"ถ้าคุณยังยืนกรานจะรื้อผนังรับแรงอัดตรงนี้ออกเพื่อเอาพื้นที่ไปยัดฉากห้องนั่งเล่นงี่เง่าในบทละครของคุณล่ะก็... พรุ่งนี้เช้า ผมจะทำเรื่องฟ้องกองบรรณาธิการของคุณฐานพยายามทำลายโครงสร้างอาคารโดยขาดสามัญสำนึกครับคุณกรรณา"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่ลอดผ่านไรฟันของรวิศไม่ได้ทำให้หญิงสาวสะดุ้งสะเทือนเลยแม้แต่น้อย กรรณาตวัดสายตาคมกริบมองสถาปนิกหนุ่มมือรางวัลที่ยืนกอดอกพิงเสาคอนกรีตเปลือยด้วยท่าทีเย่อหยิ่ง เส้นผมสีเข้มยุ่งเหยิงเล็กน้อยจากการใช้มือขยี้ด้วยความหัวเสียมาตลอดสามชั่วโมงเต็ม ชุดสูทลำลองที่เคยเนี๊ยบตอนนี้กลับยับยู่ยี่ แสดงให้เห็นว่าความอดทนของเจ้าพ่อแห่งความเป๊ะได้เดินทางมาถึงขีดจำกัดแล้ว
"แล้วถ้าคุณยังดึงดันจะรักษาเสาต้นนี้ไว้กลางห้องแบบทื่อๆ ไร้จินตนาการเหมือนแท่งหินบูชาบรรพบุรุษของคุณล่ะก็... ผมงานเขียนบทร้อยล้านวิวของฉันคงต้องพับฐานเพราะคนดูทางบ้านเขาคงคิดว่าตัวละครของฉันกำลังติดอยู่ในห้องขังใต้ดินมากกว่าจะอินกับฉากบอกรักซึ้งๆ หรอกค่ะ... เอ้ย! ครับ!"
กรรณาเกือบเผลอหลุดสำเนียงคุ้นชินออกมา แต่เธอก็แก้คำพูดกลับได้อย่างรวดเร็วด้วยใบหน้าเชิ่ดรั้น แม้ดวงตากลมโตจะฉายแววหงุดหงิดไม่แพ้กัน รวิศแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมปลาบกวาดมองร่างบางในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนและกางเกงสแลคที่ยืนเท้าสะเอวเถียงเขาฉอดๆ ตั้งแต่บ่ายคลานจนกระทั่งแสงนีออนจากไซต์งานก่อสร้างเริ่มสว่างวาบแข่งกับความมืดมานนอกหน้าต่าง
นี่คือสถานการณ์เฉพาะหน้าที่ทั้งคู่ต้องเผชิญ... งานออกแบบเซฟเฮาส์สำหรับละครฟอร์มยักษ์เรื่องล่าสุดที่รวิศรับหน้าที่เป็นสถาปนิกที่ปรึกษาหลัก และกรรณาคือผู้กำกับบทโทรทัศน์ที่ดึงดันจะใช้สถานที่แห่งนี้เป็นโลเคชั่นถ่ายทำจริง ปัญหาคือโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมที่คำนวณมาอย่างแม่นยำเพื่อความปลอดภัยระดับสูงสุดของรวิศ กำลังตีรันฟันแทงกับความต้องการทางศิลปะที่แหกทุกกฎเกณฑ์ของกรรณาอย่างช่วยไม่ได้
ไม่มีใครยอมใคร เหมือนเอาแม่เหล็กขั้วเดียวกันมาอัดเข้าหากัน ทว่าในความตึงเครียดนั้น กลับมีเคมีบางอย่างที่ร้อนระอุจนคนงานก่อสร้างที่ยืนอยู่ไกลออกไปต่างพากันเดินเลี่ยงหลบมุมเพราะไม่กล้าเข้าใกล้รัศมีระเบิดเวลาคู่นี้
"คุณกรรณา ฟังผมให้ดีอีกรอบนะครับ" รวิศผละออกจากเสา ก้าวเท้าเข้าประชิดร่างบางด้วยความเร็วจนกรรณาต้องผถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยอัตโนมัติเมื่อแผงอกกว้างเคลื่อนเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นฝุ่นปูนจางๆ "นี่คืออาคารจริง ไม่ใช่กระดาษA4ที่คุณจะใช้ยางลบ 2B ลบฉากหลังทิ้งตามใจชอบ ถ้าผนังนี้พังลงมาเพราะความอยากได้ 'มุมกล้องโรแมนติก' ของคุณ คนที่จะซวยไม่ใช่แค่ผม แต่หมายถึงชีวิตของทีมงานกองถ่ายนับชีวิตที่อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของผมด้วย!"
