แสงสีฟ้าจากหน้าจอสมาร์ทโฟนและมอนิเตอร์วงจรปิดสาดกระทบใบหน้าคมคายของธันวาที่กำลังขมวดคิ้วมุ่น นิ้วเรียวยาวเคาะแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์รัวเร็วราวกับกำลังร่ายคาถาไล่ผีในเวอร์ชันดิจิทัล บนหน้าจอหลักไม่ได้แสดงภาพสตรีมมิ่งทั่วไป หากแต่เป็นโค้ดอักขระโบราณที่ถูกแปลงให้อยู่ในรูปของอัลกอริทึมตรวจจับพลังงานความร้อนและคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
"แปลกมาก... พลังงานอาฆาตที่แนบมากับห่อผ้าหน้าบ้านเมื่อครู่ ไม่ใช่แค่ผีเร่ร่อนทั่วไป" ธันวาพึมพำเบาๆ ดวงตาคมกริบกวาดมองกราฟสถิติการสั่น
"ผีหรือจะสู้คนใจทรามครับพี่ธันวา" ผู้กองศิลาก้าวเข้ามาในห้องทำงาน พร้อมกับส่งแก้วกาแฟร้อนกรุ่นส่งกลิ่นหอมกรุ่นของเมล็ดกาแฟคั่วบดใหม่ให้ภรรยา ทหารหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดลำลองสบายๆ ยืนซ้อนหลังภรรยาสุดที่รักอย่างรินรดา สายตาดุดันคมกราบมองหน้าจอด้วยความระแวดระวังไม่แพ้กัน "ผมเอาตีนเขี่ยดูแล้ว ห่อผ้านั่นมีทั้งดินป่าช้าและเส้นผมมนุษย์ แถมยังมีรูปถ่ายเก่าๆ ที่ถูกกรีดตาด้วยของมีคม"
รินรดาแค่น "หึ" ออกมาเบาๆ ในลำคอ หญิงสาวสายสตรองผู้ครอบครองมิติลับในจิตวิญญาณไม่ได้แสดงความหวาดกลัวแม้แต่น้อย ดวงตาคู่สวยฉายแววเย็นชา เธอวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะก่อนจะยื่นมือไปหยิบแท็บเล็ตเพื่อเปิดดูภาพความคมชัดสูงจากกล้องวงจรปิดตัวที่ส่องตรงไปยังรั้วหน้าบ้าน
"คนร้ายสวมฮู้ดปิดบังใบหน้า แต่ความสูงและวิธีเดินแบบนั้น... ต่อให้แปลงร่างเป็นผี ฉันก็จำได้ไม่ลืม" รินรดากล่าวเสียงเรียบ แต่น้ำเสียงนั้นกลับอัดแน่นไปด้วยแรงกดดันจนอุณหภูมิในห้องราวกับลดฮวบลง "ตาแก่จอมโลภฝั่งตระกูลเดิมของฉันสินะ ส่งของขวัญต้อนรับแบบนี้ คงคิดว่าพวกเราจะกลัวหัวหดสินะครับ... เอ๊ย คิดว่าพวกเราจะกลัวหัวหดหรือไง"
ธันวาอมยิ้มเล็กน้อยเมื่อภรรยาสาวเผลอหลุดสำนวนติดปากของเขาออกมา มือหนาเอื้อมไปกุมมือเรียวที่กำแน่นจนข้อต่อขาวโพลน "ใจเย็นๆ ก่อนครับที่รัก ของแบบนี้มันต้องเอาคืนด้วยดอกเบี้ยทบต้น... จริงไหมครับผู้กอง"
"ถูกต้องครับ" ผู้กองศิลาพยักหน้ารับ ดวงตาคมกวาดมองไปนอกหน้าต่างยามค่ำคืน "ถ้าพวกมันกล้าส่งของต่ำๆ มาเหยียบหน้าบ้านเราคืนนี้ ผมจะพาชุดปฏิบัติการพิเศษไปทักทายถึงหน้าบ้านเรือนไทยหลังใหญ่ของพวกมันให้รู้แล้วรู้รอด"
"ไม่ต้องถึงมือทหารหิตโหดแบบคุณหรอกครับผู้กอง" ธันวายกยิ้มมุมปาก พลางกด Enter บนแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์ เสียงเครื่องเซิร์ฟเวอร์ขนาดเล็กส่งเสียงหึ่งๆ เบาๆ หน้าจอหลักปรากฏภาพซ้อนทับระหว่างพิกัด GPS ปัจจุบันของห่อผ้าหน้าบ้าน กับฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์และโฉนดที่ดินเก่าในเขตอำเภอ "ผมเขียนโค้ดผสานยันต์แกะรอยวิญญาณเรียบร้อยแล้ว ห่อผ้านั่นไม่ได้มีแค่คำสาป แต่มันมี 'สัญญาณชีวะ' ที่เชื่อมโยงกับเจ้าของวิญญาณที่ถูกกระทำในอดีต"
บรรยากาศในห้องเงียบลงชั่วขณะ เมื่อเสียงลมภายนอกพัดหวีดหวิวราวกับเสียงโหยหวน รินรดาหลับตาลงตั้งสติ รวบรวมจิตอธิษฐานก่อนจะใช้นิ้วแตะเบาๆ ที่อากาศว่างเปล่า วาบแสงสีทองจางๆ ปรากฏขึ้นพร้อมกับประตูมิติลับที่เปิดอ้าออกเล็กน้อย เผยให้เห็นชั้นวางสินค้าและสมุนไพรนานาชนิดที่เธอเก็บสะสมไว้เพื่อใช้ทำมาหากินและยกระดับคุณภาพชีวิตครอบครัว
"มิติลับเปิดรับพลังงานลบได้ดีเยี่ยม..." รินรดากล่าวพรางดึงเอา "ขวดโหลยันต์เพลิงสุริยัน" ออกมาวางบนโต๊ะ "ถ้าวิญญาณดวงนั้นถูกกระทำด้วยความอยุติธรรมจนกลายเป็นผีร้าย เราต้องฟังเรื่องราวของเขาก่อนจะทำการปลดปล่อย หรือไม่ก็... ส่งวิญญาณอาฆาตไปทวงหนี้แค้นกับต้นตอโดยตรง"
ธันวาพยักหน้าเห็นด้วย เขาหันไปพิมพ์คำสั่งบรรทัดสุดท้ายลงในโปรแกรมปราบผีไอที "รันโปรแกรมถอดรหัสวิญญาณ ณ บัดนี้!"
