เซฟโซนของนายสถาปนิกปากจัดกับยัยนักเขียนบทผู้ไม่ยอมแพ้•ตอนที่ 16

เบื้องหลังรอยยิ้ม

ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
“ถ้าคุณยังยืนเกร็งทำหน้าเหมือนเจอผีดิบอยู่แบบนี้ รับรองว่าโปรเจกต์ที่เราปลุกปั้นมาสัปดาห์หน้าพังไม่เป็นท่าแน่ครับคุณนักเขียน” เสียงทุ้มต่ำที่เจือความหงุดหงิดเล็กน้อยดังขึ้นทันทีที่ประตูห้องกระจกนิรภัยปิดลง กรรณาที่กำลังจะอ้าปากเถียงกลับต้องกลืนคำพูดทั้งหมดลงคอ เมื่อกวาดสายตามองรอบตัวแล้วพบว่าพื้นที่ซึ่งควรจะเป็นห้องทำงานสถาปัตยกรรมหรูหรา กลับกลายเป็นห้องประชุมลับชั้นใต้ดินของสำนักงานสถาปนิก RWS ที่เต็มไปด้วยกองแปลนกระดาษไข โมเดลกระดาษชานอ้อยสูงท่วมหัว และกระดานไวท์บอร์ดที่ถูกเขียนโยงใยด้วยลายมือยุ่งเหยิงราวกับแผนผังอาชญากรรม นี่ไม่ใช่ห้องทำงาน... แต่มันคือหลุมหลบภัยของคนบ้างานชัดๆ “ฉันไม่ได้เกร็ง ฉันแค่กำลังใช้ความคิดประมวลผลความระodeระเบียบเกินเหตุของคุณอยู่ต่างหากรวิศ” กรรณาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย สลัดความตื่นตะลึงทิ้งไปแล้วแทนที่ด้วยแววตาท้าทาย เธอปัดเศษฝุ่นกระดาษออกจากกระโปรงพลีทตัวเก่ง “แล้วไหนที่คุณบอกว่ามีเรื่องต้องลุยกันอีกยกใหญ่ ไหนล่ะคู่ชก หรือว่าคุณแค่อยากลากฉันมาทรมานด้วยกองขยะกระดาษพวกนี้เพื่อแก้แค้นที่ฉันเถียงคุณชนะเมื่อตอนบ่าย” รวิศถอดเสื้อสูทเนื้อดีพาดไว้กับพนักเก้าอี้ทำงานตัวใหญ่ เหลือเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นมาถึงข้อศอก เผยให้เห็นเส้นเลือดปูดโปนเล็กน้อยที่ท่อนแขนจากการทำงานหนักมาทั้งวัน ชายหนุ่มไม่ได้ตอบคำถามทันที แต่เดินไปหยิบแก้วกาแฟดำที่เย็นชืดบนโต๊ะขึ้นจิบ ก่อนจะปรายตามองเธอนิ่งๆ สายตาคู่นั้นไม่มีร่องรอยของความหยิ่งผยองที่เธอคุ้นเคย แต่มันกลับมีความเหนื่อยล้าเจือจางที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้มาดนิ่งขรึม “ปากเก่งไม่เปลี่ยน” รวิศแค่นหัวเราะในลำคอ “เดินตามผมมานี่ครับ... ถ้าไม่อยากให้บทละครที่คุณเขียนมันกลายเป็นแค่ขยะเปียกบนหน้ากระดาษ” เขาก้าวฉับๆ ไปยังมุมอับที่สุดของห้อง ซึ่งมีฉากกั้นไม้สักบังเอาไว้ กรรณากัดริมฝีปากอย่างขัดใจแต่ก็ยอมก้าวเท้าตามไปติดๆ ด้วยความอยากรู้อยากเห็นที่พุ่งสูงจนทะלטเพดาน เธออยากรู้ว่าผู้ชายปากจัดคนนี้ซ่อนความลับอะไรไว้เบื้องหลังท่าทีเย่อหยิ่งเย็นชาที่ใช้เป็นเกราะกำบังมาตลอด ภาพที่ปรากฏเบื้องหลังฉากกั้นทำให้ลมหายใจของนักเขียนบทสาวสะดุดกึก บนผนังปูนเปลือยขนาดใหญ่ ถูกแปะทับด้วยกระดาษโน้ตหลากสีนับร้อยแผ่น โยงเส้นด้ายสีแดงและสีน้ำเงินเชื่อมโยงเข้าหากันอย่างเป็นระบบ ตรงกลางสุดคือโครงสร้างมิติของฉากละครเวทีและโลเคชั่นในบทประพันธ์เรื่องล่าสุดของเธอ... เรื่องที่เธอยังเขียนไม่จบด้วยซ้ำ แต่รายละเอียดทุกบรรทัด ทุกอารมณ์ความรู้สึก และแม้แต่ปมดราม่าที่เธอเพิ่งคิดสดๆ ร้อนๆ เมื่อคืน กลับถูกถอดรหัสออกมาเป็นรูปทรงทางสถาปัตยกรรมและทิศทางแสงเงาอย่างแม่นยำ “นี่มัน...” กรรณาครางแผ่วเบา ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นอย่างไม่อยากเชื่อ “แปลกใจมากเหรอครับ” รวิศยืนกอดอกพิงผนัง ดวงตาคมกริบมองตรงมาที่เธอ “คิดว่าสถาปนิกอย่างผมสนใจแค่เรื่องเสา คาน และ พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร จนไม่สนใจว่ามนุษย์ตัวเล็กๆ ในบทละครของคุณเขาจะรู้สึกเจ็บปวดแค่ไหนเวลาโดนหักหลังหรือไง” กรรณาหันขวับกลับมามองเขา หัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะอย่างกะทันหัน เธอกวาดสายตาอ่านข้อความบนกระดาษโน้ตเหล่านั้นอย่างละเอียด ลายมือชื่อย่อ ‘รว.’ ที่กำกับอยู่มุมขวาของทุกแผ่น บ่งบอกชัดเจนว่ามันไม่ใช่ผลงานของทีมงานคนอื่น แต่มันคือหยาดเหงื่อและเวลาอันมีค่าที่ผู้ชายคนนี้ทุ่มเทลงไปเงียบๆ มีโน้ตแผ่นหนึ่งเขียนไว้ด้วยลายมือหนักแน่นว่า— *“ฉากที่ 4 ตอนนางเอกร้องไห้ใต้ฝน แสงต้องสะท้อนผิวตึกให้เหมือนน้ำตาที่กำลังไหลซึม เพื่อขับเน้นความโดดเดี่ยว ห้ามลดทอนความดาร์กเด็ดขาด เพราะนี่คือเซฟโซนเดียวที่ตัวละครเหลืออยู่”* อ่านถึงตรงนั้น กรรณาก็รู้สึกเหมือนมีก้อนสะอื้นจุกอยู่ที่ลำคออย่างไม่มีสาเหตุ ประโยคสุดท้ายนั้น... มันคือปรัชญาเดียวกับที่เธอใช้เป็นแก่นในการเขียนบทเรื่องนี้ แต่เธอยังไม่เคยบอกรวิศเลยสักครั้ง “คุณ... ทำแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่” เสียงของเธอแผ่วเบาลงอย่างไร้เหตุผล ความพยศที่เคยมีมลายหายไปเกือบหมด เหลือเพียงความรู้สึกร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาเกาะกุมหัวใจ “ตั้งแต่คืนแรกที่คุณส่งโครงเรื่องครึ่งๆ กลางๆ มาให้ผมดูนั่นแหละครับ” รวิศตอบเสียงเรียบ แต่แววตาที่มองเธอกลับไหววับอย่างประหลาด เขาขยับตัวเข้ามาใกล้เธอก้าวหนึ่ง กลิ่นอายความเป็นผู้ชายสะอาดสะอ้านผสมกับกลิ่นกาแฟจางๆ ลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัส “คุณคิดว่ามีแต่นักเขียนบทหรอกเหรอที่มีสิทธิสร้างโลกขึ้นมา... ผมแค่อยากทำให้โลกที่คุณจินตนาการมันมีลมหายใจจริงๆ บนโลกใบนี้ต่างหาก” คำพูดนั้นเรียบง่าย ไร้ซึ่งคำหวานหยดย้อย แต่กลับมีอานุภาพรุนแรงยิ่งกว่าคำบอกรักใดๆ กรรณาแหงนหน้ามองสถาปนิกหนุ่มที่ยืนอยู่ใกล้แค่เอื้อม ระยะห่างระหว่างเธอกับเขาน้อยลงจนแทบจะสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างกาย ระยะประชิดนี้ทำให้เธอเห็นแพขนตาดกหนาและรอยคล้ำใต้ตาจางๆ ที่ฟ้องชัดว่าเขาอดนอนเพื่อสิ่งนี้มาหลายคืนติดต่อกัน ภายใต้ความปากร้าย เย่อหยิ่ง