กลิ่นกาแฟดำคั่วเข้มผสมกับความอึดอัดระดับสิบในห้องประชุมใหญ่ชั้นสิบสี่ ทำให้บรรยากาศเช้าวันจันทร์ดูเหมือนสนามรบขนาดย่อม รวิศนั่งไขว่ห้างอยู่ตรงหัวโต๊ะ เอกสารแบบแปลนโครงสร้างตึกระฟ้าแผ่หลาอยู่ตรงหน้า แต่นิ้วเรียวยาวกลับเคาะโต๊ะเป็นจังหวะกระชั้นชิดด้วยความหงุดหงิด สายตาคมกริบกวาดมองหน้าลูกน้องในทีมทีละคนอย่างคาดคั้น
"ใครเป็นคนปล่อยข่าวนี้ออกไปครับ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เย็นเยียบจนคนฟังต้องกลืนน้ำลายลงคอ รวิศไม่ได้ตะคอก แต่รังสีความกดดันรอบตัวเขากลับแผ่ขยายจนทุกคนในห้องแทบหยุดหายใจ ข่าวลือที่แพร่สะพัดไปทั่วบริษัทตั้งแต่ช่วงสายเกี่ยวกับความสัมพันธ์ "เกินเลย" ระหว่างเขากับนักเขียนบทสาวนอกคอกอย่างกรรณา กำลังกลายเป็นไวรัสที่กัดกินเวลาทำงานของทุกคน
บนจอโปรเจกเตอร์ไม่ได้ฉายสไลด์งานออกแบบ แต่เป็นหน้าจอแชตกลุ่มของฝ่ายครีเอทีฟที่มีข้อความซุบซิบพาดพิงถึงกรรณาในแง่เสียหาย ว่าเธอใช้เต้าไต่ ใช้ความสนิทสนมส่วนตัวกับสถาปนิกมือหนึ่งเพื่อบิดเบือนแก้บทละครและโครงสร้างโปรเจกต์ใหญ่
ประตูกระจกบานใหญ่ถูกผลักเปิดออกกะทันหัน กรรณาก้าวเข้ามาด้วยท่าทีไม่สะทกสะทะ เธอสวมเสื้อเชิร์ตสีขาวพับแขนขึ้นถึงข้อศอก มือข้างหนึ่งถือแก้วชาเขียวเย็นเฉียบ อีกข้างหนีบแฟ้มบทละครหนาเตอะ สายตาคมปลาบกวาดมองทุกคนในห้องก่อนจะหยุดอยู่ที่ใบหน้าบึ้งตึงของรวิศ
"เรียกประชุมด่วนแบบนี้ นึกว่าตึกจะถล่มซะอีกครับคุณสถาปนิก... อ้อ หรือว่าตึกไม่ถล่ม แต่หน้าคนบางคนกำลังจะแหกเพราะข่าวลือไร้สาระพวกนั้นกันแน่" กรรณาเปิดฉากยิงสวนทันทีโดยไม่รอให้ใครตั้งตัว เธอดึงเก้าอี้ตัวที่ใกล้ที่สุดแล้วทิ้งตัวลงนั่งอย่างไม่เกรงกลัวใคร
รวิศหรี่ตามองคนปากเก่งที่ทำตัวเหมือนไม่รู้ร้อนรู้หนาว เขารู้ดีว่าภายใต้รอยยิ้มเยาะกวนประสาทนั้น กรรณาคงกำลังกำRกมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือเพื่อสะกดกลั้นความโกรธ
"คุณยังมีอารมณ์มาแซวเล่นอีกเหรอครับกรรณา หน้าจอข้างหลังนั่นกำลังประจานว่าคุณกำลังใช้เส้นสายผมเอาเปรียบคนอื่นในทีม" รวิศลุกขึ้นยืนเต็มความสูงโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย กดเสียงต่ำให้ได้ยินกันแค่สองคน "หรือว่าคุณชอบใจที่มีคนเอาเราไป
'จิ้น' กันจนเลยเถิด"
กรรณาแค่นหัวเราะในลำคอ เธอวางแก้วชาเขียวลงบนโต๊ะเสียงดังปั้งจนน้ำกระฉอก เธอลุกขึ้นเผชิญหน้ากับเขาโดยไม่หลบสายตา ความสูงที่ไล่เลี่ยกันทำให้เคมีระหว่างทั้งคู่ระอุจนคนในห้องประชุมต้องรีบก้มหน้ามองแฟ้มงานของตัวเอง
"จิ้นเหรอ? หลงตัวเองไปหน่อยไหมครับคุณรวิศ คนอย่างฉันจะเอาเวลาไหนไปเต้าไต่กับผู้ชายปากจัดที่มองโลกเป็นเส้นตรงเป๊ะอย่างคุณ แค่เถียงเรื่องบทละครกับคุณแต่ละวัน สมองฉันก็จะระเบิดตายอยู่แล้ว!" กรรณาเชิดหน้าขึ้นเถียงกลับอย่างไม่ยอมแพ้ ดวงตากลมโตเป็นประกายด้วยความท้าทาย "แต่ก็นั่นแหละ... คนพวกนั้นคงว่างงานมาก ถึงได้เอาเรื่องความสัมพันธ์ของเราไปแต่งเป็นนิยายน้ำเน่าได้สนุกสนานขนาดนี้"
"แล้วคุณจะปล่อยให้มันสนุกต่อไปหรือไงครับ" รวิศสวนกลับทันควัน นัยน์ตาคมเข้มวาวโรจน์ด้วยความไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด "ผมไม่ได้ห่วงชื่อเสียงตัวเองหรอกนะ แต่ผมรำคาญที่ชื่อผมต้องไปแปดเปื้อนอยู่บนข้อความไร้สาระของพวกชอบเผือก"
"อ๋อเหรอคะ กลואהว่าชื่อเสียงอันบริสุทธิ์ผุดผ่องของคุณจะมัวหมองว่างั้นเถอะ!" กรรณาหัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่นั้นวาววับด้วยความฉุนเฉียว "งั้นเราก็พิสูจน์ให้พวกมันเห็นไปเลยสิคะ ว่าเราไม่ได้มีอะไรเกินเลย... ต่างคนต่างอยู่ ต่างคนต่างทำงาน แบบนั้นน่าจะสะใจคุณที่สุดแล้วนี่"