ทันใดนั้น ห่อผ้าสีขาวที่วางอยู่หน้าบ้านก็เกิดอาการสั่นกระดุกกระดิกลงบนหน้าจอมอนิเตอร์ ด้ายสายสิญจน์เปื้อนเลือดขาดผึ่งออกจากกันโดยไม่มีใครจับ ร่างโปร่งแสงสีเทาหม่นของชายชราคนหนึ่งค่อยๆ ลอยขึ้นจากห่อผ้า ดวงตาของวิญญาณเร่ร่อนเบิกโพลงด้วยความเจ็บปวดและแค้นเคือง ร่างกายเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำและรอยแผลเป็นจากการถูกทำร้ายอย่างทารุณ
วิญญาณเร่ร่อนตนนั้นไม่ได้พุ่งเข้าใส่กล้องเพื่อทำร้าย แต่มันหันหน้าตรงมาทางเลนส์กล้อง อ้าปากค้างส่งเสียงกรีดร้องที่แม้จะไม่ได้ยินผ่านลำโพงโดยตรง แต่แรงสั่นสะเทือนของคลื่นความถี่ต่ำก็ทำให้กระจกหน้าต่างในบ้านสั่นระรัว
รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แววตาเด็ดขาดปรากฏขึ้น เธอหยิบยันต์สะกดวิญญาณขึ้นมาถือไว้ในมือ "ตาแก่คนนี้... ฉันจำได้ เขาคือลุงมั่น คนงานเก่าแก่ที่ถูกขับไล่ออกจากที่ดินแปลงใหญ่เมื่อยี่สิบปีก่อน คนที่พวกตระกูลนั้นใส่ร้ายว่าขโมยโฉนดแล้วซ้อมจนตายคาโรงไม้!"
ผู้กองศิลาขมวดคิ้ว "แสดงว่าการตายของเขาไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุ แต่เป็นการฆาตกรรมอำพรางโดยฝีมือของผู้มีอิทธิพลกลุ่มเดียวกันกับที่กำลังพยายามฮุบที่ดินเกษตรกรรมของเราในตอนนี้ใช่ไหมครับ"
"ถูกต้องที่สุดครับ" ธันวาเอ่ยเสียงเรียบ ดวงตาหลังกรอบแว่นสะท้อนแสงไฟจากจอคอมพิวเตอร์ "และดูเหมือนว่าวิญญาณของลุงมั่นจะไม่ได้มาแค่คนเดียว..."
จังหวะนั้นเอง หน้าจอมอนิเตอร์ทุกตัวในห้องทำงานก็ดับวูบลงพร้อมกัน เหลือเพียงแสงสีแดงกะพริบถี่ๆ จากเซ็นเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหวรอบบ้าน เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่กำลังเดินวนเวียนอยู่รอบระเบียงบ้าน กลิ่นธูปและกลิ่นสาปศพโชยเข้ามาตามช่องลม รินรดากระชับขวดโหลยันต์ในมือแน่น ผู้กองศิลาก้าวเท้าไปปลดล็อกปืนพกคู่กายด้วยความรวดเร็ว
ทว่า ก่อนที่ใครจะได้ขยับตัว เสียงเคาะประตูกระจกเบาๆ สามครั้งก็ดังขึ้นที่ระเบียงห้องทำงานชั้นสอง ทั้งที่ห้องนี้ไม่มีทางเดินเชื่อมต่อภายนอก!
ธันวาหันไปมองหน้าจอคอมพิวเตอร์สำรองที่ยังทำงานอยู่ ภาพจากกล้องวงจรปิดมุมสูงเผยให้เห็นร่างของชายสวมฮู้ดคนเดิมกำลังยืนยิ้มกว้างจนถึงใบหู อยู่ที่ระเบียงกระจกด้านหลังของรินรดา โดยที่ในมือของเขาไม่ได้ถือห่อผ้าอีกต่อไปแล้ว... แต่กำลังถือมีดอีโต้เล่มใหญ่ที่อาบไปด้วยคราบเลือดสดๆ!
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของหมอผีวัยรุ่นมาโดยตลอดนะครับ
หมอผีไอทีกับภรรยาสายตบ ผีขยับเราขยับยิง•ตอนที่ 21
ความโกรธแค้นของวิญญาณเร่ร่อน
ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมอผีไอทีกับภรรยาสายตบ ผีขยับเราขยับยิง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!