เสียงเคาะโต๊ะกระจกนิรภัยหนาเตอะดัง "ก๊อก ๆ" เป็นจังหวะสามครั้งพอดี เปรียบเสมือนเสียงนาฬิกานับถอยหลังในห้องประชุมเพนท์เฮาส์หรูใจกลางเมืองหลวง ทว่าบรรยากาศภายในกลับเย็นเฉียบราวกับห้องเก็บศพ แม้เครื่องปรับอากาศจะถูกตั้งอุณหภูมิไว้ที่ยี่십ห้าองศาก็ตาม
"คุณชายรอง... รายงานจากเขตชานเมืองส่งมาแล้วครับ ยันต์ดิจิทัลชุดใหม่ของไอ้เด็กวัดครึ่งควายครึ่งเซียนนั่น ทำลายโครงข่ายวิญญาณเร่ร่อนที่เราลงทุนไปกว่าสิบล้านวอดวายในพริบตาเดียว"
ชายหนุ่มในชุดสูทผ้าไหมอิตาลีราคาแพงระยับ ผู้มีใบหน้าคมคายแต่แววตาดุจงูพิษขยับยิ้มมุมปากเล็กน้อย เขายกแก้ววิสกี้ออนการ์กดมกลิ่นอำพันสีทองช้าๆ ก่อนจะจิบรสชาติฝาดเฝื่อนลงคออย่างไม่รีบร้อน
"วอดวายงั้นรึ... ดีสิครับ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นอย่างอารมณ์ดี "ถ้ามันเคี้ยวกรอบเคี้ยวง่ายเหมือนผีพื้นบ้านทั่วไป ตระกูลเราคงไม่ต้องเสียเวลาชุบเลี้ยงพวกมันไว้หรอกครับ ท่านประธาน..."
เขาหันไปมองชายสูงวัยสวมแว่น ริมฝีปากบางเฉียบที่นั่งไขว่ห้างอยู่หัวโต๊ะ ท่านประธานแห่งกลุ่มทุนข้ามชาติผู้กุมบังเหียนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และเครือข่ายมืด นามว่า "เจ้าสัวบูรพา"
"แกกำลังสนุกกับของเล่นชิ้นใหม่สินะ กรณ์" เจ้าสัวบูรพาเอ่ยเสียงเรียบ แต่กดดันจนคนฟังหายใจไม่ทั่วท้อง "จำไว้ว่าเป้าหมายของเราไม่ใช่แค่การไล่ผี หรือทำกำไรจากพืชผลในไร่กระจอกๆ นั่น แต่คือ 'รหัสลับ' และ 'มิติลับ' ที่อีนังสะใภ้บ้านนอกคนนั้นครอบครองอยู่ ถ้าเราได้สูตรการผสานพลังงานวิญญาณเข้ากับเซิร์ฟเวอร์ควอนตัมมาครอง หุ้นของเราจะพุ่งทะยานจนซื้อประเทศนี้ได้ทั้งประเทศ"
กรณ์หัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยัน "เรื่องนั้นผมจัดการไว้เรียบร้อยแล้วครับท่าน... แต่ก่อนอื่น คงต้องเคลียร์เรื่องน่ารำคาญใจเสียก่อน"
ในวินาทีนั้นเอง หน้าจอแท็บเล็ตบนโต๊ะก็สว่างวาบขึ้นพร้อมกับเสียงเตือน สายเรียกเข้าที่ไม่ได้รับปรากฏชื่อขึ้นหราบนหน้าจอ...
