"ถ้าพวกแกยังไม่อยากเป็นปุ๋ยอินทรีย์ใต้ต้นมะม่วงหิมพานต์หลังบ้าน ก็ช่วยหุบปากแล้วหยิบเกลือเม็ดสาดใส่หน้าต่างบานนั้นซะ!"
เสียงกัมปนาทของรินรดาตบโต๊ะไม้จนถาดสแตนเลสที่วางเครื่องเซ่นไหว้สั่นกระพือ เธอไม่ได้พูดย่อหย่อนหรือปรานีญาติผู้ใหญ่จอมสูบเลือดสูบเนื้อกลุ่มนี้แม้แต่น้อย สองสามีภรรยาตระกูลสมบัติพานิชย์ที่เคยมานั่งมานอนรอสูบทรัพย์สินเงินทองจากกิจการน้ำพริกและสวนเกษตรของเธอกำลังสั่นพับๆ อยู่ที่มุมห้องโถง ใบหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษสาไร้สีเลือด
ย้อนกลับไปเมื่อไม่กี่นาทีที่แล้ว... หลังจากเสียงหัวเราะเยือกเย็นของ "เจ้าของที่ตัวจริง" ดังสะท้อนก้องในโสตประสาทของทุกคน ภายในบ้านก็เกิดอาเพศขึ้นทันที หลอดไฟนีออนกะพริบถี่รัวก่อนจะระเบิดแตกกระจายเศษแก้วเกลื่อนกลาด กลิ่นสาบสางคล้ายซากสัตว์เน่าเปื่อยตีวงล้อมเข้ามาจากทุกทิศทุกทาง เงาดำทะมึนรูปร่างสูงใหญ่เกินมนุษย์ค่อยๆ ผุดขึ้นมาจากพื้นปูนซีเมนต์ราวกับโคลนดูด มือสีดำสนิทที่มีเล็บยาวเฟื้อยพุ่งตรงไปยัง "ลุงประสิทธิ์" ญาติผู้พี่ที่ชอบอ้างสิทธิ์ในที่ดินแปลงนี้มากที่สุด จนเจ้าตัวล้มกลิ้งไม่เป็นท่า ร้องโหยหวนเหมือนหมูกลัวน้ำร้อนลวก
"พี่ธันวา! ยันต์ดิจิทัลที่เขียนไว้ในแท็บเล็ต เอาโค้ดมากั้นประตูสิครับ!" ผู้กองศิลาตะโกนลั่นด้วยน้ำเสียงทรงพลัง ร่างกายกำยำในชุดลำลองกระชับแน่นขยับตัวเข้าประชิดภรรยา มือหนาชักพกสั้นประจำกายที่บรรจุกระสุนอาคมขึ้นมาเตรียมพร้อม สายตาดุดันกวาดมองความมืดมิดรอบตัวอย่างแม่นยำ
ธันวาไม่รอช้า นิ้วเรียวยาวรัวบนหน้าจอแท็บเล็ตที่เชื่อมต่อกับระบบบลูทูธของบ้าน หน้าจอแสดงผลโค้ดอักขระขอมโบราณผสมผสานกับภาษาไพธอนวิ่งรัวเป็นทางยาว "ระบบยันต์อัจฉริยะ โหมด: ขับไล่สัมภเวสีระดับอาฆาต ทำงาน!" สิ้นเสียงคำสั่ง พลังงานแสงสีทองเรืองรองพุ่งออกจากปลั๊กไฟทุกจุดในบ้าน แปลงร่างเป็นตาข่ายพลังงานโปร่งใสกดทับเงาดำปริศนาจนมันส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด
"อ๊ากกก... ช่วยด้วย! พ่อแม่ช่วยลูกด้วย!" ลุงประสิทธิ์และป้าสมศรีภรรยาของเขาโผเข้ากอดขาธันวาและรินรดาแน่น น้ำหูน้ำตาไหลพรั่งพรู ความหยิ่งยโส โอหัง และท่าทีดูถูกเหยียดหยามในอดีตมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความหวาดกลัวต่อความตายที่อยู่ตรงหน้า
รินรดาก้มมองสองสามีภรรยาที่กำลังกอดขาตนเองด้วยสายตาเรียบเฉย เธอไม่ได้ใจอ่อน แต่ในฐานะคนที่บริหารจัดการมิติลับในจิตใจได้อย่างเฉียบขาด เธอย่อมรู้ดีว่าความโลภของคนพวกนี้ต้องได้รับการดัดนิสัยเสียให้เข็ดหลาบ
"อยากรอดใช่ไหมครับ?" ธันวาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นมองลอดผ่านความมืด "ถ้าอยากรอด ก็ฟังเงื่อนไขของผมให้ดี... หนึ่ง เลิกยุ่งกับโฉนดที่ดินแปลงนี้ สอง เขียนสัญญาขอขมาสละสิทธิ์มรดกปลอมๆ ที่พวกคุณกุขึ้นมาต่อหน้าผู้ใหญ่บ้าน และสาม..."
