“ถ้าพวกคุณคิดว่าเสียงเคาะประตูนั่น จะทำให้ผมใจอ่อนเปิดประตูต้อนรับล่ะก็... คงต้องบอกว่าพวกคุณประเมินค่า ‘หมอเทวะ’ ต่ำเกินไปแล้วครับ”
เสียงทุ้มต่ำแต่กังวานของคีย์ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องนั่งเล่นสุดหรูบนเพนต์เฮาส์ชั้นสูงสุดของตึกระฟ้าใจกลางมหานคร ผ่านหน้าจอแสดงภาพจากกล้องวงจรปิด บรรดาอดีตเพื่อนร่วมทีมระดับท็อปฮันเตอร์ที่เคยเหยียบย่ำและขับไล่เขาออกจากปาร์ตี้อย่างไม่ใยดีเมื่อหลายเดือนก่อน บัดนี้กำลังเนื้อตัวมอมแมม เปียกปอนไปด้วยหยาดเหงื่อและความหวาดกลัว สภาพของพวกเขาช่างน่าสมเพชเสียจนคีย์แทบไม่เชื่อสายตาว่าพวกมันคือกลุ่มคนที่เคยยืนหยัดอยู่บนจุดสูงสุดของวงการฮันเตอร์
ที่หน้าประตูบานใหญ่นั้น... ไทรอน อดีตหัวหน้าปาร์ตี้ผู้เคยประกาศกร้าวว่า ‘ฮีลเลอร์ขยะไร้ประโยชน์อย่างแกไม่มีค่าแม้แต่เศษเงินในกิลด์’ กำลังคุกเข่าลงกับพื้นหินอ่อนอย่างไร้ศักดิ์ศรี สองมือสั่นเทากุมเข้าหากัน น้ำตาคลอเบ้าผสมกับรอยเปื้อนฝุ่นควันจากการต่อสู้ ขนาบข้างด้วยอดีตสมาชิกสาวสวยประจำทีมที่เคยร่วมกันหัวเยาะเย้ยหยันเขาในวันที่เขาบาดเจ็บสาหัส
“คีย์! ได้โปรดเถอะคีย์! ฉันขอร้อง... เปิดประตูให้พวกเราเถอะ!” เสียงตะโกนแหบแห้งและเต็มไปด้วยความสิ้นหวังของไทรอนดังเล็ดลอดผ่านลำโพงอินเตอร์คอมเข้ามา “พวกเราสำนึกผิดแล้ว อาการบาดเจ็บของฉันและทุกคนกำลังจะลามถึงแก่นพลังมานา... มีแค่คุณคนเดียวในโลกที่รักษาพวกเราได้!”
เอเลน่า ซึ่งยืนไขว่ห้างจิบไวน์ชั้นดีอยู่ข้างกายคีย์ เหลือบลองมองภาพผ่านจอด้วยรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก ดวงตาคมกริบฉายแววดูแคลนอย่างไม่ปิดบัง เธอวางแก้วคริสตัลลงบนโต๊ะกระจก เสียงกระทบเบาๆ สะท้อนความเยือกเย็นของสถานการณ์
“ดูพวกมันสิครับคุณคีย์ สุนัขที่เคยเห่าหอนไล่ต้อนคุณในวันนั้น บัดนี้กลับคลานมาหมอบแทบเท้าเพื่อขอเศษทานชีวิต” เอเลน่ากล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือน “จะให้ฉันสั่ง รปภ. ของตระกูลไล่พวกมันออกไปให้พ้นเขตตึก หรือจะปล่อยให้พวกมันรอจนกว่าจะสิ้นใจตายอยู่ที่หน้าประตูดีล่ะครับ?”
