"ผมไม่อนุมัติให้ตัดฉากนี้ทิ้ง คุณเร็น... คุณกำลังทำลายหัวใจของตัวละครด้วยการมองว่ามันเป็นแค่ 'ฟิลเลอร์' ที่ไม่มีความหมาย"
เสียงของอาคิระดังสะท้อนก้องในห้องประชุมแคบๆ ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกาแฟดำค้างคืน ปลายนิ้วเรียวสวยของเขากดลงบนกระดาษปึกหนาในมือจนยับยู่ยี่ ดวงตาเรียวคมที่ฉายแววท้าทายจ้องมองไปยังชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงข้ามราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
เร็นถอนหายใจยาว แววตาสีเข้มของเขาเรียบเฉยจนน่ากลัว เขาไม่ได้มองบทในมือ แต่กำลังจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของนักเขียนบทหนุ่มที่กำลังสั่นระริกด้วยความโกรธ
"อาคิระ..." เร็นเรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงราบเรียบจนเกือบเย็นชา "คำว่า 'หัวใจของตัวละคร' ที่คุณพูดถึง มันไม่ได้ถูกนิยามด้วยฉากพร่ำเพ้อที่ยืดเยื้อจนน่าเบื่อหรอกนะ สิ่งที่คนดูต้องการคือความกระชับ ความฉับไว ไม่ใช่บันทึกส่วนตัวที่คุณเขียนขึ้นมาเพื่อสนองความต้องการตัวเอง"
"อ้อ งั้นเหรอคะ?" อาคิระแค่นหัวเราะ เหยียดยิ้มที่มุมปากอย่างผู้ที่ถือไพ่เหนือกว่า "ความฉับไวของคุณคือการตัดทอนจนตัวละครกลายเป็นแค่หุ่นยนต์ไร้ความรู้สึก ถ้าคุณอยากทำสารคดีเชิงพาณิชย์ขนาดนั้น ทำไมไม่ไปจ้างนักเขียนสคริปต์รายวันล่ะ ทำไมต้องเป็นผม?"
เร็นลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เงาของเขาทอดทับร่างของอาคิระจนมิด ความกดอากาศในห้องดูจะลดต่ำลงจนน่าอึดอัด เขาโน้มตัวลงมาบนโต๊ะจนใบหน้าห่างกันเพียงคืบ กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ แบบผู้ชายสะอาดสะอ้านของเร็นปะทะเข้ากับจมูกของอาคิระ จนอีกฝ่ายชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะเชิดหน้าขึ้นสู้
"ที่ผมจ้างคุณ เพราะคุณมีสัญชาตญาณที่หาตัวจับยาก" เร็นกระซิบ เสียงของเขาแหบพร่าและทรงพลัง "แต่อีโก้ของคุณมันสูงเสียจนกำแพงภาษาที่คุณสร้างขึ้นมา มันขวางทางความสำเร็จของโปรเจกต์เราไปหมดแล้ว ถ้าคุณไม่รู้จักปรับตัว ก็ไม่มีที่ว่างสำหรับคุณในกองถ่ายนี้... ต่อให้คุณจะเป็นนักเขียนที่ดังที่สุดในโตเกียวก็ตาม"
อาคิระนิ่งไป สัมผัสได้ถึงแรงสั่นไหวในอก ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นความโกรธที่ถูกจี้จุดจนมุม เขาโยนปากกาในมือลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่น ก่อนจะคว้าสมุดจดขึ้นมาเตรียมจะเดินออกจากห้อง
"ถ้างานที่ผมเขียนมันขวางหูขวางตาคุณนัก ก็หาคนใหม่มาแทนเถอะค่ะ" อาคิระก้าวผ่านร่างสูงไป แต่แล้วมือแกร่งของเร็นก็คว้าข้อมือเขาไว้แน่น แรงดึงนั้นทำให้ร่างของอาคิระเซถลากลับมาปะทะกับแผงอกกว้างของอีกฝ่ายอย่างจัง
กลิ่นกาแฟและไออุ่นจากร่างกายของเร็นแผ่ซ่านเข้ามา อาคิระหยุดหายใจไปชั่วขณะ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบจะหลุดออกมาจากอก เขาพยายามขืนตัวออก แต่เร็นกลับออกแรงดึงรั้งไว้แน่นขึ้น พร้อมกับโน้มใบหน้าลงมาข้างหู