คำพูดของกรรณาทำเอารวิศชะงักไปชั่วขณะ ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างวูบเข้ามาในอก—ไม่ใช่ความโล่งใจ แต่มันคือความหงุดหงิดที่ลึกซึ้งกว่าเดิม ประโยคที่ว่า 'ต่างคนต่างอยู่' จากปากเคนตั๊กกี้สาวคนนี้ ทำไมมันถึงฟังดูบาดหูนัก
"คุณคิดเหรอว่าเรื่องแค่นี้จะทำให้ผมถอย" รวิศก้าวเข้าไปประชิดตัวเธอมากขึ้น กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ผสมกับกลิ่นไอความดื้อรั้นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของกรรณาโชยเข้าจมูก "ในเมื่อคนพวกนั้นอยากให้เรามีข่าวด้วยกันนัก... เราก็ทำให้มันจริงไปเลยดีไหมล่ะครับ"
กรรณาเบิกตากว้างเล็กน้อย หัวใจเจ้ากรรมกระตุกวูบไปชั่วขณะเมื่อใบหน้าหล่อเหลาของสถาปนิกหนุ่มโน้มลงมาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ข้างแก้ม เธอผถอยหลังเล็กน้อยโดยสัญชาตญาณ แต่แผ่นหลังกลับชนเข้ากับขอบโต๊ะประชุมจนหนีไปไหนไม่ได้
"คุณ... คุณบ้าไปแล้วรวิศ ตั้งสติหน่อย!" กรรณาเสียงสั่นไปเล็กน้อย แต่ยังคงไว้ซึ่งฟอร์มอันแข็งกร้าว มือเรียวผลักอกแกร่งเบาๆ เพื่อสร้างระยะห่าง
"ผมมีสติครบถ้วนดีครับ" รวิศกระซิบชิดริมฝีปากเธอ น้ำเสียงนุ่มทุ้มแต่เปี่ยมด้วยความดื้อรั้นที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเย็นชา "และผมก็ไม่ชอบให้ใครมาล้ำเส้น... โดยเฉพาะเรื่องของคุณ"
บรรยากาศในห้องประชุมเงียบกริบจนได้ยินเสียงแอร์ ทุกสายตาของลูกน้องในทีมต่างแอบเหลือบมองคู่กัดประจำออฟฟิศที่ยืนประชิดกันจนแทบจะรวมร่างอยู่รอมร่อ ความตึงเครียดเปลี่ยนเป็นความหวานล้ำที่อบอวลจนน่าหมั่นไส้ รวิศจ้องมองริมฝีปากที่กำลังอ้าจะเถียงต่อของเธอด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง จากความเกรี้ยวกราดเมื่อครู่ กลายเป็นความคลั่งรักที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้แทบไม่ไหว
แต่ก่อนที่กรรณาจะได้อ้าปากตอกกลับด้วยประโยคเจ็บแสบ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างไม่มีมารยาท
*ก๊อก ก๊อก ก๊อก*
ประตูกระจกบานใหญ่ถูกผลักเปิดออกผางโดยไม่รอให้คนข้างในอนุญาต ร่างสูงโปรดของ 'กรณ์' ผู้บริหารฝ่ายวางแผนกลยุทธ์และเป็นอดีตคู่หมั้นของกรรณา ก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มเย็นชาที่มุมปาก ในมือถือแท็บเล็ตเครื่องหรูที่มีภาพข่าวลือของทั้งคู่อย่างชัดเจน
"ขอโทษทีครับที่ขัดจังหวะความหวาน... พอดีผมเห็นข่าวนี้แล้วเป็นห่วงคุณกรรณา กลัวว่าสถาปนิกจอมเผด็จการคนนี้จะใช้อำนาจในทางมิชอบบังคับใจคุณเข้า" กรณ์พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แฝงด้วยความเยาะเย้ยถนัดชัดเจน ดวงตาคมกริบมองรวิศและกรรณาที่ยืนใกล้กันด้วยสายตาจับผิด
รวิศถอยหลังออกมาหนึ่งก้าวอย่างไม่สบอารมณ์ ใบหน้าหล่อเหลากลับมาเรียบตึงเป็นน้ำแข็งอีกครั้ง ดวงตาสีเข้มหรี่ลงมองผู้มาใหม่ด้วยความระแวง ขณะที่กรรณาหน้าซีดลงเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าใครเป็นคนก้าวเข้ามาขัดจังหวะในสถานการณ์ที่เปราะบางที่สุด
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้กันมาโดยตลอดนะครับ
เซฟโซนของนายสถาปนิกปากจัดกับยัยนักเขียนบทผู้ไม่ยอมแพ้•ตอนที่ 25
ความเข้าใจผิดครั้งใหญ่
ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของนายสถาปนิกปากจัดกับยัยนักเขียนบทผู้ไม่ยอมแพ้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!