“ถ้ามึงยังปากแข็ง ไม่ยอมคายรหัสผ่านฮาร์ดดิสก์นั่นออกมา กูจะเอาวิญญาณมึงไปเสียบไว้กับเซิร์ฟเวอร์ขยะให้โดนไวรัสแดกซ้ำซากไปจนชั่วกัลปวสาน!”
เสียงทุบโต๊ะดังสนั่นหวั่นไหวในห้องใต้ดินที่อับชื้น กลิ่นอับของฝุ่นผงปูนซีเมนต์ผสมกับกลิ่นคาวสนิมเหล็กและกลิ่นธูปโบราณลอยคละคลุ้งจนน่าคลื่นไส้ หน้าจอคอมพิวเตอร์เก่าๆ สามเครื่องสั่นไหวตามแรงกระแทก แสงสีฟ้าจากจอภาพสะท้อนเข้ากับใบหน้าซีดเซียวของธันวา ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากวาดมองโค้ดภาษาซีพลัสพลัสที่ถูกดัดแปลงด้วยอักขระคาถาอาคมโบราณ มันกำลังรันตัวเองอย่างบ้าคลั่งเพื่อเจาะเข้าระบบฐานข้อมูลที่ถูกเข้ารหัสไว้เจ็ดชั้น
“ใจเย็นๆ ก่อนครับผู้กอง ถ้าไอ้หมอนี่สมองระเบิดคาเก้าอี้ไปซะก่อน เราคงไม่ได้เบาะแสเรื่องบริษัทบังหน้าของพวกมันหรอกนะครับ”
ธันวาเอ่ยขึ้นโดยไม่ละสายตาจากหน้าจอ นิ้วเรียวยาวราวกับนักเปียโนกำลังรัวคีย์บอร์ดพิมพ์คำสั่งแก้ทางยันต์อาคมที่พวกมันใช้สะกดวิญญาณเหยื่อ เบื้องหน้าของเขาคือร่างโปร่งแสงของชายวัยกลางคนคนหนึ่ง สภาพร่างกายเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากการผ่าตัดและรอยไหม้เกรียมของกระแสไฟฟ้าแรงสูง ดวงตาของวิญญาณตนนั้นเบิกโพลงด้วยความหวาดกลัว ฝังรากลึกอยู่ในห้วงจิตสำนึกที่ถูกโปรแกรมให้หวาดผวา
ในมุมมืดของห้องใต้ดิน รินรดากำลังยืนกอดอกพิงผนังปูนเปลือย ใบหน้างามสะอ้านแต่แฝงไว้ด้วยความเด็ดขาดปรากฏรอยยิ้มเยาะ มือขวาสอดเข้าไปในกระเป๋ากางเกงยีนส์ตัวเก่ง ซึ่งภายในนั้นมี "มิติลับ" แหล่งเก็บสรรพาวุธและสมบัติมหาศาลซ่อนอยู่ เธอกวาดสายตามองอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ราคาแพงระยับที่ตั้งอยู่บนโต๊ะทำงานสไตล์โมเดิร์นแต่ถูกนำมาตั้งไว้ในรังโจร
“พวกมันคงคิดว่าการเอาวิญญาณมนุษย์มาเป็นตัวประมวลผลข้อมูลในระบบคลาวด์มืดจะไม่มีใครตามเจอสินะคะ... เอ๊ย... นะครับ” รินรดาเผลอหลุดสำนวนติดปาก แต่ก็รีบแก้คำพูดอย่างรวดเร็วเมื่อเหลือบไปเห็นสามีหนุ่มหันมามองด้วยสายตากรุ้มกริม