ชายหนุ่มเว้นจังหวะ เลื่อนสายตาไปยังกองกระป๋องน้ำพริกสูตรพิเศษที่วางเรียงรายอยู่ในห้องครัว "...ช่วยกันล้างจานและแพ็คสินค้าส่งให้ลูกค้าในตลาดมืดให้หมดภายในคืนนี้ ถ้างานไม่เสร็จ พรุ่งนี้เช้าผีเจ้าที่ตัวนี้จะกลับมาทวงร่างพวกคุณแทนการทวงหนี้!"
"ทำ! ทำครับ! พี่ทำทุกอย่างเลย ขอแค่ไอ้ผีบ้านี่มันไม่เอาชีวิตผม!" ลุงประสิทธิ์พยักหน้ารัวๆ จนคางแทบจะชนหน้าอก ป้าสมศรีเองก็รีบยกมือไหว้ท่วมหัว น้ำตานองหน้าด้วยความสำนึกผิด (หรือเพราะกลัวผีจนขี้ขึ้นสมองก็ไม่อาจทราบได้)
ผู้กองศิลาเห็นสถานการณ์เริ่มควบคุมได้ จึงลดปืนลงครึ่งหนึ่ง แต่ยังคงยืนคุมเชิงอย่างระแวดระวัง ทหารหนุ่มหันมามองภรรยาคนสวยด้วยรอยยิ้มอบอุ่น "ที่รักครับ จัดการเรียบร้อยแบบนี้ หิวหรือยังครับ? มื้อดึกนี้ผมเตรียมวัตถุดิบไว้รอแล้วนะ"
รินรดาถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก เธอยื่นมือไปตบบ่าสามีเบาๆ แววตาสตรองเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนลงทันทีเมื่ออยู่ต่อหน้าสามี "ดีมากค่ะคุณภัทร... เอ๊ย ผู้กองศิลา พูดผิดพูดใหม่ได้นะเนี่ย ว่าแต่คุณทำเมนูอะไรไว้คะ กลิ่นหอมโชยมาถึงห้องโถงนี่แล้วนะ"
"หมูสามชั้นคั่วพริกเกลือสูตรโบราณครับ ผัดกับใบมะกรูดกรอบๆ และกระเทียมเจียวหอมๆ กินกับข้าวสวยร้อนๆ รับรองว่าเยียวยาความเหนื่อยล้าจากพวกผีๆ สางๆ ได้ดีเยี่ยมแน่นอนครับ" ผู้กองศิลาตอบด้วยน้ำเสียงภูมิใจ
กลิ่นหอมกรุ่นของหมูสามชั้นคั่วพริกเกลือที่ลอยมาจากห้องครัวเริ่มฟุ้งกระจายกลบกลิ่นสาบสางของภูตผีไปจนหมดสิ้น บรรยากาศตึงเครียดเมื่อครู่ผ่อนคลายลงอย่างรวดเร็ว ญาติจอมสูบที่เคยกร่างตอนนี้กลับต้องก้มหน้าก้มตาหยิบฟองน้ำมาล้างจานด้วยความจำยอม ท่ามกลางเสียงหัวเราะเบาๆ ของธันวาที่นั่งจิบกาแฟดำมองดูผลงานการเขียนโค้ดปราบผีของตัวเอง
ทว่า... ในขณะที่ทุกคนกำลังสนใจกลิ่นหอมชวนหิวและบรรยากาศอันอบอุ่นภายในบ้าน รินรดาที่เดินไปหยิบน้ำดื่มในตู้เย็นกลับสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติบางอย่างผ่านทางหน้าต่างกระจกหลังบ้าน
เงาดำทะมึนของ "เจ้าของที่ตัวจริง" ที่ควรจะถูกพลังงานยันต์ดิจิทัลขับไล่ไปแล้ว กลับไม่ได้สลายหายไปไหน... มันกำลังยืนตระหง่านอยู่ใต้ต้นมะม่วงหิมพานต์ พร้อมกับรอยยิ้มฉีกกว้างถึงใบหู และที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้น ในมือของเงาร่างนั้นไม่ได้ถือเคียวหรืออาวุธอาคมใดๆ แต่มันกำลังถือ "โทรศัพท์มือถือรุ่นล่าสุด" หน้าจอเรืองแสงสีแดงฉาน พร้อมกับสายเรียกเข้าที่โชว์ชื่อบนหน้าจออย่างชัดเจนว่า...
"สายเรียกเข้า: แม่ยายของคุณธันวา"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางปราบผีค้าขายร่ำรวยไปกับครอบครัวเราเสมอนะครับ
หมอผีไอทีกับภรรยาสายตบ ผีขยับเราขยับยิง•ตอนที่ 25
ญาติที่สำนึกผิด?
ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมอผีไอทีกับภรรยาสายตบ ผีขยับเราขยับยิง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!