เสียงกระทบของหยกเนื้อดีกับกระดานไม้จันทน์หอมดังขึ้นเป็นจังหวะ ราวกับเสียงนาฬิกาดิจิทัลที่กำลังนับถอยหลังสู่วินาทีพิพากษา บนโต๊ะน้ำชาไม้แกะสลักลายพยัคฆ์หมอบ ณ ตำหนักลับปลายค่ายทหารบูรพา ไร้ซึ่งเงาของบ่าวไพร่หรือทหารอารักขา มีเพียงคนสองคนที่นั่งเผชิญหน้ากัน กลิ่นอายความกดดันแผ่ซ่านจนแทบทำให้ลมหายใจของคนรอบข้างหยุดชะงัก
กู้หลานจือไม่ได้มองหน้าคู่สนทนา ดวงตาคมกริบราวกับใบมีดซ่อนฝักของแม่ทัพหญิงกวาดมองสถานการณ์บนกระดานหมากรุกตรงหน้า หมากสีดำและสีขาวขัดกันเป็นแนวรบราวกับสมรภูมิเจียงหนานเมื่อสามปีก่อน ความเงียบระหว่างพวกเขามีน้ำหนักมหาศาล น้ำหนักของอำนาจ ชีวิตผู้คน และหลักฐานชิ้นสำคัญที่ซุกซ่อนอยู่ใต้พรม
"ท่านอ๋องเดินหมากตานี้ แปลว่าทรงยอมทิ้งแนวป้องกันด้านตะวันตก เพื่อแลกกับการล้อมกรอบข้าพเจ้าในเมืองหลวงอย่างนั้นสินะคะ"
น้ำเสียงของกู้หลานจือเรียบนิ่ง เย็นชา และเปี่ยมด้วยความมั่นใจ นางคีบหมากสีขาวขึ้นมาด้วยปลายนิ้วเรียวยาวที่ผ่านการจับดาบมาโชกโชน สายตาของนางไม่ได้มองแค่ตัวหมาก แต่กำลังอ่านลึกเข้าไปถึงโครงสร้างอำนาจที่เฉินอ๋องพยายามสร้างขึ้นเพื่อคานอำนาจกองทัพของนาง
เฉินอ๋อง (ลู่หยาง) ยกจอกชาขึ้นจิบช้าๆ รอยยิ้มบางเบาแต่แฝงด้วยความเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปาก พระองค์ทรงวางจอกแช่มช้า ดวงตาคมปลาบดูลุ่มลึกและอ่านยากราวกับห้วงสมุทรสีเทายามไร้แสงจันทร์
"แม่ทัพกู้เข้าใจผิดแล้ว... หมากตานั้นไม่ใช่การยอมแพ้ แต่เป็นการ 'ล่อเสือออกจากถ้ำ' ต่างหาก" ลู่หยางทอดพระเนตรมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ทั้งชื่นชมในความเฉียบคมและอยากทำลายความเย่อหยิ่งนั้นให้แหลกคา มือหนาวางหมากสีดำลงอย่างมั่นคง "ท่านมักใช้ตรรกะและหลักฐานเชิงประจักษ์ในการตัดสินคน แต่ในเกมการเมือง บางครั้งหลักฐานที่สะอาดที่สุด... กลับเป็นหลักฐานที่ถูกสร้างขึ้นโดยมือที่สะอาดที่สุดเช่นกัน"
คำพูดนั้นบาดลึกเข้าในความทรงจำสีเทาของกู้หลานจือ ภาพเหตุการณ์ในอดีตที่นางถูกหักหลังโดยคนในตระกูล—ผู้ซึ่งใช้กฎระเบียบและหลักฐานปลอมมาบีบคั้นนางให้จนมุม—ผุดขึ้นมาในหัวชั่วแวบ แต่นางไม่มีวันแสดงความอ่อนแอออกมาทางสีหน้า
กู้หลานจือแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยเยื่อใยแห่งความระแวงระวัง
"มือที่สะอาดหรือคะ? น่าเสียดายที่ข้าพเจ้าเติบโตมาบนกองเลือดและซากศพ จึงไม่เชื่อถือมือคู่ใดในราชสำนักนี้ นอกจากคมดาบในมือตนเอง" นางขยับหมากสีขาวเข้าประชิดขุนพลสีดำของอีกฝ่ายทันที เสียงไม้กระทบกระดานดังขึ้นอย่างเด็ดขาด "และหมากตานี้ของท่าน ก็กำลังจะทำให้ขุนพลตัวสำคัญต้องตกเป็นเบี้ยล่าง"
