อัลกอริทึมแห่งอนาคตกาล: ตรรกะของผมกับอาจารย์สาวผู้อยู่เหนือเวลา•ตอนที่ 10

กับดักความน่าจะเป็น

ผลงานโดย ควอนตัมคอร์
"รินทร์... เธอเข้าใจผิดแล้ว" เสียงของดร.เอเลน่าสั่นเครือเล็กน้อย แววตาของอาจารย์สาวผู้เคยเยือกเย็นและกุมความลับแห่งห้วงเวลามาตลอดกลับไหวระริก สะท้อนเงาของแสงสีฟ้าจากจอโฮโลแกรมขนาดยักษ์ที่ฉายโครงสร้างประสาทสมองของมนุษย์ออกมาเป็นเส้นสายตารางคณิตศาสตร์นับล้านเส้น เบื้องหน้าของผม คือห้องปฏิบัติการใต้ดินของสถาบันวิจัยควอนตัมแห่งชาติ อากาศรอบตัวเย็นเฉียบจนกลั่นตัวเป็นไอจางๆ ทว่าเม็ดเหงื่อกลับผุดพรายขึ้นบนขมับของผม อุปกรณ์ควบคุมสนามแม่เหล็กไฟฟ้ากำลังส่งเสียงหึ่งต่ำๆ เป็นจังหวะเดียวกับอัตราการเต้นของหัวใจที่ดังสะท้อนอยู่ในโสตประสาท ผมก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าว สายตาจ้องมองปลายนิ้วเรียวของอาจารย์ที่กำลังวางอยู่บนแป้นพิมพ์คำสั่งสีนิล รหัสผ่านระดับโอเมก้ากำลังถูกป้อนทีละตัวอย่างแม่นยำ และเป้าหมายของชุดคำสั่งนั้น... ชัดเจนเสียจนผมรู้สึกหน็บหนาวไปถึงกระดูกดำ *โปรโตคอลการฟอร์แมตความทรงจำภาคพื้นควอนตัม (Quantum Memory Purge Protocol)* "ผมไม่ได้เข้าใจผิดครับ อาจารย์" ผมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมให้ราบเรียบที่สุด แม้ว่าภายในใจจะปั่นป่วนราวกับมีพายุสุริยะกำลังโหมกระหน่ำ "ไฟล์ข้อมูลความน่าจะเป็นที่ผมคำนวณได้เมื่อสามนาทีที่แล้ว ระบุชัดเจนว่า ทุกครั้งที่อาจารย์พยายามดึงผมออกจากลูปเวลานี้ อาจารย์ไม่ได้แค่รีเซ็ตเหตุการณ์... แต่กำลังลบเศษเสี้ยวความทรงจำตัวตนของผมออกทีละน้อย" ดร.เอเลน่าชะงักมือที่กำลังจะกดปุ่มยืนยัน ปลายนิ้วของเธอนิ่งค้างอยู่เหนือแป้นพิมพ์เพียงมิลลิเมตรเดียว เธอยังไม่หันกลับมามองผม แต่แผ่นหลังบางนั้นเกร็งเครียดจนเห็นสันกระดูก "เธอยังเด็กเกินกว่าจะแบกรับน้ำหนักของอนาคตทางเลือกเหล่านั้นนะ รินทร์" น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลขึ้น แต่มันเต็มไปด้วยความเศร้าสร้อยที่ลึกล้ำ "จักรวาลไม่ได้ใจดีขนาดนั้น ทุกครั้งที่เธอคำนวณความน่าจะเป็นที่เหนือกว่าขีดจำกัดของมนุษย์ สมองของเธอจะถูกเผาผลาญด้วยพลังงานควอนตัม ฉันทำแบบนี้... เพื่อปกป้องตัวเธอเอง" "ปกป้องผม หรือปกป้องความลับของอาจารย์กันแน่ครับ?" ผมย้อนถาม สายตากวาดมองไปรอบห้องเพื่อประเมินสถานการณ์ ระบบป้องกันภัยอัตโนมัติถูกล็อกไว้ด้วยสิทธิ์การเข้าถึงสูงสุดของเอเลน่า หากผมวิ่งเข้าไปตอนนี้ ความน่าจะเป็นที่จะเข้าถึงแผงควบคุมหลักภายในเวลา 1.42 วินาทีมีเพียงร้อยละ 12.8 เท่านั้น ซึ่งถือว่าต่ำเกินกว่าจะเสี่ยง แต่ผมไม่มีทางเลือกอื่น ในฐานะนักคำนวณความน่าจะเป็น ผมรู้ดีว่าการสูญเสียความทรงจำไม่ได้หมายถึงแค่การลืมเรื่องราวในอดีต แต่มันหมายถึงการสูญเสีย "ตัวตน" และ "ตรรกะ" ที่ผมใช้ต่อสู้มาตลอดสิบตอน ถ้ารินทร์คนเดิมหายไป รินทร์คนใหม่ที่จะตื่นขึ้นมาในลูปถัดไปก็จะเป็นเพียงหุ่นเชิดที่อาจารย์โปรแกรมเอาไว้เท่านั้น "อาจารย์จำไม่ได้แล้วใช่ไหมครับ... ว่าเราสัญญาอะไรกันไว้เมื่อลูปที่ 41?" ผมทิ้งไพ่ตายใบสุดท้ายลงไป ร่างบางสะท้านเฮือก เธอกลับหลังหันมาอย่างรวดเร็ว ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความตกใจฉายชัดอยู่บนใบหน้าขาวซีด "เธอ... ลูปที่ 41? เป็นไปไม่ได้! ฉันล้างข้อมูลส่วนนั้นไปเรียบร้อยแล้วตั้งแต่ออกจากจุดเอกฐานครั้งก่อน ทำไมเธอถึงยัง..." "เพราะตรรกะของผมไม่ได้พึ่งพาแค่หน่วยความจำชีวภาพครับ" ผมสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ ปล่อยให้พลังงานความน่าจะเป็นไหลเวียนผ่านปลายนิ้วทั้งสิบที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋าเสื้อกาวน์ "ผมฝังอัลกอริทึมสำรองไว้ในรูปแบบของผลรวมความน่าจะเป็น (Probability Summation) ตั้งแต่ตอนที่เราช่วยกันซ่อมแซมเครื่องมือข้ามมิติ ไม่ว่าอาจารย์จะพยายามลบมันกี่ครั้ง สมการนี้ก็จะสร้างตัวเองขึ้นมาใหม่จากเศษเสี้ยวของปฏิกิริยาควอนตัมรอบตัวเสมอ" เอเลน่ายืนนิ่งค้างไป เธอมองผมด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ราวกับเพิ่งตระหนักได้ว่าเด็กหนุ่มที่เธอคอยดูแลและสอนสั่งคนนี้ ได้เติบโตจนกลายเป็นตัวแปรที่แม้แต่ผู้สร้างอย่างเธอก็ไม่อาจควบคุมได้อีกต่อไปแล้ว "เธอมันดื้อรั้นจริงๆ รินทร์..." เธอระบายยิ้มขื่นๆ ออกมา มุมปากหยักโค้งด้วยความรู้สึกที่ผสมผสานระหว่างความภาคภูมิใจและความสิ้นหวัง "รู้ไหมว่าการขัดขวางโปรโตคอลนี้ จะทำให้ระบบทั้งหมดเข้าสู่ภาวะวิกฤต และถ้าโชคไม่ดี... เราอาจจะติดอยู่ในรอยแยกของเวลานี้ไปตลอดกาล" "ผมยอมติดอยู่ในรอยแยกของเวลา มากกว่าการมีชีวิตอยู่โดยไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใครครับ" ผมตอบกลับทันที น้ำเสียงหนักแน่นและจริงจัง ไม่มีแววลังเลหลงเหลืออยู่อีกต่อไป ผมก้าวเท้าเดินเข้าไปหาเธอทีละก้าวอย่างระมัดระวัง สังเกตการเปลี่ยนแปลงของสนามพลังงานรอบตัว แสงไฟสีฟ้าในห้องเริ่มกะพริบถี่เป็นสัญญาณเตือนภัยระดับวิกฤต เสียงหวีดร้องของระบบระบายความร้อนดังระงับประสาท แต่ผมไม่หยุด ในจังหวะที่ผมเอื้อมมือออกไปหมายจะแตะลงบนคานควบคุมเพื่อหยุดยั้งการลบข้อมูล ดร.เอเลน่ากลับไม่ได้ขัดขืน เธอกลับดึงข้อมือของผมเข้ามาหาตัวอย่างรวดเร็ว แรงปะทะทำให้ผมเซเข้าไปประชิดตัวเธอ กลิ่นหอมจางๆ ของโอโซนและกระดาษตำราเก่าลอยแตะจมูก ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจผมหยุดเต้นไม่ใช่สัมผัสใกล้ชิดนั้น "ถ้าอย่างนั้น... ก็พิสูจน์ให้ฉันเห็นสิ ว่าตรรกะของเธอมีความหมายมากพอที่จะเปลี่ยนอนาคตได้จริงๆ" เอเลน่ากระซิบข้างหูผม น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนเป็นจริงจังและเฉียบคม "เพราะตอนนี้... มีแขกที่ไม่ได้รับเชิญกำลังก้าวผ่านประตูมิติเข้ามา และพวกเขาไม่ได้มาเพื่อเจรจา" *ติ๊ด! ติ๊ด! ติ๊ด!* เสียงแจ้งเตือนจากระบบรักษาความไม่ได้มาจากคอมพิวเตอร์ของห้องนี้ แต่มันดังมาจากนาฬิกาควอนตัมบนข้อมือของผมเอง หน้าจอแสดงผลสีแดงฉานกะพริบรัวพร้อมกับตัวอักษรขนาดใหญ่ที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศ **[คำเตือนระบบ: ตรวจพบการแทรกแซงจากมิติภายนอก]** **[ภารกิจระดับ SSS: เผชิญหน้ากับ "ผู้สังเกตการณ์แห่งความว่างเปล่า" (The Void Observer)]** **[เวลาที่เหลือก่อนการล่มสลายของมิติ: 03:15 นาที]** ก่อนที่ผมจะได้ทันคิดวิเคราะห์ความน่าจะเป็นของภัยคุกคามใหม่นี้ ผนังคอนกรีตเสริมเหล็กเบื้องหลังของห้องปฏิบัติการก็ระเบิดออกเป็นจุล แรงดันอากาศมหาศาลซัดร่างของเรากระเด็นถอยหลัง ท่ามกลางกลุ่มควันสีขาวทึบและเศษซากโลหะที่กระจัดกระจาย เงาร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะสีดำสนิทที่ไม่มีร่องรอยของรอยต่อใดๆ ก้าวเท้าผ่านม่านควันเข้ามาอย่างเชื่องช้า ดวงตาสีทองคู่หนึ่งส่องประกายเรืองรองอยู่ภายใต้หมวกเกราะเหล็ก และเป้าหมายของมัน... คือเครื่องมือข้ามมิติที่อยู่ด้านหลังเราทั้งคู่ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าด้วยความตื่นเต้นที่เข้มข้นยิ่งกว่าเดิมครับ – ควอนตัมคอร์
สารจากนักเขียน (ควอนตัมคอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมแห่งอนาคตกาล: ตรรกะของผมกับอาจารย์สาวผู้อยู่เหนือเวลา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%