หมอผีไอทีกับภรรยาสายตบ ผีขยับเราขยับยิง•ตอนที่ 15

ญาติสายปั่น เริ่มออกฤทธิ์

ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
"ถ้าพวกคุณยังไม่เอาตีนออกไปจากแปลงผักออร์แกนิกของผม ผมจะสวดคาถาเรียกวิญญาณปอบลงไปสิงในหม้อหุงข้าวบ้านพวกคุณให้ข้าวบูดคาหม้อสามปีติดกัน... เอาไหมครับ?" เสียงทุ้มต่ำแต่เจือแววกวนประสาทของธันวา ดังแทรกเสียงจิ้งหรีดและเสียงลมพัดยอดมะม่วงยามพลบค่ำ ธันวายืนพิงกรอบประตูหลังบ้าน มือซ้ายถือแก้วกาแฟเย็นที่รินจากเครื่องชงราคาแพง มือขวาเคาะนิ้วลงบนสมาร์ทโฟนที่หน้าจอแสดงผลโค้ดอาคมสีเขียวเรืองแสง สวนทางกับบรรยากาศชนบทที่ควรจะเงียบสงบ ตรงหน้าเขา ห่างออกไปไม่ถึงสิบก้าว ร่างท้วมๆ ของน้าชัชกับป้าสำเนียง—ญาติจอมสูบที่ชอบทำตัวเป็นปลิงดูดเลือดประจำตระกูล—กำลังก้มๆ เงยๆ อยู่แถวเพิงเก็บเครื่องมือเกษตร ใบหน้าของทั้งคู่เหงเกด้วยความโลภ ขณะที่มือป้าสำเนียงกำลังพยายามงัดแม่กุญแจทองเหลืองที่คล้องประตูตู้ไม้นิรภัย ซึ่งรินรดากำหนดรหัสผ่านเชื่อมต่อกับระบบมิติลับ "ไอ้... ไอ้ธันวา! แกพูดจาให้มันดีๆ นะเว้ย กูเป็นน้า เป็นผู้ใหญ่ในบ้าน!" น้าชัชสะดุ้งโหยงจนทำชะแลงหลุดมือ หน้าตาตื่นตระหนกราวกับเจอผีหลอกตอนกลางวันแสกๆ แต่ดวงตากลับเหลือบมองตู้ไม้นิรภัยด้วยความกระหายใคร่รู้ไม่เลิก "ผู้ใหญ่เหรอครับ? ผมนึกว่าโจรย่องเบาซะอีก เห็นแต่งตัวมิดชิดแถมยังพกชะแลงมาเดินชมสวนหลังบ้านตอนสามทุ่มครึ่ง... แหม ขยันขันแข็งกันจริงๆ นะครับ น่าเอาโล่เกียรติคุณสาขาปล้นทรัพย์ชาวบ้านไปประดับฝาบ้านสักอัน" ธันวายกกาแฟขึ้นจิบอย่างใจเย็น รอยยิ้มมุมปากของหมอผีไอทีหนุ่มไม่ได้ไปถึงดวงตาเลยสักนิด มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่กำลังต้อนเหยื่อเข้ามุมอับ ในมิติลับที่ซ้อนทับอยู่ ภายในบ้าน รินรดากำลังยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์ครัว ดวงตากลมโตฉายแววเยียบเย็นผ่านหน้าจอโฮโลแกรมมอนิเตอร์ ที่แสดงภาพจากกล้องวงจรปิดรอบบ้านแบบเรียลไทม์ บนเขียงไม้เนื้อแข็งข้างตัวเธอ มีอีโต้เล่มงามวางสงบนิ่ง สะท้อนแสงไฟสีส้มอุ่นจากหลอดไฟวินเทจ "ปล่อยให้พวกมันพยายามงัดไปเถอะค่ะพี่ธันวา..." เสียงหวานใสแต่ทรงพลังดังลอดผ่านอุปกรณ์สื่อสารไร้สายเข้าหูธันวา "ตู้ใบนั้นรินลงอักขระยันต์สะท้อนเงาและระบบล็อกชีวมิติเอาไว้ ใครที่ไม่มีเลือดเนื้อและคลื่นสมองตรงกับเราฝืนงัดล่ะก็... นอกจากจะไม่ได้ของแล้ว เตรียมตัวเจอเซอร์ไพรส์จากมิติลับดูดวิญญาณไปนอนเล่นในคุกมืดสิบปีได้เลย" ธันวาหัวเราะในลำคอเบาๆ "ใจเย็นก่อนครับที่รัก อย่าเพิ่งรีบส่งพวกเขาลี้ภัยไปมิติลับตอนนี้เลย ผมอยากดูละครสัตว์ฉากนี้ให้จบก่อน คืนนี้อากาศยิ่งดีๆ อยู่" ย้อนกลับไปเมื่อช่วงบ่าย สินค้าล็อตแรกจากมิติลับ ไม่ว่าจะเป็น "ข้าวหอมมะลิพลังเทพ" เมล็ดอวบอ้วนหอมกรุ่นที่ปลูกด้วยน้ำทิพย์มิติ และ "ไข่ไก่สมุนไพรทิพย์" ที่แม่ไก่ในฟาร์มมิติลับออกไข่มาแบบไร้สารพิษ เพิ่งจะถูกเหมาเกลี้ยงโดยพ่อค้าคนกลางจากตลาดมืดและกลุ่มสหกรณ์เกษตรอินทรีย์ระดับพรีเมียม ทำเอาเงินสดกองโตนับแสนบาทไหลเข้าบัญชีธนาคารและตู้เซฟมิติของรินรดาจนล้นปรี่ ข่าวลือเรื่องความร่ำรวยชั่วข้ามคืนของสองสามีภรรยาจึงแพร่สะพัดไปเข้าหูบรรดาญาติจอมเกาะแกะอย่างรวดเร็วราวกับไฟลามทุ่ง และนั่นคือเหตุผลที่น้าชัชกับป้าสำเนียงแอบย่องเข้ามาทางหลังบ้านในยามวิกาล หวังจะขโมย "สูตรลับ" หรือ "ทรัพย์สิน" ที่พวกเขาเชื่อว่าซ่อนอยู่หลังตู้นั้น "แก... แกอย่ามาขู่ฉันนะไอ้ธันวา!" ป้าสำเนียงหน้าดำหน้าแดงด้วยความโกรธและความอาย แกถลึงตาใส่หลานชายตัวดี พรางขยับเข้าไปใกล้ตู้ไม้นิรภัยมากขึ้น "พวกฉันแค่จะมาดูว่าแกเอาของหลวงหรือของดีอะไรมาซ่อนไว้ทำมาหากินจนร่ำรวยผิดปกติ... ในฐานะญาติผู้ใหญ่ เรามีสิทธิ์จะตรวจสอบ!" "ตรวจสอบเหรอครับ?" ธันวาเลิกคิ้วสูง ก้าวเท้าช้าๆ ออกจากร่มเงาของชายคา แสงไฟสนามสาดส่องกระทบใบหน้าคมคายและแววตาที่คมกริบดั่งใบมีด "ถ้าผมจำไม่ผิด ตอนที่พ่อผมล้มป่วยแล้วพวกท่านมาขอยืมเงินไปรักษาวัวควายเมื่อสามปีก่อน ท่านบอกว่าเรา 'ไม่ใช่ญาติกัน' เพราะตัดขาดกันไปแล้วไม่ใช่เหรอครับ? ความจำของป้านี่สั้นยิ่งกว่าความจุหน่วยความจำฟล็อปปี้ดิสก์ยุค 90 อีกนะครับเนี่ย" "แก!" ป้าสำเนียงพุ่งเข้ามาหมายจะใช้เล็บจิกหน้าหลานชาย แต่ทว่า... *ปัง!* เสียงกระสุนปืนพ่นออกจากปากกระบอกพุ่งแหวกอากาศฝังลงที่พื้นดินห่างจากปลายเท้าป้าสำเนียงไม่ถึงสองเซนติเมตร เศษดินกระเด็นโดนปลายรองเท้าผ้าใบจนแกสะดุ้งสุดตัว กรีดร้องออกมาเสียงหลงจนค้างคาวบนต้นมะม่วงบินหนีแตกตื่น จากมุมมืดข้างรั้วบ้าน ผู้กองศิลา ก้าวออกมาจากความมืด ใบหน้าคมเข้มบึ้งตึงสวมชุดลายพรางทหารเต็มยศ มือขชายังคงถือปืนพกระบอกโปรดที่มีควันจางๆ ลอยกรุ่นออกมาจากลำกล้อง ดวงตาคมดุจเหยี่ยวจ้องมองผู้บุกรุกทั้งสองด้วยรัศมีกดดันที่ทำเอาอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงทันที "เขตหวงห้าม... และนี่คือทรัพย์สินของภรรยาผม" เสียงทุ้มห้วนและทรงพลังของนายทหารหนุ่มผู้คลั่งรักดังขึ้นราวกับเสียงคำรามของเสือโคร่ง "ถ้าก้าวล้ำเข้ามาอีกก้าวเดียว ผมจะไม่เตือนด้วยกระสุนลงพื้นแน่ครับ น้าชัช ป้าสำเนียง" น้าชัชหน้าถอดสี ขาแข้งอ่อนแรงจนแทบล้มพับลงไปกองกับพื้น ใครๆ ก็รู้ว่าผู้กองศิลาคนนี้รักและหวงภรรยาขนาดไหน แถมยังมีดีกรีเป็นถึงอดีตทหารหน่วยรบพิเศษที่ขึ้นชื่อเรื่องความเด็ดขาด ใครกล้าแตะต้องรินรดา คนๆ นั้นมักจะมีจุดจบที่ไม่ค่อยสวยงามนัก "พวก... พวกแกสองคนร่วมมือกันข่มเหงคนแก่!" น้าชัชชี้หน้าด้วยมือที่สั่นเทา "คอยดูเถอะ ฉันจะไปฟ้องผู้ใหญ่บ้าน ไปประจานพวกแกในกลุ่มไลน์หมู่บ้าน ให้คนเขานินทาว่าเนรคุณญาติพี่น้อง!" "เชิญตามสบายเลยครับ" ธันวาฉีกยิ้มกว้าง โบกมือหยอยๆ "แต่อย่าลืมเคลียร์ค่าซ่อมกระเบื้องปูพื้นกับค่าตกใจของผมด้วยนะ... อ้อ เกือบลืมไป" ธันวากดสมาร์ทโฟนในมือ หน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าสว่างวาบขึ้นกลางอากาศ พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนระบบรักษาความปลอดภัยที่ดังขึ้น *ติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง!* "ระบบสแกนอัตลักษณ์และบันทึกภาพวิดีโอบุคคลบุกรุกยามวิกาลได้ถูกส่งตรงไปยังสถานีตำรวจภูธรและอัปโหลดขึ้นคลาวด์เรียบร้อยแล้วนะครับ หลักฐานครบถ้วน ทั้งชะแลง รอยนิ้วมือ และเจตนาชัดเจนแบบนี้... พรุ่งนี้เช้า ผมว่าเราไปเคลียร์กันที่โรงพักดีกว่าไหมครับ หรือจะให้ผมให้ผู้กองศิลาหิ้วปีกไปส่งห้องขังตอนนี้เลยดี?" ป้าสำเนียงหน้าซีดเผือดเป็นไก่ต้ม ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว แกดึงแขนน้าชัชที่กำลังขาแข้งสั่นให้รีบถอยกรูดออกไปจากบริเวณบ้านอย่างทุลักทุเล เสียงบ่นงึมงำด้วยความแค้นเคืองดังไล่หลังมา แต่ไม่มีใครกล้าหันกลับมามองอีกเลย รินรดาก้าวเดินออกมาจากมิติลับ ร่างระหงในชุดลำลองทะมัดทะแมงเดินตรงมาหาธันวาและผู้กองศิลา เธอยกมือขึ้นกอดอก มองตามหลังสองสามีภรรยาที่วิ่งหนีหายไปในความมืดด้วยรอยยิ้มเยาะ "จัดการง่ายเกินไปหน่อยไหมคะพี่ธันวา รินยังไม่ได้เอาไม้บรรทัดเหล็กในมิติลับออกมาฟาดมือพวกมันเลย" รินรดาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ธันวาสVางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะไม้ ก่อนจะโอบเอวภรรยาคนสวยเข้าหาตัวอย่างแนบแน่น ขณะที่ผู้กองศิลาก็ขยับเข้ามาประชิดอีกด้านอย่างรู้หน้าที่ สามหนุ่มสาวส่งยิ้มให้กันด้วยความโล่งอก "อย่าเพิ่งใจร้อนเลยครับที่รัก คืนนี้ยังมีเรื่องสนุกกว่านั้นรออยู่..." ธันวาหันไปมองหน้าผู้กองศิลาที่พยักหน้ารับรู้เป็นนัย กลิ่นหอมกรุ่นของ "หมูสามชั้นคั่วพริกเกลือสูตรโบราณ" ที่รินรดาแอบเคี่ยวทิ้งไว้ในหม้อตุ๋นแรงดันสูงในมิติลับ เริ่มส่งกลิ่นหอมทะลุกำแพงมิติออกมาอบอวลไปทั่วทั้งห้องครัว กลิ่นพริกขี้หนูป่นคั่วกับกระเทียมเจียวหอมๆ และเกลือทะเลคริสตัลทะลุทะลวงประสาทสัมผัสจนท้องของทั้งสามคนส่งเสียงร้องประท้วงเบาๆ "นั่นสิครับ กลิ่นลอยมาขนาดนี้แล้ว..." ผู้กองศิลาเลียริมฝีปากเบาๆ "เรามาจัดการมื้อดึกฉลองชัยชนะกันดีกว่า" รินรดายิ้มกริ่ม เธอกำลังจะสะบัดมือเรียกจานข้าวและกับข้าวจากมิติลับออกมาตั้งโต๊ะ ทันใดนั้นเอง เสียงเคาะประตูก็รัวดังขึ้นอย่างบ้าคลั่งที่หน้าบ้าน... ไม่ใช่เสียงเคาะประตูธรรมดา แต่มันเป็นเสียงทุบด้วยกำปั้นหนักๆ พร้อมกับเสียงกรีดร้องโหยหวนด้วยความตกใจกลัวของใครบางคน "ช่วยด้วย! ช่วยด้วยจ้า! ผี... ผีมันลอยตามหลังฉันมา!" เสียงนั้นไม่ใช่เสียงของน้าชัชหรือป้าสำเนียง แต่เป็นเสียงของ "ยายเพ็ญ" แม่ค้าปากตลาดจอมจุ้นที่บ้านอยู่ท้ายซอย ผู้ซึ่งมีข่าวลือว่าเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจกำเริบไปเมื่อสามวันก่อน! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้กันมาโดยตลอดนะครับ
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมอผีไอทีกับภรรยาสายตบ ผีขยับเราขยับยิง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%