้องคุณนะที่จะมาไล่ให้ออกไปตอนไหนก็ได้... เฮ้ เป็นอะไรเนี่ย?"
จังหวะนั้นเองที่รวิศลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันมหาศาลจากตัวเขาทำให้กรรณาชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบมองทะลุผ่านเธอราวกับกำลังมองทะลุผ่านกำแพง เขาถอยหลังไปหนึ่งก้าว ระยะห่างที่ถูกสร้างขึ้นโดยสัญชาตญาณของการป้องกันตัวเอง
"ผมบอกให้ออกไป" รวิศเน้นทีละคำ น้ำเสียงเข้มงวดจนบาดหู "หยุดเข้ามาวุ่นวายกับผมสักที กรรณา"
คำพูดนั้นคมกริบราวกับใบมีดที่ถูกลับจนขึ้น
กรรณาชะงัก รอยยิ้มหยันที่มักจะมีไว้ตอบโต้เลือนหายไปจากริมฝีปาก ความรู้สึกแปลบปلمแล่นริ้วขึ้นมาในอกราวกับถูกเข็มแทง แม้เธอจะคุ้นชินกับการโดนรวิศปากร้ายใส่ แต่นี่เป็นครั้งแรกที่แววตาคู่นั้นไม่ได้ฉายแววความรำคาญใจ แต่มันคือแววตาของการ 'ผลักไส' อย่างแท้จริง
"อ๋อ... วุ่นวายเหรอคะ?" กรรณาแค่นหัวเราะเบาๆ ดวงตากลมโตเริ่มไหวระริกด้วยความกรุ่นโกรธที่เข้ามาแทนที่ความตกใจ เธอยืดอกขึ้นสู้ ไม่ยอมลดละความพ่ายแพ้ให้ความเย็นชาของเขาเด็ดขาด "ฉันก็แค่มาคุยเรื่องงานที่คุณเป็นคนเรียกประชุมเองไม่ใช่หรือไง หรือว่าสมองคุณมันรับภาระหลายอย่างไม่ไหว ถึงได้มาพาลใส่คนอื่นแบบนี้"
"ใช่ ผมรับไม่ไหว" รวิศสวนกลับทันควัน น้ำเสียงดังขึ้นเล็กน้อยเพื่อกลบเกลื่อนความสั่นไหวข้างใน "ผมเหนื่อยที่จะต้องมาคอยแก้ปัญหาบทละครไร้สาระของคุณ เหนื่อยที่จะต้องมาเจอหน้าคุณในทุกๆ วัน เลิกตามติดชีวิตผมสักที... คุณไม่ใช่ส่วนหนึ่งในเซฟโซนของผม และไม่มีวันเป็น"
เพล้ง!
ประโยคนั้นเหมือนเสียงแก้วบางๆ แตกละเอียดในความรู้สึก กรรณาชะงักงัน ลลมหายใจสะดุดกึก เธอมองหน้าผู้ชายตรงนี้นิ่งนาน ราวกับพยายามค้นหาเศษเสี้ยวความจริงใจในคำพูดใจร้ายเหล่านั้น แต่รวิศกลับเบือนหน้าหนี สายตาของเขาหลุบมองหน้าจอมือถือที่ดับไปแล้วอีกครั้ง
การเว้นระยะห่าง... คือสิ่งที่เขาต้องทำเพื่อความปลอดภัยของทุกคน ไม่ใช่แค่ตัวเขาเอง
"เข้าใจแล้วค่ะ" กรรณาพยักหน้ารับช้าๆ น้ำเสียงของเธอนิ่งสนิทจนน่ากลัว ความดื้อรั้นทั้งหมดถูกเก็บกดไว้ภายใต้ความหยิ่งทะนงที่ถูกทำร้ายจนยับเยิน "ขอโทษที่ทำให้คุณรำคาญใจมาตลอด ต่อไปนี้... ฉันจะไม่ก้าวก่ายพื้นที่ส่วนตัวของคุณอีก"
ร่างบางหมุนตัวกลับทันที ฝีเท้าก้าวฉับๆ ไปที่ประตูห้องกระจก แรงกระแทกตอนปิดประตูเบาหวิว แต่กลับสร้างเสียงก้องกังวานในอกของรวิศอย่างรุนแรง
ความเงียบงันกลับมาครอบงำห้องทำงานอีกครั้ง รวิศทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงานอย่างหมดแรง เขายกมือขึ้นกุมขมับที่เต้นตุบๆ ความรู้สึกผิดถาโถมเข้ามาทันทีที่แผ่นหลังบางหายลับไปจากสายตา เขาเลือกที่จะผลักเธอออกไปเพื่อไม่ให้เธอต้องเข้ามาพัวพันกับอันตรายจากอดีตที่กำลังคืบคลานเข้ามา แต่ทำไม... การทำร้ายคนที่เขาแอบปกป้องในใจมาตลอด ถึงได้เจ็บปวดเสียยิ่งกว่าการเผชิญหน้ากับศัตรูเสียอีก
โทรศัพท์ในมือสั่นเตือนขึ้นมาอีกครั้ง
หน้าจอแสดงข้อความใหม่จากเบอร์แปลกเดิม เพิ่มเติมคือรูปถ่ายใบเสร็จร้านกาแฟใต้ตึกสำนักงานของเขาเอง พร้อมกับเวลาที่ระบุว่า... *เมื่อสองนาทีที่แล้ว*
รวิศลุกพรืดขึ้นไปยืนชิดกระจกใส มองลงไปยังเบื้องล่างผ่านตึกสูงระฟ้า ฝูงชนกำลังเดินขัด1กันวุ่นวายท่ามกลางแสงไฟยามเย็นของเมืองกรุง
และที่ตรงนั้น... บริเวณเสาต้นที่สามหน้าล็อบบี้ ร่างคุ้นตาในชุดสูทสีเอิร์ธโทนกำลังยืนกอดอกพิงเสาเหมือนกำลังรอใครบางคนอยู่ โดยมีเงาร่างสูงใหญ่ของชายแปลกหน้าในชุดสูทสีเข้มเดินเข้าไปประชิดตัวเธออย่างรวดเร็ว
ดวงตาของรวิศเบิกกว้างด้วยความตระหนกสุดขีด เมื่อเห็นชายคนนั้นเอื้อมมือไปคว้าข้อแขนของกรรณาโดยที่เธอยังไม่ทันตั้งตัว!
***
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้กันมาโดยตลอดนะครับ
เซฟโซนของนายสถาปนิกปากจัดกับยัยนักเขียนบทผู้ไม่ยอมแพ้•ตอนที่ 23
คำปฏิเสธที่ไม่ได้แปลว่าไม่แคร์
ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของนายสถาปนิกปากจัดกับยัยนักเขียนบทผู้ไม่ยอมแพ้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!