"แล้วใครบอกให้คุณรื้อทิ้งทั้งแถบเล่าอีตาสถาปนิกหัวโบราณ!" กรรณาไม่ถอยร่นอีกต่อไป เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ ระยะห่างระหว่างจมูกของทั้งคู่ห่างกันไม่ถึงคืบ ปลายจมูกแทบจะชนกันหากใครคนใดคนหนึ่งขยับตัว "ฉันแค่บอกว่าให้เจาะช่องหน้าต่างกระจกทรงโค้งแบบฝรั่งเศสตรงนั้น เพื่อให้แสงธรรมชาติส่องเข้ามาในฉากได้ต่างหาก! คุณต่างหากที่ไม่ยอมฟังรายละเอียดให้จบแล้วเอาแต่กางตำราวิศวกรรมมาขู่ฉันอยู่ได้!"
รวิศชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบกวาดมองใบหน้าเนียนใสที่รั้นจนแก้มป่อง ดวงตากลมโตที่สะท้อนภาพเงาของเขาอยู่ข้างในนั้นไม่ได้มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย มีแต่ความดื้อรั้นที่ท้าทายสัญชาตญาณการควบคุมของเขาจนน่าหมั่นไส้... และน่าหลงใหลในเวลาเดียวกัน
ให้ตายเถอะ ผู้หญิงบ้าอะไร เถียงกันจนหน้าดำคร่ำเครียดแต่หัวใจเขากลับเต้นผิดจังหวะทุกครั้งที่เธอขยับปากพูด
"ช่องหน้าต่างโค้ง..." รวิศพึมพำเสียงเบาลงโดยไม่รู้ตัว ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่มลายหายไปเกือบครึ่งเมื่อสมองระดับเซียนของสถาปนิกหนุ่มเริ่มประมวลผลตามคำเสนอแนะของเธอ "ถ้าเจาะช่องโค้งรับน้ำหนักแบบซุ้มโค้งโรมัน... กระจกนิรภัยหนาพิเศษ... อืม... มันก็พอน้ำหนักถ่ายเทลงคานด้านข้างได้อยู่"
"เห็นไหมล่ะ!" กรรณาผุดรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปากทันทีเมื่อเห็นท่าทีที่อ่อนลงของฝ่ายตรงข้าม เธอฉวยจังหวะที่เขากำลังใช้ความคิดขยับเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานชั่วคราวที่มีพิมพ์เขียวแผ่นใหญ่วางอยู่ มือเรียวบางเอื้อมไปหยิบดินสอชาร์โคลขึ้นมาขีดเส้นร่างลงบนกระดาษแปลนอย่างคล่องแคล่ว "ถ้าเราทำแบบนี้ เสาของคุณก็ยังอยู่ครบ โครงสร้างไม่พัง สถาปัตยกรรมปลอดภัยไร้ที่ติ แถมฉันก็ได้มุมกล้องที่พระเอกจะกอดนางเอกท่ามกลางแสงแดดยามเย็นพอดีเป๊ะ... วิน-วินทั้งสองฝ่ายค่ะคุณสถาปนิก!"
รวิศก้มมองรอยขีดเขียนบนแบบแปลนที่แม่นยำและแก้ปัญหาได้อย่างชาญฉลาดเกินคาด เขาเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของผลงานชั่วคราวนั้นด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป จากความหงุดหงิดกลายเป็นความทึ่งระคนเอ็นดูอย่างปิดไม่มิด
"คุณนี่มัน..." รวิศส่ายหน้าเบาๆ หลุดยิ้มจางๆ ออกมาอย่างยากจะควบคุม "หัวรั้น หัวดื้อ แถมยังเจ้าเล่ห์เป็นบ้าเลยนะครับ"
"เขาเรียกผู้หญิงฉลาดที่มีวิสัยทัศน์ค่ะคุณรวิศ" กรรณาเชิ่ดหน้าขึ้นอย่างภาคภูมิใจ ดวงตาพราวระยับด้วยชัยชนะ "ตกลงตามนี้ไหมคะ? หรือคุณจะยังหาเรื่องเถียงเรื่องความปลอดภัยอะไรอีก?"
