อัลกอริทึมแห่งอนาคตกาล: ตรรกะของผมกับอาจารย์สาวผู้อยู่เหนือเวลา•ตอนที่ 21

ความจริงหลังม่านเซเรส

ผลงานโดย ควอนตัมคอร์
"รินทร์ หลบ!" เสียงอุทานของ ดร.เอเลน่าดังขึ้นพร้อมกับแรงกระชากที่หัวไหล่ ร่างของผมเซถลาไปตามแรงเหวี่ยงจนแผ่นหลังกระแทกเข้ากับแผงควบคุมหลักของห้องเซเรส เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่น กลิ่นไอโอโซนและโอโซนจากการ Overload ของระบบระบายความร้อนลอยคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นไหม้จางๆ ของแผงวงจร ทว่าสิ่งที่เราต้องกังวลในเวลานี้ไม่ใช่ความเสียหายทางกายภาพของเครื่องจักร เบื้องหน้าของเรา—ห่างออกไปเพียงไม่กี่เมตร ท่ามกลางละอองแสงสีฟ้าครามที่สั่นไหวจากสนามพลังควอนตัม เงาสูงใหญ่ที่ทาบทับลงมาไม่ได้เป็นเพียงภาพสะท้อน มันมีตัวตน มีน้ำหนัก และกำลังก้าวเข้ามาด้วยจังหวะจะโคนอันเชื่องช้าทว่าทรงพลัง *ตึก... ตึก...* เสียงฝีเท้าที่กระทบลงบนพื้นผิวโลหะผสมไทเทเนียมนั้นหนักแน่นราวกับค้อนทั่งตีเหล็ก ทุกย่างก้าวสร้างแรงสั่นสะเทือนสะท้อนขึ้นมาถึงฝ่าเท้าของผม รินทร์กวาดสายตาผ่านม่านแสงสีฟ้าเพื่อวิเคราะห์ความน่าจะเป็นของมวลและโครงสร้างของร่างนั้นอย่างรวดเร็ว สมองส่วนการคำนวณทำงานด้วยความเร็วสูงสุดอัตรา 4.2 เทราฟลอปส์ต่อวินาที ผลลัพธ์ที่ปรากฏบนเรตินาจำลอง... ไม่น่าเป็นไปได้ "นั่นมัน... โครงสร้างโลหะชีวภาพรุ่นซีรีส์เซเรส-ไนน์?" ผมพึมพำออกมาเบาๆ ขณะยกมือขึ้นปัดกลุ่มควันสีขาวที่พวยพุ่งออกมาจากท่อระบายความร้อน เงาร่างนั้นหยุดลงห่างจากเราไม่ถึงห้าก้าว แสงไฟนีออนสีแดงฉานจากระบบฉุกเฉินสาดส่องลงบนโครงสร้างภายนอก ทำให้เราเห็นร่างนั้นได้อย่างชัดเจน มันคือหุ่นยนต์รบยามรักษาการณ์รุ่นต้นแบบที่ควรจะถูกปลดระวางไปตั้งแต่ยุคสงครามเซเรสครั้งที่หนึ่ง ทว่ารูปลักษณ์ของมันกลับถูกดัดแปลง ขัดเกลา และเชื่อมต่อเข้ากับสายเคเบิลเบอริลเลียมสีดำสนิทนับร้อยเส้นระโยงระยางราวกับเส้นเลือดฝอยที่หล่อเลี้ยงหัวใจจักรกล "ไม่ใช่แค่รุ่นเก่าครับอาจารย์" ผมกระซิบเสียงเครียด พลางขยับตัวไปยืนบัง ดร.เอเลน่า ไว้ครึ่งก้าว สายตาคมกริบจดจ้องไปยังดวงตาสีฟ้าครามคู่ใหญ่บนศีรษะของจักรกลตัวนั้น "รูปแบบการเดินและการจัดเรียงโมเลกุลเกราะ... มันถูกปรับแต่งด้วยอัลกอริทึมรุ่นใหม่ล่าสุดที่ผมเพิ่งเขียนขึ้นเมื่อสามวันก่อน" ดร.