"ผมยังไม่ได้บอกให้คุณไป" เสียงกระซิบนั้นช่างเย้ายวนและอันตรายในเวลาเดียวกัน "เรายังถกเถียงกันไม่จบ และที่สำคัญ... เรายังมี 'ข้อตกลง' ที่ยังไม่ได้ชำระสะสาง"
อาคิระกัดริมฝีปากแน่น พยายามรวบรวมสติที่แตกกระเจิง "ปล่อยนะคะ อย่ามาทำตัวไร้มารยาทแบบนี้"
"ถ้าการทำความเข้าใจกับนักเขียนที่ดื้อรั้นที่สุดในสตูดิโอคือความไร้มารยาท ผมก็ยอมรับ" เร็นค่อยๆ คลายมือออก แต่กลับเปลี่ยนมาเป็นกักตัวอาคิระไว้ระหว่างเขากับกำแพงห้องโดยไม่ให้ทางหนี
ในจังหวะที่อาคิระกำลังจะหันไปตอกกลับด้วยคำพูดที่คมคายที่สุด ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นถี่ๆ ตามด้วยการเปิดเข้ามาโดยไม่รอคำอนุญาต
"คุณเร็นคะ! ผลสรุปยอดพรีออเดอร์ของโปรเจกต์เรา... มันมีปัญหาใหญ่เกิดขึ้นแล้วค่ะ!"
เสียงของผู้ช่วยผู้กำกับที่ตื่นตระหนกทำให้เร็นและอาคิระผละออกจากกันทันที ทั้งคู่หันไปมองหญิงสาวที่ยืนหน้าซีดอยู่หน้าประตู พร้อมกับแท็บเล็ตในมือที่แสดงกราฟตัวเลขดิ่งลงเหว
เร็นคว้าแท็บเล็ตมาดู ดวงตาคมกริบกวาดมองตัวเลขนั้นเพียงครู่เดียว ก่อนจะสบถออกมาเบาๆ ในลำคอ เขาหันกลับมามองอาคิระด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป... สายตาที่ไม่ได้มีความโกรธเจือปนอีกแล้ว แต่มันคือความตื่นตระหนกที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งขรึม
"ดูเหมือนว่า 'กำแพง' ที่เรากำลังทะเลาะกันอยู่นี้..." เร็นเว้นจังหวะ พลางยื่นแท็บเล็ตให้คนตรงหน้าดูสิ่งที่ปรากฏบนหน้าจอ "มันกำลังจะพังถล่มลงมาทับเราทั้งคู่แล้วล่ะ"
อาคิระก้มมองหน้าจอ แล้วลมหายใจของเขาก็สะดุดกึกเมื่อเห็นข้อความประกาศจากสำนักข่าวบันเทิงที่พาดหัวตัวใหญ่เบ้อเริ่ม
'โปรเจกต์ซีรีส์ฟอร์มยักษ์ส่อเค้าพับ! เมื่อนักเขียนบทตัวท็อปและผู้กำกับจอมเฮี้ยบประกาศแยกทางกันอย่างไม่มีกำหนดกลางงานแถลงข่าว'
อาคิระเงยหน้าขึ้นมองเร็น ในขณะที่เร็นเองก็จ้องกลับมาด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก เสียงฝีเท้าของกองทัพนักข่าวที่น่าจะกรูกันเข้ามาที่สตูดิโอในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ จากโถงทางเดินภายนอก
"เราไม่ได้ประกาศแยกทางกันนะคะ..." อาคิระพูดเสียงสั่น
"คนอื่นไม่รู้หรอก" เร็นคว้าข้อมืออาคิระอีกครั้ง แต่คราวนี้กระชับแน่นอย่างเด็ดขาด "และถ้าไม่อยากให้เราทั้งคู่จบเห่ตั้งแต่วันนี้ คุณต้องเล่นละครบทสำคัญที่สุดในชีวิตไปกับผม... เดี๋ยวนี้!"
ขอบพระคุณนักอ่านที่น่ารักทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับ 'หิมะแรกในโตเกียว' นะคะ
เซฟโซนของคนหัวแข็งกับยัยโปรดิวเซอร์มือฉมัง•ตอนที่ 2
กำแพงภาษาและอีโก้ที่สูงเท่าตึก
ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนหัวแข็งกับยัยโปรดิวเซอร์มือฉมัง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