*[สายเรียกเข้า: แม่ยายของคุณธันวา]*
ธันวาขยับแว่นตาหนาเตอะของตนเอง ขณะที่นิ้วเรียวยาวกำลังรัวแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์ในห้องทำงานชั้นใต้ดินของบ้านพักเกษตรกรรม หน้าจอคอมพิวเตอร์สามจอแสดงผลโค้ดโปรแกรมภาษาซีพลัสพลัสที่ถูกถักทอเข้ากับอักขระยันต์ล้านนาโบราณอย่างซับซ้อน แสงสีฟ้าอมเขียวสะท้อนลงบนใบหน้าคมเข้มของเขาที่กำลังเคี้ยวลูกอมรสกาแฟอย่างเพลิดเพลิน
"ไอ้ระบบบ้าพล็อตนี่มันกวนประสาทใช้ได้แฮะ..." ธันวาพึมพำเบาๆ เมื่อระบบแจ้งเตือนว่า 'ภารกิจลับ: ล้างบางรังใหญ่ของกลุ่มทุนทมิฬ' กำลังถูกปลดล็อกทีละขั้นตอน
เสียงฝีเท้าหนักแน่นเดินย่องเข้ามาด้านหลัง พร้อมกับกลิ่นหอมกรุ่นของแกงคั่วกลิ้งกระดูกหมูฝีมือภรรยา รินรดาในชุดผ้ากันเปื้อนสีชมพูอ่อนแต่แววตาดุดันถือถาดไม้ใส่ชามข้าวสวยร้อนๆ และไข่เจียวฟูฟ่องเข้ามาวางบนโต๊ะทำงานอย่างเบามือ
"มัวแต่หมกมุ่นอยู่กับหน้าจอ เดี๋ยวข้าวก็เย็นหมดหรอกค่ะคุณธันวา" เสียงหวานเอ่ยเตือน แต่มือเรียวกลับหยิบแฟ้มเอกสารลับที่สามีเพิ่งแฮกมาจากเซิร์ฟเวอร์บริษัทคู่แข่งขึ้นมาพลิดู "หืม... ตาแก่นี่กล้าดียังไงเอาชื่อแม่ฉันไปแอบอ้างทำสัญญาซื้อขายที่ดินแปลงผีสิงนั่น"
ธันวาหันไปยิ้มกริ่มให้ภรรยา สายตาคู่นั้นฉายแววเจ้าเล่ห์ "ใจเย็นๆ ครับที่รัก แม่ยายผมท่านไม่ได้โดนหลอกง่ายๆ หรอกครับ... ดูนี่สิ"
เขาเคาะแป้นพิมพ์Enter หนึ่งครั้ง ภาพกล้องวงจรปิดจากโทรศัพท์มือถือของแม่ยายก็ปรากฏขึ้นบนจอหลัก ภาพนั้นเผยให้เห็นหญิงสูงวัยร่างท้วมกำลังนั่งจิบชาสมุนไพรอย่างสบายใจในร้านกาแฟหรู โดยมีชายฉกรรจ์ชุดดำสามคนยืนเหงื่อตกอยู่ตรงหน้า เพราะถูกคุณแม่ยายใช้สากกระเบือทองคำในมิติลับขู่ฟาดจนหมอบราบคาบคาโต๊ะ!
รินรดาเห็นดังนั้นก็หัวเราะออกมาเบาๆ อย่างถูกใจ "แม่ฉันนี่สมเป็นอดีตมือปราบเก่าจริงๆ จัดการคนพวกนี้ได้ไม่ต้องเปลืองแรงเราเลย"
"แต่ปัญหามันไม่ได้มีแค่นั้นน่ะสิครับ..." รอยยิ้มบนใบหน้าของธันวาเลือนหายไปเล็กน้อย เมื่อสัญญาณเรดาร์ตรวจจับพลังงานวิญญาณรอบตัวบ้านเริ่มส่งเสียงร้องเตือน 'ปี๊บๆๆ' ถี่ขึ้นเรื่อยๆ "พวกมันไม่ได้ส่งแค่คนมาเจรจาครับที่รัก แต่มันส่ง 'กองทัพวิญญาณดิจิทัล' ระดับเอสมาเคาะประตูบ้านเราแล้ว"
ทันใดนั้นเอง ไฟในบ้านทั้งหลังก็ดับวูบลงพร้อมกัน บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว ประตูหน้าต่างไม้สักทองสั่นสะเทือนด้วยแรงกระแทกมหาศาลจากภายนอก เสียงโหยหวนของผีร้ายนับร้อยตนดังประสานกันระงมราวกับเสียงกรีดร้องจากขุมนรก