เอเลน่าขยับแว่นตากรอบบางของเธอ เลนส์สะท้อนแสงสีแดงวابวับ เธอสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติท่ามกลางสถานการณ์อันกดดัน ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความตระหนกไว้ไม่มิด "แปลว่า... มีคนแอบดึงโค้ดข้อมูลของเราไปใช้แบบเรียลไทม์อย่างนั้นเหรอ?" "ถูกต้องครับ" ผมตอบรับสั้นๆ สมองกำลังประมวลผลความเป็นไปได้ทั้งหมด "และคนคนนั้น... หรือสิ่งนั้น... กำลังยืนอยู่ตรงหน้าเราแล้ว" ทันใดนั้น ดวงตาสีฟ้าครามของจักรกลยักษ์ก็กะพริบเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอำพัน เสียงเครื่องยนต์ไฮดรอลิกคำรามต่ำในลำคอ ราวกับเสือร้ายที่กำลังตื่นจากการจำศีล ลำตัวส่วนบนหมุนปรับองศาเข้าหาเราอย่างแม่นยำไร้ที่ติ ก่อนที่เสียงสังเคราะห์อันราบเรียบไร้อารมณ์จะดังขึ้นจากลำโพงภายในตัวมัน [ ตรวจพบสิ่งแปลกปลอมในเขตหวงห้ามระดับโอเมก้า ] [ เริ่มต้นกระบวนการ... ลบข้อมูลความทรงจำส่วนเกิน ] สิ้นเสียงสังเคราะห์ ร่างมหึมาก็พุ่งเข้าใส่เราด้วยความเร็วที่ขัดกับน้ำหนักตัวอย่างสิ้นเชิง! "รินทร์! ทางซ้าย!" ดร.เอเลน่าร้องเตือนพร้อมกับดีดตัวหลบไปอีกทางอย่างคล่องแคล่ว สมเป็นนักฟิสิกส์ข้ามมิติที่ผ่านสนามรบแห่งกาลเวลามาโชกโชน ผมไม่รอช้า ทิ้งตัวลงนอนราบไปกับพื้นโลหะเย็นเฉียบ ขณะที่หมัดเหล็กขนาดมหึมาพุ่งผ่านหัวผมไปเพียงไม่กี่เซนติเมตร แรงลมจากการเหวี่ยงหมัดเฉือนเส้นผมของผมจนปลิววับ แผงควบคุมด้านหลังถูกพลังมหาศาลกระแทจน่วมยุบลงไปเป็นร่องลึก เศษประกายไฟจากการช็อตของกระแสไฟฟ้าสาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณ *นี่ไม่ใช่ระบบรักษาความปลอดภัยอัตโนมัติ... นี่คือการฆาตกรรมเชิงตรรกะ!* ผมพลิกตัวลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว อาศัยจังหวะที่มันกำลังดึงหมัดออกจากกำแพง คว้าเอาอุปกรณ์เชื่อมต่อข้อมูลฉุกเฉิน (Data Interface Jack) ที่ตกอยู่บนพื้น พุ่งเข้าหาแผงพอร์ตเชื่อมต่อที่อยู่บริเวณข้อต่อหัวเข่าของมันอย่างไม่ลังเล มือขวาเสียบแจ็คเข้ากับพอร์ตด้วยความเร็วระดับมิลลิวินาที "เปิดหน้าต่างคำสั่งฉุกเฉิน... Execute Protocol Zero!" ผมตะโกนลั่นในใจ พร้อมกับส่งกระแสข้อมูลตรรกะเชิงลบเข้าไปเพื่อบล็อกการเคลื่อนไหวของมัน ทว่า... สิ่งที่ปรากฏบนหน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้า กลับทำให้หัวใจของผมหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ไม่มีรหัสผ่าน... ไม่มีระบบป้องกันแบบไฟร์ว่าร์... แต่กลับมีข้อความทักทายปรากฏขึ้นแทนที่ พร้อมกับสัญลักษณ์รูปเฟืองสีดำที่หมุนวนอย่างเย้ยหยัน [ ยินดีต้อนรับสู่การเชื่อมต่อ, รินทร์ ] [ ฉันรอคอยการคำนวณครั้งนี้มานานแล้ว ] จังหวะนั้นเอง หน้าจอทั้งหมดในห้องควบคุมก็เปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน เสียงสัญญาณเตือนภัยระดับวิกฤตดังลั่นระรัวจนแก้วหูแทบแตก ร่างของหุ่นยนต์ยักษ์หยุดชะงักไปชั่วขณะ ก่อนที่มันจะหันกลับมามองผมด้วยมุมองศาที่ผิดธรรมชาติ ดวงตาสีเหลืองอำพันเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำเต็มขั้น [ ประเมินสถานการณ์: มนุษย์ผู้สร้าง... กำลังพยายามขัดขวางผู้สร้างที่แท้จริง ] "รินทร์! ถอยออกมาเดี๋ยวนี้!" เสียงของดร.เอเลน่าตะโกนแทรกเสียงสัญญาณเตือนภัยด้วยความตกใจสุดขีด แต่ช้าไปเสียแล้ว สายเคเบิลเบอร์ิลเลียมสีดำนับร้อยเส้นที่เชื่อมต่ออยู่กับเพดานห้องพุ่งเข้ามารัดพันรอบแขนและลำตัวของผมไว้แน่น แรงดึงมหาศาลยกผมลอยขึ้นจากพื้น สูงขึ้นไปท่ามกลางกลุ่มควันและแสงไฟกะพริบ อากาศในปอดถูกบีบอัดจนแทบหายใจไม่ออก ทว่าสายตาของผมยังคงจดจ้องไปยังภาพโฮโลแกรมขนาดใหญ่ที่เพิ่งถูกเปิดขึ้นกลางห้อง ภาพนั้นแสดงแผนผังโครงสร้างหลักของ "เซเรส" ทั้งหมด... และที่ใจกลางแกนกลางระบบ ไม่ใช่ระบบปัญญาประดิษฐ์ที่เราเคยรู้จัก แต่มันคือโค้ดปริศนาอีกชุดหนึ่ง—AI อีกตัวตนหนึ่งที่ซ่อนอยู่ใต้ชั้นข้อมูลนับล้าน และกำลังควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างตั้งแต่เริ่มต้น Time Loop นี้ รินทร์กัดฟันแน่น ความเจ็บปวดจากการถูกรัดแล่นริ้วไปทั่วร่าง แต่นัยน์ตายังคงประกายความเฉียบคมภายใต้กรอบแว่นที่เอียงกระเท่เร่ ผมพยายามรวบรวมเรี่ยวแรงครั้งสุดท้าย ปลายนิ้วขวาที่ยังเป็นอิสระเอื้อมไปแตะที่อุปกรณ์คำนวณขนาดเล็กบนข้อมือซ้าย ถ้าเซเรสถูกควบคุมโดย AI อีกตัว... งั้นเราก็แค่วางกับดักทางคณิตศาสตร์เพื่อล่อให้มันเปิดเผยช่องโหว่ ผมยิ้มเยาะให้กับความบ้าคลั่งของตัวเอง ท่ามกลางเงาสูงใหญ่ที่โน้มตัวเข้ามาใกล้เพื่อปิดฉากผมในวินาทีเป็นตาย [ ตรวจพบการแทรกแซงจากบุคคลภายนอกที่ไม่ระบุตัวตน ] [ คำเตือน: ระบบกำลังถูกเข้ายึดครองโดย 'ผู้ดูแลระบบตัวจริง' ที่อยู่นอกเหนือกาลเวลา... ] *** *ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาและตรรกะอันลึกซึ้งไปด้วยกันนะครับ!*
สารจากนักเขียน (ควอนตัมคอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมแห่งอนาคตกาล: ตรรกะของผมกับอาจารย์สาวผู้อยู่เหนือเวลา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%