"คุณช่วยอธิบายเหตุผลที่ 'เนื้อกวางตุ๋นซีอิ๊วป่า' ราคาชามละแปดสิบบาท ถึงถูกคุณรีวิวว่าเป็น 'รสชาติเหมือนกระดาษหนังสือพิมพ์ชุบน้ำเกลือ' หน่อยได้ไหมครับ คุณลินิน"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือกระแสความหงุดหงิดระคนเย้ยหยันดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงบของร้านอาหารตามสั่งริมคลอง ลินิน ซึ่งกำลังใช้ทิชชูเปียกเช็ดคราบซอสเปรี้ยวหวานบนปลายนิ้ว ชะงักมือไปนิดเดียว ดวงตากลมโตคู่สวยเงยขึ้นสบกับชายหนุ่มในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มที่ยืนค้ำหัวอยู่ตรงหน้าโต๊ะ
นี่ไม่ใช่ลูกค้าทั่วไป... และแน่นอนว่าไม่ใช่แฟนคลับที่หลงใหลในคอนเทนต์รีวิวอาหารยอดวิวหลักล้านของเธอ
คินน์ หัวหน้าแผนกวิเคราะห์ความเสี่ยงแห่งบริษัทอาหารยักษ์ใหญ่ กำลังยืนจ้องเธอด้วยแววตาที่คมกริบราวกับกำลังสอบสวนผู้ต้องหาคดีอาชญากรรม แว่นตากรอบทองทรงเหลี่ยมสะท้อนแสงไฟนีออนในร้านจนแทบมองไม่เห็นประกายตาเบื้องหลัง แต่อึดใจต่อมา มุมปากหยักลึกของเขาก็กระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นชาที่ทรงพลังพอจะทำให้กระเพาะอาหารของใครหลายคนหดเกร็ง
"อ้อ... คุณคือคนที่คอมเมนต์ใต้โพสต์ว่า *'ลิ้นของคุณน่าจะมีปัญหาหรือไม่งั้นก็สมองเสื่อม'* สินะครับ" ลินินลากเสียงยาวอย่างไม่เกรงกลัว เธอเอนหลังพิงพนักเก้าอี้พลาสติก ไขว่ห้างอย่างสบายอารมณ์ แม้เสื้อฮู้ดสีดำตัวโคร่งและผมที่มتรวบลวกๆ จะดูเหมือนวัยรุ่นเพิ่งตื่นนอน แต่รอยยิ้มมุมปากและประกายตาวาววับของเธอกลับฉายแววของนักล่าที่พร้อมขย้ำเหยื่อกลับได้ทุกเมื่อ "ถ้าว่างมากจนไม่มีอะไรทำ แนะนำให้ไปเช็คความดันหรือซื้อซุปไก่สกัดกินนะครับคุณหัวหน้าแผนกวิเคราะห์ความเสี่ยง... อ๊ะ! ผมจำชื่อโปรไฟล์คุณได้ *'Kinn_RiskAverse'* สินะครับ ขยันจังเลยนะตามมาคอมเมนต์ทุกรีวิวของผมเนี่ย"
คินน์ขยับแว่นเล็กน้อย สันจมูกโด่งเป็นสันคมเชิดขึ้นเล็กน้อยด้วยความถือดี เขาลากเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามมานั่งลงโดยไม่ได้รับอนุญาต แรงกดดันรอบตัวผู้ชายคนนี้พุ่งสูงขึ้นจนอากาศรอบโต๊ะแคบลงถนัดตา
"ความผิดพลาดในข้อมูลของคุณไม่ได้แค่ทำลายชื่อเสียงของร้านอาหารเล็กๆ แห่งนี้ แต่มันกำลังสร้างความเสียหายเชิงโครงสร้างให้กับห่วงโซ่อุปทานอาหารท้องถิ่นที่ผมกำลังประเมินโครงการอยู่" คินน์ร่ายยาวด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม "คุณบอกว่าเนื้อกวางตุ๋นเหนียวและคาวจัด ทั้งที่ความจริงแล้ววัตถุดิบนั้นส่งตรงจากฟาร์มปิดที่ได้มาตรฐานสากล และผ่านการเคี่ยวด้วยไฟอ่อนมาสามสิบชั่วโมง คุณใช้อะไรวัดครับ... ลิ้นสัมผัส หรืออคติส่วนตัวเพื่อเรียกยอดแชร์?"
ลินินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่นั้นหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อประเมินคู่สนทนาอย่างละเอียด ผู้ชายคนนี้เนี้ยบเกินไป เสื้อผ้าไม่มีรอยย่นแม้แต่น้อย นาฬิกาข้อมือเรือนหรูบอกเวลาความเป๊ะทุกวินาที และที่สำคัญ... เขามีกลิ่นอายของคนที่คุ้นเคยกับการควบคุมทุกอย่างให้อยู่ในกำมือ
กลิ่นอายแบบเดียวกับที่เธอเคยเจอในโลกเบื้องหลัง... โลกที่เธอพยายามหนีออกมา
"คุณคินน์ครับ..." ลินินโน้มตัวไปข้างหน้า เสียงหวานใสแต่เจือความกวนประสาทดังขึ้นใกล้จนเขารับรู้ถึงกลิ่นหอมจางๆ คล้ายดอกไม้ป่าจากตัวเธอ "ถ้าคุณเคี้ยวอาหารด้วยสมองที่มีแต่ตัวเลขและกราฟความเสี่ยง คุณก็คงแยกไม่ออกหรอกว่าความ 'ดิบเถื่อน' ของรสชาติธรรมชาติกับความ 'จืดชืด' ที่ผ่านการคำนวณมาอย่างดีมันต่างกันยังไง ร้านนี้ใช้วัตถุดิบจริง แต่ฝีมือการปรุงวันนี้มันห่วยแตก ป้าเจ้าของร้านมือตกเพราะหลานชายเพิ่งโดนจับเข้าคุกต่างหากล่ะครับ... อยากรู้ลึกกว่านี้ไหม เดี๋ยวผมส่งรายงานลับภาคสนามให้เอาไหมครับท่านหัวหน้า"
คินน์ชะงักไปชั่ววินาที ดวงตาคมกริบกวาดมองใบหน้าเนียนใสที่ไม่มีเครื่องสำอางแต่งแต้มแต่กลับดึงดูดสายตาอย่างประหลาด คำพูดเมื่อครู่... ไม่ใช่คำพูดของฟู้ดบล็อกเกอร์ทั่วไป แต่มันคือการวิเคราะห์สถานการณ์ระดับเดียวกับสายลับที่ซึมซับข้อมูลเชิงลึกในเสี้ยววินาที
เขารู้สึกได้ถึงเสียงหัวใจที่เต้นผิดจังหวะในอกข้างซ้าย ความหงุดหงิดที่เคยมีถูกแทนที่ด้วยความประหลาดใจระคนทึ่งอย่างรวดเร็ว ผู้ชายอย่างคินน์ไม่ชอบความผิดพลาด และยิ่งไม่ชอบใจเข้าไปใหญ่ที่ตัวเองกำลังสนใจผู้หญิงปากกล้าคนนี้มากกว่าตัวเลขโปรเจกต์ตรงหน้า
"ปากเก่งดีนี่ครับ..." คินน์โน้มตัวเข้าไปใกล้ขึ้น ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ลดลงจนแทบสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นลุ่มลึกและอันตรายขึ้นกว่าเดิม "งั้นพิสูจน์ให้ผมดูหน่อยสิครับ ว่านอกจากปากกับตัวหนังสือบิดเบือนพวกนั้นแล้ว คุณมีความสามารถอะไรอีก... พาผมไปกินร้านที่ 'ถูกต้อง' ตามมาตรฐานของคุณหน่อยสิครับ คุณสายลับไลฟ์สไตล์"
ลินินเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มกวนประสาทบนใบหน้าแข็งค้างไปชั่วขณะเมื่อได้ยินคำว่า *'สายลับไลฟ์สไตล์'* ที่หลุดออกมาจากปากของคนตรงหน้า หัวใจของเธอหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม—*หมอนี่รู้ตัวตนที่แท้จริงของเธอได้ยังไง?*
ก่อนที่เธอจะได้ทันเอ่ยปากแก้ตัวหรือถอยร่น เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงตะโกนโวยวายก็ดังขึ้นจากหน้าร้าน ร่างของชายฉกรรจ์สามคนในชุดสูทสีดำสนิทและแว่นตากันแดดเดินผ่าม่านพลาสติกเข้ามาอย่างไร้มารยาท สายตาทั้งสามคู่กวาดมองตรงมาที่โต๊ะของพวกเขาอย่างรวดเร็ว และหนึ่งในนั้นชักวัตถุโลหะสีดำเงาขึ้นมาจากใต้เสื้อแจ็คเก็ตอย่างไม่ลังเล!
"เจอตัวจนได้นะ ยัยหนู... นายใหญ่ฝากความคิดถึงมาให้"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของดรากอนไรเดอร์ด้วยนะครับ
เซฟโซนของคนปากร้ายกับสายลับไลฟ์สไตล์•ตอนที่ 1
ข้อมูลที่ผิดพลาด
ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนปากร้ายกับสายลับไลฟ์สไตล์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
