"ถอยหลังไปสิรินทร์! นั่นไม่ใช่ความน่าจะเป็นที่คำนวณไว้ในตรรกะของเรา!"
เสียงตะโกนของดร.เอเลน่าเฉียบขาดราวกับคมมีดที่กรีดผ่านความกดอากาศอันหนาแน่น แว่นตาทรงกลมของเธอบนสันจมูกสะท้อนแสงสีแดงวาบจากรอยแยกมิติที่กำลังฉีกขาดกว้างขึ้น ผนังเหล็กกล้าความหนาแปดนิ้วของห้องควบคุมหลักไม่ได้ถูกทำลายด้วยระเบิดหรือแรงกระแทกทางกายภาพ แต่มันกำลัง ‘ละลาย’ กลายเป็นผุยผงสีดำคล้ายอนุภาคนาโนที่สูญเสียสถานะสสาร
ตรงหน้าเรา เงาดำทะมืดที่มีดวงตาสีทองสามดวงกำลังก้าวข้ามผ่านเส้นแบ่งเขตเวลา ร่างนั้นสูงโปร่งและมีโครงสร้างสัดส่วนเดียวกับผมราวกับส่องกระจกเงา ทว่าบรรยากาศรอบตัวกลับแผ่ไอเย็นเยือกที่ทำให้อุณหภูมิในห้องดิ่งฮวบลงจนเกิดเกล็ดน้ำแข็งเกาะตามแผงวงจรคอนโซล
*ติ๊ด... ติ๊ด... ติ๊ด...*
เสียงสัญญาณเตือนภัยระดับวิกฤตดังขึ้นเป็นจังหวะกระชั้นชิด หน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าครามทั่วทั้งห้องเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานพร้อมข้อความกระพริบเตือนซ้ำๆ ว่า **[CRITICAL SYSTEM OVERLOAD: INFRASTRUCTURE COLLAPSE IN PROGRESS]**
ผมกวาดสายตาคำนวณความน่าจะเป็นในเสี้ยววินาที สมองส่วนหน้าทำงานอย่างหนักหน่วงเพื่อประมวลผลสถานการณ์ตรงหน้า ความเป็นไปได้ที่มนุษย์จะเดินทางข้ามมิติโดยไม่ใช้เกตเวย์ขนาดใหญ่มีค่าน้อยกว่าศูนย์จุดศูนย์ศูนย์หนึ่งเปอร์เซ็นต์ เว้นแต่ว่า... ร่างตรงหน้านี้จะไม่ได้เดินทางผ่านมิติ แต่มันกำลังเคลื่อนที่ ‘ย้อนกลับ’ ผ่านลูปเวลาที่แตกสลายของตัวผมเอง
"อาจารย์ครับ ระบบโครงสร้างพื้นฐานทั่วทั้งเขตเจ็ดกำลังล่มสลายพร้อมกัน แรงดันในท่อส่งพลังงานควอนตัมพุ่งทะลุเพดานแล้ว!" ผมเอ่ยขึ้น น้ำเสียงยังคงความเยือกเย็นเอาไว้ได้แม้เม็ดเหงื่อกาฬจะผุดพรายเต็มขมับ นิ้วมือเรียวยาวรัวลงบนคีย์บอร์ดแสงเพื่อพยายามตัดการเชื่อมต่อเครือข่ายแม่ข่ายของเมือง
"ฉันเห็นแล้ว..." ดร.เอเลน่าขยับตัวเข้ามาประชิด เธอชูอุปกรณ์ทรงกระบอกโลหะผสมไทเทเนียมขึ้น ปลายกระบอกฉายลำแสงสีครามเข้มออกเป็นม่านพลังงานป้องกันการแผ่รังสี "เจ้านั่นไม่ใช่ผู้บุกรุกจากภายนอกรินทร์ แต่มันคือ ‘ขยะตรรกะ’ ที่หลุดออกมาจากรอยต่อของลูปที่เราเพิ่งแก้ไขไปเมื่อสามสัปดาห์ก่อน... หรือพูดอีกอย่างคือ ตัวตนสำรองของเธอที่ถูกลบเลือนแต่ปฏิเสธที่จะหายไป"
เงาดำร่างนั้นหยุดเคลื่อนไหว ดวงตาสีทองทั้งสามดวงหันมาจ้องมองผมโดยตรง มันไม่ได้มีปากสำหรับพูดจา แต่คลื่นความคิดความทรงจำกลับพรั่งพรูเข้ามาในหัวของผมโดยตรง—ความทรงจำที่เต็มไปด้วยเปลวเพลิง เสียงกรีดร้อง และความสิ้นหวังจากการพ่ายแพ้ในลูปเวลาที่หนึ่งร้อยเจ็ดสิบสี่
*‘แกยังพยายามไขว่คว้าหาทางออกที่ไม่มีอยู่จริงอยู่อีกงั้นรึ รินทร์...’* เสียงก้องในหัวนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความสมเพช *‘ทุกสมการที่แกเขียน ทุกความน่าจะเป็นที่แกคำนวณ ล้วนเป็นแค่เศษเสี้ยวของวงจรอันเป็นอนันต์... เราไม่มีวันชนะหรอก’*
"ผมไม่ใช่แก..." ผมกัดฟันแน่นจนรู้สึกได้ถึงรสคาวเลือดในโพรงปาก มือซ้ายยังคงควบคุมระบบป้องกันภัยของเมืองในขณะที่มือขวาชักดาบพลังงานความถี่สูงออกจากช่องเก็บข้างเอว "ต่อให้ความน่าจะเป็นจะเป็นศูนย์ แต่ตรรกะของผมในวันนี้ถูกเขียนขึ้นใหม่โดยมีอาจารย์อยู่เคียงข้าง... มันไม่เหมือนกับลูปที่ผ่านมาแน่!"
