"เจอตัวจนได้นะ ยัยหนู... นายใหญ่ฝากความคิดถึงมาให้"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่กระซิบอยู่ข้างใบหูนั้นไม่ได้มีความอบอุ่นหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย มันคือเสียงของความตายที่เคยหลอกหลอนลินินมาตลอดสามปีเต็ม กลิ่นอายอันคุ้นเคยของควันปืนและกลิ่นเมนทอลจางๆ จากบุหรี่นำเข้าลอยกรุ่นปะปนกับกลิ่นหอมกรุ่นของครัวซองต์อบใหม่ในคาเฟ่
ในเสี้ยววินาทีที่สมองของคนอื่นอาจจะแข็งค้างด้วยความหวาดกลัว แต่สำหรับอดีตสายลับหน่วยข่าวกรองอย่างลินิน สัญชาตญาณการเอาตัวรอดทำงานเร็วกว่าความคิด มือเรียวที่กำลังถือถาดไม้ใส่ขนมปังพลิกกลับด้านอย่างเฉียบคม ศอกขวาพุ่งกระแทกเข้าใส่ซี่โครงของชายชุดสูทที่ยืนประชิดด้านหลังทันทีโดยไม่ต้องหันไปมอง
*ตุ้บ!*
เสียงลมหายใจเฮือกใหญ่หลุดจากปากชายฉกรรจ์ร่างยักษ์ เขาเซถอยหลังไปสองก้าวด้วยความคาดไม่ถึง ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงระคนโกรธขึง ไม่นว่าฟู้ดบล็อกเกอร์สาวหน้าตาจิ้มลิ้มคนนี้จะมีพิษสงรอบตัวขนาดนี้
"มือหนักไม่เปลี่ยนเลยนะครับ... อดีตสายลับรหัส 'ไวโอเล็ต'"
เสียงทุ้มอีกเสียงหนึ่งดังขึ้นจากมุมมืดของร้านกาแฟ คินน์ก้าวออกมาจากเงาของเสาไม้สักทอง ร่างสูงโปร่งในชุดสูทเข้ารูปสไตล์นักบริหารผู้เนี้ยบกริบกำลังยืนกอดอกมองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยสายตาเรียบนิ่ง ทว่าแววตากลับระคนไปด้วยความทึ่งและประกายบางอย่างที่อ่านไม่ออก
ลินินหันขวับไปมองหน้าหัวหน้าแผนกวิเคราะห์ความเสี่ยงผู้เย่อหยิ่ง ดวงตากลมโตฉายแวววาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธ เธอกวาดสายตาสำรวจชายฉกรรจ์สองคนที่ยืนขนาบล้อมเธอไว้ในมุมอับของร้าน ก่อนจะหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างเย้ยหยัน
"อ๋อ ที่แท้ก็เป็นลูกน้องของคุณนี่เอง คุณคินน์... เล่นสกปรกส่งคนสะกดรอยตามถึงร้านกาแฟของฉัน แบบนี้เขาเรียกว่าละเมิดความเป็นส่วนตัว หรือว่าคุณว่างงานจนไม่มีอะไรทำนอกจากมายุ่งเรื่องชาวบ้านกันแน่คะ... อ๊ะ ขอโทษที ลืมไปว่าคนปากร้ายอย่างคุณคงว่างพอที่จะหาเรื่องคนอื่นไปวันๆ"
คินน์ชะงักไปเล็กน้อย คิ้วคมเข้มขมวดเข้าหากันอย่างไม่สบอารมณ์ รอยยิ้มเยาะที่มุมปากของหญิงสาวบาดลึกเข้ามารบกวนจิตใจเขาอย่างประหลาด แทนที่จะโกรธ เขากลับรู้สึกว่าหัวใจที่เคยด้านชาและเต้นเป็นจังหวะงานอย่างไร้ชีวิตชีวา กลับกระตุกวูบไหวขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อยามเมื่อได้ยินน้ำเสียงกวนประสาทนั้น
"ผมไม่ได้ว่างงาน... แต่ข้อมูลบางอย่างที่อยู่ในมือคุณ มันเป็นภัยต่อความมั่นคงของบริษัท และที่สำคัญ..." คินน์ก้าวเข้าไปใกล้ทีละก้าว ร่างสูงใหญ่สร้างแรงกดดันโดยอัตโนมัติจนลินินต้องเผลอถอยหลังไปชนกับเคาน์เตอร์ไม้ "มันเป็นเรื่องที่คุณควรจะอธิบายให้ผมฟังเสียก่อน ก่อนที่คนพวกนี้จะลากคุณกลับไปให้นายใหญ่ของผมได้เค้นถามความจริง"
ลินินเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาของเธอไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย แม้สถานการณ์ตรงหน้าจะตกเป็นรองก็ตาม เธอยื่นมือออกไปคว้าแก้วกาแฟร้อนที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์มาถือไว้หลวมๆ นิ้วเรียวสวยบรรจงหมุนแก้วเล่นอย่างใจเย็น ทั้งที่ประสาทสัมผัสทุกส่วนตื่นตัวถึงขีดสุด
"คุณคิดว่าคนพวกนี้จะแตะต้องฉันได้เหรอคะ คุณคินน์?" ลินินเอียงคอมองด้วยรอยยิ้มหวานหยาดเยิ้มแต่แฝงด้วยยาพิษ "ลองดูสิคะ ถ้าน้ำร้อนแก้วนี้มันหกใส่สูทราคาแพงของคุณขึ้นมา ฉันไม่แน่ใจว่าระหว่างหน้าตาของคุณกับคดีความอันอื้อฉาว อะไรมันจะพังเร็วกว่ากัน"