รวิศไม่ตอบทันที เขายื่นมือหนาออกไปจับข้อมือเรียวที่ถือดินสออยู่เบาๆ ดึงมือเธอกลับให้วางลงแนบข้างลำตัว ก่อนที่ปลายนิ้วแกร่งจะแตะลงบนคางอิ่มของเธอแล้วดันขึ้นเบาๆ ให้สบตาเขาตรงๆ บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกลดอุณหภูมิลงจนเงียบสงัด เหลือเพียงเสียงลมหายใจอุ่นๆ ที่รินรดกันในระยะประชิด
"เรื่องงาน... ผมยอมคุณก็ได้ครับ" รวิศกระซิบเสียงพร่าทุ้ม นัยน์ตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากอิ่มที่กำลังขยับเถียงเขาเมื่อครู่ "แต่เรื่องที่คุณแอบเอาแผนผังนี้ไปพรีเซนต์กับผู้จัดก่อนปรึกษาผม... เราเคลียร์กันไม่จบแค่นี้แน่ครับคุณนักเขียน"
กรรณาใจกระตุกวูบ ความมั่นใจเมื่อครู่หายวับไปกับตาเมื่อปลายนิ้วอุ่นของเขายังคงแตะอยู่ที่คาง เธอพยายามจะถอยหลังหนีแต่ถูกลำแขนแกร่งอีกข้างกักตัวไว้กับโต๊ะทำงานโดยสมบูรณ์ กลายเป็นว่าตอนนี้เธอกำลังตกอยู่ในอ้อมแขนของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ
"ฉัน... ฉันแค่วางแผนเผื่อเวลา..." กรรณาเริ่มเสียงสั่นเล็กน้อยเมื่อใบหน้าคมคายโน้มต่ำลงมาเรื่อยๆ จนหน้าผากของเขาสัมผัสกับหน้าผากของเธอเบาๆ
"ผมไม่ชอบคนเอาเปรียบ..." รวิศกระซิบชิดริมฝีปาก ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดแก้มใสจนขึ้นสีแดงระเรื่อ "โดยเฉพาะคนที่ขโมยหัวใจผมไปแล้วยังทำเนียนทำเป็นไม่รู้เรื่องแบบคุณ..."
คำพูดนั้นทำให้กรรณาเบิกตากว้าง หัวใจเต้นรัวระส่ำจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความซึนเดระ레ของพ่อสถาปนิกปากจัดทำงานอย่างเต็มพิกัดในจังหวะที่ไม่มีใครคาดคิด
ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะทาบทับเข้าหากันเพื่อปิดฉากการปะทะคารมด้วยความหวานล้ำ เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกก็ดังแทรกขึ้นมาจากทางเข้าไซต์งาน
"คุณรวิศครับ! แย่แล้วครับ! วิศวกรควบคุมงานฝั่งโซน B โทรมาแจ้งด่วนว่า... เกิดรอยร้าวที่ฐานรากหลักตัวใหม่แล้วครับ!"
รวิศชะงักกึก ดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป็นความเคร่งเครียดในพริบตา เขารีบผละออกจากกรรณาอย่างรวดเร็ว คว้าวิทยุสื่อสารและม้วนแบบพิมพ์เขียวขึ้นมาทันทีโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามองหน้าหญิงสาวที่ยังคงยืนค้างเติ่งอยู่กลางวงแขนที่ว่างเปล่า
กรรณากลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง ความรู้สึกใจหายวาบแล่นริ้วขึ้นมาเมื่อเห็นสีหน้าเคร่งเครียดจริงจังของชายหนุ่ม ปัญหาใหญ่กว่าที่คิดกำลังรอพวกเขาอยู่ข้างหน้า และมันอาจไม่ใช่แค่เรื่องของงานออกแบบอีกต่อไป
รวิศหันกลับมามองเธอเพียงแวบเดียว แววตาคู่นั้นสะท้อนความกังวลอย่างชัดเจน ก่อนที่เขาจะยื่นมือมาคว้าข้อมือเรียวของเธอไว้แน่น ดึงให้ก้าวเดินตามเขาไปข้างหน้าอย่างไร้ข้อแม้
"ตามผมมา... เรามีเรื่องต้องลุยกันอีกยกใหญ่แล้วครับ"
(จอมยุทธ์เสื้อแพรขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามความเข้มข้นในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ)
เซฟโซนของนายสถาปนิกปากจัดกับยัยนักเขียนบทผู้ไม่ยอมแพ้•ตอนที่ 15
รวมพลังคนปากแข็ง
ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของนายสถาปนิกปากจัดกับยัยนักเขียนบทผู้ไม่ยอมแพ้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!