ผู้กองศิลาส่งเสียงหัวเราะในลำคอ ร่างกายกำยำในชุดเครื่องแบบสนามพับแขนเสื้อขึ้นจนเห็นมัดกล้ามสมชายชาตรี มือขวาตบลงบนซองปืนพกข้างลำตัวเบาๆ เพื่อความมั่นใจ “ไม่ว่ามันจะเป็นบริษัทเทคยักษ์ใหญ่มาจากไหน หรือใช้เทไสยศาสตร์อะไร ถ้ากล้ามาล้ำเส้นเขตทำมาหากินของครอบครัวเรา แถมยังทำร้ายคนบริสุทธิ์เพื่อเอาวิญญาณมาทำเหมืองข้อมูลแบบนี้ ผมนี่แหละจะเอาลูกกระสุนอาคมยันต์เก้าเฮงเจาะกบาลมันเรียงตัวเลยครับ”
ธันวาถอนหายใจยาว พับหน้าจอแล็ปท็อปส่วนตัวลงเสียงดัง *ปัง* ก่อนจะหันมามองภรรยาและพี่เขยด้วยแววตาจริงจัง “เราได้ข้อมูลทั้งหมดแล้วครับ... วิญญาณตนนี้ และอีกสิบกว่าชีวิตที่หายตัวไปจากหน้าข่าวหน้าหนึ่ง ไม่ได้โดนฆ่าชิงทรัพย์ธรรมดา แต่พวกเขาคือ ‘หนูทดลอง’ ของโปรเจกต์ลับที่ชื่อว่า *‘NetherSoul AI’*”
“โปรเจกต์อะไรวะนั่น ฟังดูชื่อชวนเสียตังค์ชะมัด” ผู้กองศิลาย่นคิ้วหนาเข้าหากัน
“มันคือการเอาสติปัญญาและจิตวิญญาณของมนุษย์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านไอทีหรือวิศวกรรม มาดึงเอาพลังงานจิตออกไปใช้เป็นขุม
พลังขับเคลื่อนเซิร์ฟเวอร์ AI ควบคุมดวงวิญญาณในมืด เพื่อทำการแฮกเข้าระบบการเงินระดับประเทศโดยใช้ไสยศาสตร์อำพรางร่องรอยครับ” ธันวาอธิบายพลางหยิบแฟลชไดรฟ์สีดำสนิทที่ดึงข้อมูลออกมาได้ทันเวลาขึ้นมาโชว์ “พูดง่ายๆ คือ พวกมันเปลี่ยนคนให้กลายเป็น ‘ทาสดิจิทัล’ แม้กระทั่งตอนตายแล้ว วิญญาณก็ยังต้องนั่งเขียนโค้ดและขุดข้อมูลให้มันไม่มีวันได้ผุดได้เกิด”
บรรยากาศในห้องใต้ดินพลันเงียบกริบลงทันที มีเพียงเสียงพัดลมระบายความร้อนของเคสคอมพิวเตอร์ที่ยังคงส่งเสียงดังฮัมเบาๆ รินรดาก้าวเท้าเดินเข้าไปใกล้ร่างวิญญาณที่นั่งตัวสั่น เธอตบไหล่โปร่งแสงนั้นเบาๆ อย่างนุ่มนวล แต่แฝงไว้ด้วยพลังปราณที่ทำให้วิญญาณสงบลง
“ไม่ต้องกลัวหريك... เดี๋ยวพี่สาวคนนี้จะพาพวกเธอไปทวงความยุติธรรมเอง ใครที่มันบังคับให้พวกเธอต้องมาทนทุกข์ทรมานแบบนี้ ฉันจะซัดมันด้วยหมัดมิติลับให้กระดูกสันหลังยุบรวมกันเป็นก้อนเดียวเลยคอยดู” รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทรงพลังจนผู้กองศิลายังต้องแอบกลืนน้ำลาย
“ดีครับเมียรัก เอาให้หนักเลย” ผู้กองหนุ่มยิ้มกริ่ม ก่อนจะหันมาทางธันวา “แล้วไงต่อ หมอผีไอที เบาะแสในแฟลชไดรฟ์นั่นพاเราไปที่ไหนต่อล่ะ? คืนนี้ฉันเคลียร์กองกำลังพิเศษไว้หมดแล้ว พร้อมบุกเต็มที่”