ชายชุดสูดด้านหลังส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอเตรียมจะพุ่งเข้ามาตะครุบทันที แต่คินน์กลับยกมือขึ้นห้ามไว้ สายตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีน้ำตาลเข้มของหญิงสาวราวกับต้องการจะค้นหาความจริงบางอย่างที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังรอยยิ้มกวนประสาทนั้น
"คุณนี่มัน... ดื้อด้านและปากกล้าได้โล่จริงๆ" คินน์พูดลอดไรฟันด้วยความหมั่นไส้ระคนเอ็นดู ลึกๆ แล้วเขารู้ดีว่าหากปล่อยให้สถานการณ์ยืดเยื้อ ลินินอาจจะใช้แผนหลบหนีที่คาดไม่ถึงอีกครั้ง และเขาเองก็ไม่ต้องการให้เธอตกเป็นเหยื่อของคนพวกนั้นจริงๆ เสียด้วย
"ขอบคุณที่ชมค่ะ ฉันถือว่าเป็นคำยอกย้อนจากผู้ชายปากร้ายก็แล้วกัน" ลินินตอบกลับทันควันโดยไม่ยอมลดละสายตา "และถ้าคุณยังมีมารยาทหลงเหลืออยู่บ้าง ช่วยกรุณาถอยไปให้พ้นทาง เพราะฉันมีนัดต้องไปรีวิวเค้กมะพร้าวอ่อนต่อ... ไม่ว่างมาเล่นเกมสายลับกับพวกคุณหรอกนะ"
"คุณคิดว่าจะหนีพ้นหรือไง ลินิน" คินน์โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้วใส ลินินชะงักไปเล็กน้อย กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางสะอาดสะอ้านจากตัวเขาทำให้เธอเผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ "โลกใบนี้มันแคบเกินกว่าที่คุณจะซ่อนตัว... และเซฟโซนที่คุณสร้างขึ้นมา มันก็ไม่ได้ปลอดภัยอย่างที่คิดหรอก"
"อย่างน้อย..." ลินินเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นแรงขึ้นจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน แต่เธอก็ยังคงรักษาความเยือกเย็นไว้ได้ด้วยการยิ้มเยาะ "การได้อยู่ห่างจากคนอย่างคุณ... ก็ทำให้ฉันหายใจได้โล่งปอดขึ้นเยอะแล้วค่ะ"
พูดจบ ลินินก็อาศัยจังหวะที่คินน์กำลังอึ้งกับคำพูดแสบสันต์ สาดกาแฟอุ่นในแก้วลงบนพื้นเบื้องหน้าอย่างแม่นยำจนเกิดไอความร้อนฟุ้งกระจาย ก่อนจะสอดตัวหลบผ่านช่องว่างระหว่างชายฉกรรจ์และตัวคินน์พุ่งออกไปที่ประตูร้านอย่างรวดเร็วดั่งสายลม
"เฮ้ย! จับตัวไว้!" เสียงลูกน้องตะโกนลั่นร้าน
คินน์ไม่ได้วิ่งตามออกไปทันที เขาก้มมองคราบกาแฟบนพื้นรองเท้าหนังราคาแพงของตัวเอง ก่อนจะยกยิ้มมุมปากขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว มือหนายกขึ้นแตะที่ริมฝีปากตัวเองเบาๆ ราวกับยังหลงเหลือสัมผัสและกลิ่นอายของหญิงสาวคนนั้นติดตรึงอยู่
"ยัยตัวแสบเอ๊ย..." คินน์พึมพำกับตัวเองด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความท้าทายและความรู้สึกบางอย่างที่เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงัน "ต่อให้เธอหนีไปสุดขอบโลก ผมก็จะขุดคุ้ยเธอออกมาให้ได้"
ทว่า ในขณะที่คินน์กำลังจะหันไปสั่งการลูกน้องให้ตามล่าเป้าหมายต่อ เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทก็สั่นขึ้นมาอย่างรุนแรง
คินน์หยิบมันขึ้นมาด้วยความหงุดหงิด แต่เมื่อก้มลงมองหน้าจอ ดวงตาคมกริบก็ต้องเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ ข้อมูลบนหน้าจอไม่ใช่พิกัดของลินินอย่างที่ควรจะเป็น แต่มันคือภาพถ่ายระยะประชิดของตัวเขาเองที่ยืนอยู่ในร้านกาแฟเมื่อสามนาทีที่แล้ว พร้อมกับข้อความสั้นๆ ที่ส่งตรงจากเบอร์แปลกปริศนา
*[ระวังตัวไว้ให้ดี... คนที่ตามล่าคุณ อาจจะไม่ใช่พวกผม]*
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับ "ดรากอนไรเดอร์" นะครับ
เซฟโซนของคนปากร้ายกับสายลับไลฟ์สไตล์•ตอนที่ 2
ปากร้ายต้องเจอปากกล้า
ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนปากร้ายกับสายลับไลฟ์สไตล์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
