เซฟโซนของนายสถาปนิกปากจัดกับยัยนักเขียนบทผู้ไม่ยอมแพ้•ตอนที่ 17

การแสดงตัวของคู่แข่ง

ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
“ผมไม่คิดว่าคุณจะกล้าโผล่หัวมาที่นี่ หลังจากเรื่องฉาวในงานประมูลโปรเจกต์ระดับชาติครั้งก่อนนะ ‘ธันวา’” น้ำเสียงของรวิศราบเรียบ ทว่าความเย็นเยียบในแววตาคู่คมนั้นราวกับคมมีดที่พร้อมจะกรีดลงบนความมั่นใจของผู้มาเยือน กรรณาที่ยืนอยู่ข้างกายเขาสัมผัสได้ถึงแรงกดดันที่แผ่ซ่านออกมาจากแผ่นหลังกว้าง ร่างกายของรวิศเกร็งเครียดจนเส้นเลือดที่ขมับปูดขึ้นเล็กน้อย ธันวา—ชายหนุ่มในชุดสูทสั่งตัดเนี้ยบกริบที่ดูหรูหราเกินความจำเป็น—เหยียดยิ้มที่มุมปาก ดวงตาคมกริบกวาดมองห้องทำงานที่เต็มไปด้วยร่างแบบและโมเดลสถาปัตยกรรมด้วยสายตาเหยียดหยาม ก่อนจะหยุดลงที่กรรณา “ชื่อเสียงเรียงนามที่คนอื่นสร้างขึ้น เพื่อดับฝันของคนอื่น... ผมไม่เคยถือหรอกครับรวิศ” ธันวาขยับเนกไทเบาๆ “อีกอย่าง โปรเจกต์นี้มันใหญ่เกินกว่าที่สถาปนิกปากจัดอย่างคุณจะแบกรับไว้คนเดียว ผมเลยเสนอตัวเข้ามาช่วย... ในฐานะ ‘ที่ปรึกษาพิเศษ’ ของบอร์ดบริหาร” กรรณากำหมัดแน่นภายใต้แขนเสื้อ เธอรับรู้ได้ทันทีว่านี่ไม่ใช่แค่การขัดขวาง แต่มันคือการประกาศสงครามอย่างเต็มรูปแบบ ธันวาคืออดีตเพื่อนร่วมงานที่เคยแอบอ้างผลงานของรวิศจนเกือบทำลายอนาคตในวงการของเขามาแล้วครั้งหนึ่ง “ที่ปรึกษา?” กรรณาแค่นหัวเราะ สบตาชายหนุ่มที่ถือดีตรงหน้าโดยไม่หลบเลี่ยง “ต้องเก่งระดับไหนหรือคะ ถึงกล้าเอาความล้มเหลวมาเป็นโปรไฟล์สมัครงานใหม่ หรือที่นี่รับสมัครคนมาทำหน้าที่ตัวถ่วงความเจริญเพิ่มอยู่พอดี?” รวิศเลิกคิ้วมองกรรณาเล็กน้อย แววตาที่เคยมืดครึ้มเปลี่ยนเป็นประกายจางๆ เขาชื่นชมความกล้าหาญของยัยนักเขียนบทคนนี้เสมอ แม้ในสถานการณ์ที่หน้าสิ่วหน้าขวาน เธอก็ยังเลือกที่จะฟาดฟันด้วยวาจาได้คมกริบไม่แพ้เขา ธันวาหุบยิ้มลงทันที “ปากกล้าไม่เบานี่ กรรณา... น่าเสียดายที่บทละครของคุณมันก็แค่ภาพวาดบนกระดาษ แต่ของจริงมันต้องอาศัย ‘คอนเนคชั่น’ ที่คนอย่างพวกคุณไม่มีทางเข้าใจ” “ถ้าคอนเนคชั่นที่ว่า หมายถึงการซื้อตัวคนทรยศมาเป็นพวก เพื่อให้ได้สิ่งที่ตัวเองต้องการ ก็เชิญเก็บไว้ใช้กับคนอื่นเถอะครับ” รวิศก้าวเข้าไปประชิดตัวธันวา กลิ่นน้ำหอมราคาแพงของอีกฝ่ายช่างน่าสะอิดสะเอียนในความรู้สึกของเขา “เพราะที่นี่คือพื้นที่ของผม และผมไม่ต้อนรับหนอนบ่อนไส้” “น่าขำ” ธันวาหัวเราะหึๆ ก่อนจะหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลออกมาวางบนโต๊ะทำงานของรวิศ เสียงกระดาษกระทบพื้นผิวไม้ดังฟังชัดท่ามกลางความเงียบงันที่กดดัน “นี่คือหมายเรียกจากบอร์ดบริหารที่อนุมัติให้ผมเข้ามาร่วมตรวจสอบขั้นตอนการทำงานของคุณรวิศอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป... อ้อ แล้วก็เรื่องงบประมาณที่เกินงบไปสามสิบเปอร์เซ็นต์น่ะ ผมว่าคุณต้องมีคำอธิบายที่น่าฟังกว่า ‘จินตนาการของนักเขียนบท’ นะครับ” รวิศนิ่งงัน เขาหยิบเอกสารขึ้นมาดู ดวงตาหรี่ลงเมื่อเห็นลายเซ็นที่คุ้นเคย กรรณาเอื้อมมือไปคว้าขอบแขนเสื้อของรวิศไว้เบาๆ เธอรู้ดีว่านี่คือกับดัก หากรวิศยอมรับเงื่อนไขนี้ ความเป็นอิสระในการสร้างสรรค์งานจะหมดไปทันที “เราไม่รับเงื่อนไขนี้” รวิศตอบกลับทันควัน พร้อมกับขยำกระดาษในมือจนยับยู่ยี่ “คุณไม่มีสิทธิ์เลือกครับ เพราะถ้าไม่รับ... โปรเจกต์นี้จะถูกระงับทันที และนั่นหมายถึงค่าปรับมหาศาลที่กรรณาต้องแบกรับ... หรือคุณจะยอมให้ผู้หญิงคนนี้ต้องหมดอนาคตเพราะความถือตัวของคุณ?” ธันวาใช้ไม้ตายที่รวิศเกลียดที่สุด—การเอาคนรอบข้างมาเป็นตัวประกัน รวิศชะงัก สายตาที่เคยเด็ดขาดสั่นไหววูบหนึ่งเมื่อหันไปสบตากับกรรณา เขาเห็นความหวาดหวั่นในดวงตาคู่สวยนั้น แต่สิ่งที่เห็นชัดกว่าคือ ‘ความเชื่อมั่น’ ที่เขามีต่อเธอ “รวิศ อย่าไปฟังเขา” กรรณากระซิบ น้ำเสียงหนักแน่น “ต่อให้ต้องพังทุกอย่างไปพร้อมกัน ฉันก็ไม่ยอมให้คนอย่างเขามีที่ยืนในโปรเจกต์ที่เราสร้างมากับมือ” ทว่าก่อนที่รวิศจะได้สวนกลับ ประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเข้ามาอย่างแรงพร้อมกับร่างของประธานบริหารที่เดินเข้ามาด้วยใบหน้าเคร่งเครียด “รวิศ... ธันวา... ฉันหวังว่าพวกคุณจะจัดการเรื่องนี้ให้จบได้ภายในเย็นนี้ เพราะถ้าไม่ได้... คนที่จะต้องออกจากโปรเจกต์ไป จะไม่ใช่คนใดคนหนึ่ง แต่เป็น ‘ทุกคน’ ที่อยู่ในห้องนี้” ประธานบริหารวางแฟ้มงานอีกชุดลง แล้วหันหลังเดินจากไป ทิ้งให้บรรยากาศในห้องเย็นยะเยือกถึงขีดสุด รวิศกัดฟันแน่น เขารู้ดีว่าหมากตานี้ธันวาเดินเกมมาเหนือชั้นกว่าที่คิด ธันวาก้าวเข้ามาใกล้รวิศจนได้ยินเสียงลมหายใจ แล้วกระซิบข้างหู “เลือกเอาสิ รวิศ จะยอมกลืนเลือดร่วมงานกับผม หรือจะปล่อยให้ทุกอย่างที่เธอรักพังพินาศไปพร้อมกับจินตนาการเพ้อฝันของเธอ” รวิศหันกลับมาเผชิญหน้า สายตาทั้งสองสอดประสานกันด้วยความเกลียดชังที่พุ่งพล่าน แต่ในจังหวะนั้นเอง กรรณาก็แทรกตัวเข้ามายืนอยู่ระหว่างกลาง เธอเชิดหน้าขึ้นอย่างท้าทาย “ก่อนจะขู่คนอื่น ธันวา...” กรรณาเว้นจังหวะ ก่อนจะยิ้มมุมปาก “คุณลืมไปแล้วเหรอว่าในห้องนี้ไม่ได้มีแค่กล้องวงจรปิด... แต่มี ‘สิ่งอื่น’ ที่บันทึกความสกปรกของคุณไว้ตั้งแต่วินาทีแรกที่ก้าวเท้าเข้ามา” รวิศเบิกตากว้างเล็กน้อย เขาไม่รู้เลยว่ากรรณาเตรียมการอะไรไว้ แต่เมื่อเห็นความมั่นใจของเธอ หัวใจของเขาก็เต้นแรงขึ้นอย่างประหลาด ในวินาทีที่ความมืดมิดคืบคลานเข้ามา คนที่กล้าจุดเทียนขึ้นกลางพายุ กลับกลายเป็นผู้หญิงคนนี้ ธันวาชะงักไปครู่หนึ่ง สีหน้ามั่นใจเริ่มสั่นคลอน ขอบคุณทุกการติดตามที่ร่วมเดินทางไปกับผมในบทที่เข้มข้นที่สุดบทหนึ่งนะครับ!
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของนายสถาปนิกปากจัดกับยัยนักเขียนบทผู้ไม่ยอมแพ้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%