เสียงตบแฟ้มเอกสารกระแทกโต๊ะกระจกนิรภัยดังสนั่น ท่ามกลางห้องทำงานที่เงียบกริบจนได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศทำงาน รวิศไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองคู่กรณีที่ยืนหน้าดำคร่ำเครียดอยู่เบื้องหน้า เขายังคงก้มหน้าตรวจแบบแปลนโครงสร้างด้วยปลายปากกาหมึกซึมราคาแพง ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาสะท้อนลายเส้นโครงสร้างอาคารที่ซับซ้อน พอๆ กับความยุ่งเหยิงในสมองของเขาเวลานี้
"คุณอ่านมันจริงๆ หรือแค่กวาดสายตาผ่านๆ เหมือนเด็กม.ปลายอ่านหนังสือการ์ตูนก่อนสอบครับ คุณรวิศ"
น้ำเสียงของกรรณาไม่ได้สั่นเครือด้วยความกลัวแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันเจือไปด้วยประจุไฟฟ้าแห่งความกรุ่นโกรธที่พร้อมแผดเผาทุกอย่างให้เป็นจุล หญิงสาวในชุดสูทลำลองกึ่งทางการยืนกอดอกแน่น ดวงตากลมโตจ้องเขม็งมาที่สถาปนิกหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี๊ยบและวาจาเชือดเฉือนราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
"ผมอ่านทุกตัวอักษร... นั่นคือปัญหาใหญ่ที่สุด" รวิศเงยหน้าขึ้นช้าๆ ถอดแว่นสายตาออกวางพาดไว้บนโต๊ะอย่างใจเย็น ท่าทีสุขุมนุ่มลึกสวนทางกับคำพูดที่คมกริบราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง "และเพราะผมอ่านมันอย่างละเอียดนี่แหละ ผมถึงกล้าพูดได้เต็มปากว่า พลอตบทซีรีส์ของคุณเรื่องนี้ มันเต็มไปด้วยรูรั่วขนาดที่เอาเรือ Titanic ทั้งลำมาแล่นผ่านได้สบายๆ"
กรรณาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาไหวระริกด้วยความทิฐิ เธอก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานของเขาอย่างไร้ความเกรงกลัว ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนแทบจะได้ยินเสียงลมหายใจที่กรุ่นด้วยไออุ่นแห่งความโมโห
"รูรั่ว? คุณเรียกว่าโครงสร้างความสัมพันธ์ของตัวละครที่ลึกซึ้งว่ารูรั่วเหรอคะ? อ้อ... ลืมไป สำหรับสถาปนิกที่มองโลกเป็นตารางเมตรและคานรับน้ำหนัก ความรู้สึกมนุษย์คงเป็นแค่ตัวเลขเพี้ยนๆ ที่คำนวณพลาดสินะคะ"
"อย่าเอาตรรกะเพ้อเจ้อของคนเขียนบทที่เอาแต่อารมณ์เป็นที่ตั้งมาปะปนกับหลักวิศวกรรมครับ คุณกรรณา" รวิศลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันจากส่วนสูงและรัศมีแผ่ซ่านความเย็นชาทำให้บรรยากาศในห้องลดฮวบลงหลายองศา "ตัวละครเอกของคุณในซีนที่สาม... นางเอกวิ่งฝ่าสายฝนไปสารภาพรักกับพระเอก ทั้งที่ก่อนหน้านั้นเพิ่งตบหน้ากันในงานแต่งงานเนี่ยนะ? สมองส่วนไหนของคุณที่คิดว่ามนุษย์ปกติเขาทำกันแบบนั้นในโลกความเป็นจริง?"
"มันคือศิลปะ! มันคือการขับเคลื่อนด้วยแรงปรารถนาขั้นสุดยอดของมนุษย์!" กรรณาเถียงเสียงกร้าว นิ้วเรียวชี้หน้าเขาอย่างไม่ยอมลดละ "ถ้าชีวิตจริงต้องน่าเบื่อและมีเหตุผลทุกกระเบียดนิ้ว ใครเขาจะอยากมานั่งดูซีรีส์ของคุณล่ะคะ คุณชายสถาปนิกผู้ไร้หัวใจ!"