และท่าทีเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อเธอนั้น ผู้ชายคนนี้กลับแบกรับความคาดหวังและปกป้องผลงานของเธอด้วยความใส่ใจในทุกรายละเอียด ราวกับมันคือสิ่งล้ำค่าที่สุดในชีวิต “คุณมันบ้า…” กรรณาพึมพำเสียงสั่น หัวใจเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน “ทำไมต้องทุ่มเทขนาดนี้ด้วย ฉันเป็นแค่... นักเขียนบทที่ชอบเถียงคุณไม่ใช่เหรอ” รวิศโน้มใบหน้าลงมาใกล้เธออีกนิด ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ราวกับต้องการค้นหาคำตอบบางอย่างในนั้น ปลายจมูกโด่งรั้นเกือบจะชนกันอยู่รำไรจนกรรณาต้องกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ “เพราะสำหรับผมแล้ว...” รวิศกระซิบแผ่วเบa ทว่าชัดเจนก้องกังวานในความเงียบ “รอยยิ้มของคุณเวลาที่เห็นตัวละครในหัวมีชีวิตขึ้นมาจริงๆ... มันคือสิ่งเดียวที่ผมยอมแพ้ครับ” บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็ง กรรณานิ่งค้างอยู่ในอ้อมกอดทางสายตาของเขา สมองขาวโพลนคิดคำพูดโต้เถียงไม่ออกแม้แต่คำเดียว เคมีที่ระอุเร่าร้อนระหว่างคนทั้งคู่แผ่ซ่านจนอากาศรอบตัวคล้ายจะร้อนระอุขึ้นมาดื้อๆ ในจังหวะที่หัวใจของทั้งสองดวงกำลังเต้นตรงกันในคลื่นความถี่เดียวกันนั้นเอง— *กริ๊งงงงงง!* เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานตัวนอกก็แผדเสียงแหลมสูงทำลายความเงียบขึ้นมาอย่างไม่รู้กาลเทศะ รวิศขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่กรรณา สะดุ้งสุดตัวและรีบถอยหลังออกมาตั้งหลักหน้าแดงก่ำ รวิศสบถเบาๆ ในลำคออย่างหัวเสีย ก่อนจะหันไปคว้าโทรศัพท์ขึ้นมากดรับด้วยใบหน้าบึ้งตึง แต่เพียงแค่ฟังเสียงปลายสายได้ไม่ถึงสามวินาที สีหน้าของสถาปนิกหนุ่มก็เปลี่ยนจากความหงุดหงิดกลายเป็นความตึงเครียดขึ้นมาทันที ดวงตาคมกริบหันขวับกลับมามองกรรณาด้วยแววตาที่ทำให้เธอกลั้นหายใจวาบ “ว่าไงนะ... ใครอยู่ที่ล็อบบี้?” รวิศถามย้ำเสียงเข้ม “คุณรวิศคะ... มีแขกไม่ได้รับเชิญมาขอพบค่ะ เธออ้างว่าเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ตัวจริง และตอนนี้เธอกำลังเดินตรงมาที่ชั้นใต้ดินแล้วค่ะ!” เสียงร้อนรนของเลขาฯ สาวดังทะลุผ่านมาตามสาย ก่อนที่สัญญาณจะตัดไปพร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ดังใกล้เข้ามาทางหน้าประตูห้องลับ กรรณาหน้าซีดเผือดลงทันทีเมื่อสบตากับรวิศ เพราะเธ้ารู้ดีว่าชื่อเสียงเรียงนามของ "แขกไม่ได้รับเชิญ" คนนั้นหมายถึงหายนะระดับ 10 ของโปรเจกต์นี้! ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับตัวละครด้วยกันเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของนายสถาปนิกปากจัดกับยัยนักเขียนบทผู้ไม่ยอมแพ้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%