สิ้นคำพูดของผม แผงควบคุมระบบขนส่งมวลชนและโครงข่ายไฟฟ้าทั่วทั้งเมืองก็ส่งเสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหว แรงสั่นสะเทือนระดับเจ็ดตามมาตราริกเตอร์ทำให้พื้นคอนกรีตใต้ฝ่าเท้าปริแตก หลอดไฟนีออนนีออนบนเพดานดับวูบลงทีละดวง ความมืดเข้าปกคลุมพื้นที่รอบนอก เหลือเพียงแสงสีแดงจากสัญญาณเตือนภัยและแสงสีครามจากม่านพลังงานของดร.เอเลน่าเท่านั้น
เมืองทั้งเมืองกำลังพังทลายลงทีละน้อยตามความเสื่อมสลายของโครงสร้างพื้นฐาน ข้อมูลดิจิทัลมหาศาลรั่วไหลออกสู่ชั้นบรรยากาศกลายเป็นออร่าประหลาดระยิบระยับ ทว่าในความโกลาหลนั้น ร่างเงาดำกลับก้าวเท้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกหนึ่งก้าว แรงกดดันมหาศาลทำให้ผมแทบทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น
"รินทร์! อย่าปล่อยให้มันเชื่อมต่อกับจิตสำนึกของเธอเด็ดขาด!" ดร.เอเลน่าตวาดเสียงกร้าว มือเรียวของเธอสั่นเทาเล็กน้อยขณะที่พยายามปรับแต่งความถี่ของเกราะป้องกัน "ถ้าคลื่นสมองของเธอซิงค์กับมัน ลูปเวลาจะถูกรีเซ็ตทันที และพวกเราจะติดอยู่ในห้วงเวลานี้ไปตลอดกาล!"
ผมสูดลมหายใจเข้าลึก ใช้วิธีการทำสมาธิขั้นสูงเพื่อดึงสติกลับมาควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจ ดวงตาสีดำสนิทจ้องมองตรงไปยังดวงตาสีทองสามดวงนั้นอย่างไม่เกรงกลัว ในเมื่อมันคือตรรกะที่ผิดพลาด ผมก็แค่ต้องใช้ ‘ฟังก์ชันแก้ไขข้อผิดพลาด’ (Debug Function) ที่เราเพิ่งคิดค้นขึ้นมาจัดการมันเสีย
ผมสะบัดข้อมืออย่างรวดเร็ว ปล่อยรหัสคำสั่งชุดสุดท้ายพุ่งตรงไปยังศูนย์กลางการประมวลผลของเงาดำ แสงสีขาวเจิดจ้าสว่างวาบขึ้นตัดกับความมืดมิดรอบตัว
*ติ๊ด... [WARNING: PROTOCOL OVERRIDE INITIATED]*
เสียงระบบสังเคราะห์เสียงของเมืองประกาศก้อง ทว่าไม่ใช่เสียงเตือนภัยอีกต่อไป แต่เป็นเสียงรายงานสถานะที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง หน้าจอโฮโลแกรมที่เคยเป็นสีแดง กลับคืนสู่สีฟ้าครามอันสงบเยือกเย็นทีละจอๆ พร้อมกับตัวเลขความน่าจะเป็นในการรอดชีวิตที่กระโดดขึ้นจากศูนย์จุดศูนย์หนึ่งเปอร์เซ็นต์ ไปเป็นเก้าสิบสี่จุดแปดเปอร์เซ็นต์ในชั่วพริบตา
ทว่า ในวินาทีที่รหัสคำสั่งกำลังจะลบเลือนร่างเงาดำนั้นให้หายไป ดวงตาสีทองทั้งสามดวงกลับหรี่แคบลง มันส่งเสียงหัวเราะต่ำๆ ที่ดังก้องอยู่ในมิติซ้อนทับ ก่อนที่มือเรียวยาวสีดำสนิทจะพุ่งทะลุผ่านม่านพลังงานของดร.เอเลน่าเข้ามาคว้าจับที่ข้อมือซ้ายของผมเอาไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก!
ผิวสัมผัสที่เย็นเยือกจนชาดิ่งแล่นพล่านขึ้นมาถึงหัวใจ พร้อมกับหน้าจอสีฟ้าใสที่เด้งขึ้นมาตรงหน้าผมโดยปราศจากการสั่ง
ไม่ใช่หน้าจอระบบของเมือง... แต่มันคือหน้าจอสีทองอร่ามที่แสดงข้อความแจ้งเตือนระดับสูงสุดที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อนในสารบบ
**[SYSTEM ALERT: DETECTED UNKNOWN ENTITY - SSS-RANK ANOMALY INTRUSION]**
**[TARGET IDENTIFIED: ROOT ADMINISTRATOR (VERSION 0.0)]**
**[WARNING: YOUR CONSCIOUSNESS HAS BEEN SYNCHRONIZED WITH THE SYSTEM CREATOR... WELCOME BACK, RUN-TIME ZERO.]**
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขรหัสลับแห่งกาลเวลานี้ไปด้วยกันนะครับ หวังว่าบทนี้จะสร้างความตื่นเต้นและประทับใจให้กับทุกท่าน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ!
อัลกอริทึมแห่งอนาคตกาล: ตรรกะของผมกับอาจารย์สาวผู้อยู่เหนือเวลา•ตอนที่ 13
โปรโตคอลล่มสลาย
ผลงานโดย ควอนตัมคอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควอนตัมคอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมแห่งอนาคตกาล: ตรรกะของผมกับอาจารย์สาวผู้อยู่เหนือเวลา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!