ผู้กองศิลา สามีทหารหนุ่มกล้ามAบ้าพลังที่เพิ่งเดินถือกระป๋องเบียร์เข้ามาในห้อง ถึงกับชะงักฝีเท้า เขาวางกระป๋องลงบนโต๊ะอย่างนิ่มนวล ก่อนจะหยิบปืนลูกซองยาวคู่ใจที่ลงอักขระคาถาอาคมสีทองอร่ามขึ้นมาปลดสลักด้วยความเร็วแสง
"ไอ้พวกเวรนี่เลือกเวลาได้แย่จริงๆ กูเพิ่งทอดปลาทูเสร็จร้อนๆ แท้ๆ" ผู้กองศิลาสบถเบาๆ ใบหน้าคมเข้มดุดันขึ้นมาทันที แววตาของนายทหารผู้คลั่งรักภรรยาและครอบครัวฉายประกายความกระหายเลือด "รินรดา อยู่ข้างหลังผมนะ เดี๋ยวผมพาออกไปสناฟหน้าพวกมันทีละตัว"
"ไม่ต้องถึงมือพี่หรอกค่ะผู้กอง..." รินรดายกยิ้มมุมปาก ดวงตาสดใสเปล่งประกายแสงสีทองวาววับ เธอแบมือออกเบาๆ มิติลับสีดำสนิทขนาดยักษ์ก็เปิดอ้าออกกลางอากาศ เผยให้เห็นแสงสว่างจ้าและเสียงกลไกเครื่องจักรสงครามหนักหน่วงที่ดังคำรามอยู่ภายใน "วันนี้ฉันจะลองใช้ 'ปืนใหญ่พลังจิตไซเบอร์' ที่คุณธันวาเพิ่งอัปเกรดให้เมื่อกี้หน่อย ดูซิว่าผีเกรดเอจากบริษัทมหาชน จะทนแรงตบจากมิติลับของฉันได้สักกี่น้ำ!"
ธันวายิ้มกว้าง เขาพยักหน้ารับแล้วกดรันโปรแกรมยันต์คอมโบเซ็ตสุดท้ายลงไปบนหน้าจอหลัก "ระบบพร้อม ล็อกเป้าหมายทั้งหมด... ยิงได้!"
เปรี้ยง! เสียงระเบิดพลังงานแสงสีทองพุ่งทะลวงทะลุผนังบ้านออกไปประสานกับเสียงคำรามของปืนลูกซองและแรงตบมหาศาลจากมิติลับ แรงปะทะทำให้ฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ พร้อมๆ กับกลิ่นหอมของปลาทูทอดและแกงคั่วกลิ้งที่ลอยอบอวลกลบกลิ่นคาวเลือดและกลิ่นอายความตายได้อย่างน่าประหลาด
ทว่า ในวินาทีที่ควันจางลง ประตูหน้าบ้านที่พังทลายก็เผยให้เห็นร่างของชายชราคนหนึ่งยืนยิ้มเยาะอยู่ท่ามกลางซากวิญญาณที่สลายไป
"เก่งมาก... สมกับเป็นลูกหลานหมอผีตระกูลตกอับ" เสียงแหบแห้งเอ่ยขึ้น พร้อมกับที่ชายชราโยกหัวกะโหลกคริสตัลลงบนพื้น "แต่พวกเธอคิดจริงๆ หรือว่า... ของเล่นพวกนี้ จะหยุด 'แผนล้างบาง' ที่ท่านประธานเตรียมไว้ต้อนรับพวกเธอในวันพรุ่งนี้ได้?"
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความป่วนและมนמהสตร์บทนี้ด้วยกันเสมอนะครับ
หมอผีไอทีกับภรรยาสายตบ ผีขยับเราขยับยิง•ตอนที่ 26
ศัตรูในคราบผู้ดี
ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมอผีไอทีกับภรรยาสายตบ ผีขยับเราขยับยิง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!