บรรยากาศในห้องเย็นยะเยือกขึ้นทันตาเห็น สองสายตาประสานกันราวกับมีประกายไฟจากการปะทะกันทางความคิด กู้หลานจือและลู่หยางต่างเป็นมืออาชีพที่ฉลาดทันกัน อุดมการณ์ของพวกเขาขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิง ฝ่ายหนึ่งยึดมั่นในวินัยและความถูกต้องของค่ายทหาร แต่อีกฝ่ายกลับมองเกมการเมืองเป็นกระดานหมากที่ต้องยอมเสียสละเบี้ยเพื่อรักษาบัลลังก์ ทว่าความต่างนี้เองที่กลับสร้างแรงดึงดูดทางจิตวิญญาณอย่างประหลาด จนไม่มีใครยอมละสายตาไปจากอีกฝ่ายได้
"ท่านมั่นใจนักหรือว่า ขุนพลตัวนั้นไร้ทางหนี?" ลู่หยางโน้มพระวรกายเข้ามาใกล้ขึ้น กลิ่นอายบุรุษและกลิ่นชาชั้นดีผสมผสานกันจนกูหลานจือต้องผ่อนลมหายใจเพื่อตั้งสติ "บางที... หมากตัวที่ท่านคิดว่าเป็นผู้ชนะ อาจเป็นเพียงตัวเดินที่ถูกกำหนดให้ตายตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเท้าเข้าสู่ตำหนักนี้แล้ว"
กู้หลานจือชะงักไปชั่วลมหายใจ นางก้มมองกระดานอีกครั้ง ทันใดนั้น สัญชาตญาณของแม่ทัพผู้ผ่านศึกสงครามก็ร้องเตือน เมื่อนางสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง ตำแหน่งของหมากสีดำที่ลู่หยางเพิ่งเดิน ไม่ได้มุ่งเน้นที่การโจมตีตัวหของนาง แต่มันกำลังสร้าง "รูปแบบ" บางอย่าง—รูปแบบของตราประทับลับที่นางเคยเห็นในแฟ้มคดีลับของตระกูลที่ถูกปิดตาย
ม่านตาของหญิงสาวหดแคบลง หัวใจเต้นกระหน่ำด้วยความตกใจแต่ยังคงควบคุมสีหน้าได้อย่างแนบเนียน
ก่อนที่กู้หลานจือจะได้เอաբatกล่าวโต้ตอบ เสียงฝีเท้าหนักแน่นและรีบร้อนก็ดังขึ้นจากภายนอกประตูตำหนัก ทหารองครักษ์ประจำตัวของนางพุ่งพรวดเข้ามาด้วยใบซีดเผือด คุกเข่าลงเบื้องหน้าอย่างลนลานจนข้อศอกแทบกระแทกพื้น
"แม่ทัพกู้! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ... หน่วยสืบสวนหลวงนำกำลังเข้าค้นเรือนพักส่วนตัวของท่านเมื่อครู่ และพบสิ่งนี้ซ่อนอยู่ใต้พื้นเรือนพ่ะย่ะค่ะ!"
ทหารนายนั้นยื่นห่อผ้าไหมเก่าคร่ำคร่าส่งให้ด้วยมือที่สั่นเทา กู้หลานจือรับมันมาด้วยความนิ่งสงบ แต่มือเรียวกลับเย็นเฉียบดั่งน้ำแข็ง เมื่อนางเปิดห่อผ้าออก แสงจากตะเกียงน้ำมันส่องกระทบเข้ากับ "ป้ายคำสั่งกองทัพพยัคฆ์" ของจริงที่หายสาบสูญไป พร้อมกับจดลับตราประทับกบฏที่ระบุชื่อของนางเองหราอยู่บนแผ่นกระดาษ
กู้หลานจืองดเว้นการหายใจไปชั่วขณะ นางเงยหน้าขึ้นสบตากับลู่หยางที่ยังคงนั่งจิบชาด้วยรอยพระพักตร์สงบนิ่งดั่งผิวน้ำในบึงใหญ่ ไร้ซึ่งความประหลาดใจใดๆ ทั้งสิ้น
— ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางเข้าสู่ห้วงเวลาอันเชือดเฉือนและลุ่มลึกนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ — หมอกเหมยปลายฤดู
อาญารักใต้เงาศึกพยัคฆ์หญิง•ตอนที่ 2
หมากรุกที่ไร้ตัวเดิน
ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อาญารักใต้เงาศึกพยัคฆ์หญิง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