ธันวาแย้มยิ้มมุมปาก ดวงตาหลังเลนส์แว่นฉายแววเจ้าเล่ห์ไม่แพ้ภรรยา เขาเคาะนิ้วลงบนแฟลชไดรฟ์สองสามที “พิกัดล่าสุดที่ซิงค์กับสัญญาณชีพของวิญญาณเหยื่อกลุ่มสุดท้าย ไม่ได้อยู่ที่ไหนไกลเลยครับ... มันอยู่ที่ ‘ฟาร์มหมูออร์แกนิก’ ท้ายหมู่บ้านที่เราเพิ่งไปส่งปุ๋ยขี้ไก่เมื่อวานนี้เองครับ”
คำพูดนั้นทำให้ทุกคนชะงัก รินรดาหรี่ตาลงทันที นึกถึงกลิ่นหอมของหมูหันและซี่โครงหมูย่างที่เธอเพิ่งหมักเตรียมไว้ขายในตลาดสดวันพรุ่งนี้
“ฟาร์มหมูเนี่ยนะ?” รินรดาทวนคำ “งั้นแสดงว่าไอ้พวกเดรัจฉานที่ทำเรื่องพวกนี้... แอบซ่อนห้องใต้ดินควบคุมระบบผีไซเบอร์ไว้ใต้คอกหมูที่พวกเราเพิ่งไปเหยียบมาสินะคะ... เอ๊ย... นะครับ”
“ถูกต้องครับ” ธันวาพยักหน้ารับ รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นบนใบหน้า “และที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือ กลิ่นคาวเลือดของหมูในฟาร์มนั้น ไม่ใช่กลิ่นเลือดสัตว์ธรรมดา แต่มันคือ ‘เลือดอาคม’ ที่ใช้สะกดวิญญาณนับร้อยดวงให้อยู่ในอาณัติ... หิวข้าวกันรึยังครับ? เพราะถ้าเราจัดการพวกมันเสร็จทันก่อนเที่ยงคืน ผมจะพาไปกิน ‘ต้มยำขาหมูน้ำใสซดร้อนๆ’ ฝีมือคุณรินรดาที่รับรองว่าแซ่บซี๊ดจนวิญญาณในร่างสั่นสะท้านแน่ๆ”
ในขณะที่ธันวากำลังจะดึงแฟลชไดรฟ์ออกจากเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อเตรียมตัวปฏิบัติการ จู่ๆ หน้าจอคอมพิวเตอร์ทั้งสามเครื่องก็ดับวูบลงพร้อมกันอย่างไร้สาเหตุ ไฟนีออนกระพริบติดๆ ดับๆ ส องสามครั้งก่อนจะขาดสะบั้นลง เหลือเพียงแสงสีแดงฉานจากหลอดไฟฉุกเฉินที่ส่องสว่างขึ้นอัตโนมัติ
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคู่ดังขึ้นที่บันไดทางลงห้องใต้ดิน พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นของผู้ชายคนหนึ่งที่ดังลอดลำโพงอินเตอร์คอมเข้ามาในห้อง—
*“ยินดีต้อนรับสู่ระบบรักษาความปลอดภัยอัตโนมัติครับ... คุณหมอผี และคุณตำรวจผู้แสนดี น่าเสียดายนะ ที่พวกคุณ... เดินทางมา... ‘สายเกินไป’ เสียแล้ว”*
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้กันมาโดยตลอดนะครับ
หมอผีไอทีกับภรรยาสายตบ ผีขยับเราขยับยิง•ตอนที่ 17
สืบคดีปริศนา พ่อค้าที่หายไป
ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมอผีไอทีกับภรรยาสายตบ ผีขยับเราขยับยิง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!