"ศิลปะบ้าบออะไรที่ไร้ตรรกะสิ้นดี" รวิศก้าวเข้าไปประชิดเธอกลับบ้าง ระยะห่างระหว่างเขากับเธอบีบแคบลงจนกรรณาต้องเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างเลี่ยงไม่ได้ กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ เจือกลิ่นกระดาษและหมึกพิมพ์ลอยแตะจมูก รวิศชะงักไปชั่วเสี้ยววินาทีเมื่อเห็นประกายความดื้อรั้นในดวงตาคู่นั้น มันไม่ใช่ความกลัว แต่มันคือความท้าทายที่ดึงดูดสายตาเขาอย่างประหลาด "ถ้าคุณเขียนบทแบบนี้ไปเสนอผู้จัด มีหวังโปรเจกต์ล่มตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่มถ่ายทำ... ผมปฏิเสธแบบนี้ ไม่ได้หมายความว่าผมใจร้าย แต่ผมกำลังช่วยไม่ให้คุณเอาผลงานขยะชิ้นนี้ไปประจานความไร้รสนิยมของตัวเองต่างหาก"
"คุณ...!" กรรณาหน้าชาวาบ คำว่า 'ผลงานขยะ' กระแทกใจเธอเข้าอย่างจัง ความโกรธพุ่งทะยานจนมือทั้งสองข้างกำแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ "ปากเสียแบบนี้ ไม่ทราบว่าคุณเก็บสะสมความอุบาทว์ไว้ในปากมากี่ปีแล้วคะ ถึงได้พ่นคำพูดดูถูกคนอื่นออกมาได้ไม่เว้นแต่ละวัน!"
"ปากผมอาจจะเสีย..." รวิศโน้มใบหน้าลงมาต่ำจนริมฝีปากหยักลึกอยู่ห่างจากใบหูของเธอเพียงไม่กี่เซนติเมตร น้ำเสียงทุ้มต่ำเปลี่ยนเป็นโทนเสียงอันตรายที่สั่นประสาทคนฟังให้ไขว้เขว "แต่มันก็พูดความจริง... ซึ่งมันมีประโยชน์กว่าคำโกหกสวยหรูที่คุณใช้หลอกตัวเองว่าบทของคุณมันดีเลิศเลอเสียอีก"
กรรณาหายใจสะดุด หัวใจดวงน้อยเต้นรัวระรัวไม่ใช่เพราะความโกรธเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเพราะความใกล้ชิดที่อันตรายเกินไป กลิ่นกายสะอาดของผู้ชายตรงหน้ากำลังรุกรานพื้นที่ส่วนตัวของเธออย่างจงใจ เธอกัดริมฝีปากล่างแน่น พยายามดึงสติกลับมาแล้วผลักอกเขาออกเต็มแรงด้วยความหมั่นไส้
"ถอยไปไกลๆ เลยค่ะ! คนอะไรนอกจากปากจะจัดแล้ว ยังไม่มีมารยาททางสังคมเอาเสียเลย!"
รวิศถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยง่าย สีหน้ายังคงราบเรียบไร้ระลอกคลื่น แม้ว่าหัวใจข้างในจะกระตุกวูบแปลกๆ กับสัมผัสเมื่อครู่ เขาปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว พร้อมจะเอאะคำพูดเผ็ดร้อนสวนกลับไปเพื่อรักษาฟอร์มของตัวเอง
ทว่า... ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะได้ขยับเอื้อนเอ่ยถ้อยคำใดออกมา เสียงเคาะประตูก็กร่อนจังหวะดังขึ้นสามครั้งติดกัน ก่อนที่บานประตูห้องทำงานจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่รอให้อินเตอร์คอมอนุญาต
"พี่วิศคะ... แย่แล้วค่ะ! ลูกค้าโครงการใหญ่ฝั่งสุขุมวิทโทรมาโวยวายใหญ่แล้ว บอกว่าแบบแปลนที่ส่งไปมีปัญหาเรื่อง..."
เสียงหวานใสของหญิงสาวอีกคนดังแทรกเข้ามากลางอากาศ พร้อมกับการก้าวเข้ามาหยุดยืนกลางห้องด้วยความตื่นตระหนก รวิศขมวดคิ้วมุ่น หันไปมองผู้มาใหม่สลับกับกรรณาที่ยืนกอดอกมองสถานการณ์ด้วยรอยยิ้มมุมปากเย้ยหยัน และในวินาทีที่สายตาของรวิศกวาดกลับมาสบเข้ากับดวงตากลมโตเป็นประกายท้าทายของนักเขียนบทสาวอีกครั้ง... เขาก็รู้ทันทีว่าค่ำคืนนี้ ไม่มีทางจบลงง่ายๆ อย่างแน่นอน
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนที่ 3 นี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
เซฟโซนของนายสถาปนิกปากจัดกับยัยนักเขียนบทผู้ไม่ยอมแพ้•ตอนที่ 3
ปากเสียเป็นงานอดิเรก
ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของนายสถาปนิกปากจัดกับยัยนักเขียนบทผู้ไม่ยอมแพ้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!