คีย์ยังคงนิ่งเงียบ ดวงตาคู่คมภายใต้กรอบแว่นสายตาไร้กรอบสะท้อนความเย็นชา ไร้ซึ่งความโกรธเกรี้ยว... เพราะความโกรธมันถูกแปรเปลี่ยนเป็นความว่างเปล่าและความสะใจที่ได้เห็นพวกมันตกต่ำถึงขีดสุดไปนานแล้ว เขาหยิบบุหรี่มวนหรูขึ้นมาจุดสูบ ควันสีเทาจางๆ ลอยอวลอยู่ในบรรยากาศที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก
ในอดีต... คีย์คือฮีลเลอร์ผู้ทุ่มเทแรงกายแรงใจรักษาอาการบาดเจ็บให้พวกมันจนตัวเองเกือบเอาชีวิตไม่รอด แต่สิ่งที่เขาได้รับกลับมาคือการถูกถีบส่งออกจากดันเจี้ยนระดับ SSS โดยไม่มีแม้แต่ส่วนแบ่งค่าตอบแทน ปล่อยให้เขาเผชิญหน้ากับฝูงมอนสเตอร์โดยลำพัง หากไม่ใช่เพราะระบบ ‘หมอเทวะแรงก์ SSS’ ที่ตื่นขึ้นมาในนาทีเฉียดตาย เขากลัวว่าป่านนี้ร่างของเขาคงกลายเป็นปุ๋ยฝังอยู่ใต้ดินลึกไปแล้ว
“ความเมตตาเป็นสิ่งที่มีค่าเกินกว่าจะหยิบยื่นให้สุนัขจรจัดนะเอเลน่า” คีย์พ่นควันบุหรี่ออกมาช้าๆ น้ำเสียงของเขาเรียบสนทนาราวกับกำลังพูดถึงเรื่องดินฟ้าอากาศ “แต่การปล่อยให้พวกมันทรมานอยู่ตรงนั้น... ก็ดูจะเป็นการละเลยความบันเทิงที่พวกมันอุส่าห์ดั้นด้นมามอบให้ถึงที่นี่จนเกินไปหน่อย”
เขากดปุ่มเปิดไมโครโฟน เสียงทุ้มและทรงอำนาจของคีย์ดังทะลุผ่านลำโพงหน้าประตู สะท้อนก้องไปทั่วบริเวณทางเดินจนทำให้ร่างของไทรอนสะดุ้งสุดตัวด้วยความหวาดผวา
“จำคำพูดที่แกเคยพูดใส่ฉันในดันเจี้ยนวันนั้นได้ไหม ไทรอน... แกบอกว่า ‘ฮีลเลอร์ชั้นต่ำอย่างมึง ต่อให้คุกเข่าขอร้องจนตัวตาย ก็ไม่มีวันได้แตะต้องยาฟื้นฟูแม้แต่หยดเดียว’” คีย์เว้นจังหวะ ปล่อยให้ความเงียบงันทำหน้าที่บดขยี้วิญญาณของคนที่อยู่ข้างนอก “วันนี้... ฉันก็แค่วรรคทองคำประโยคนั้นมาคืนให้พวกแก... เชิญคุกเข่าต่อไปให้พอใจครับ จนกว่าลมหายใจสุดท้ายจะหมดลง”
“ไม่! คีย์! อย่าทำแบบนี้!” เสียงกรีดร้องอย่างเสียสติของฮันเตอร์สาวในกลุ่มดังแทรกขึ้นมา เธอกระแทกมือทุบประตูเหล็กกล้าหนาพิเศษซ้ำๆ จนเลือดซิบ “พวกเราผิดไปแล้ว! เอาเงินเท่าไหร่ว่ามา! กิลด์ของเรามีสมบัติระดับ SSS มากมาย... เรายกให้แกหมดเลย ขอแค่ฮีลให้ฉันที!”
เงินเหรอ? สมบัติระดับ SSS งั้นเหรอ?
คีย์แค่นหัวเราะในลำคออย่างสมเพช เขากวาดสายตามองไปรอบห้องนั่งเล่นที่ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์สั่งทำพิเศษมูลค่ามหาศาล ซึ่งทั้งหมดนี้ซื้อด้วยบัตรเครดิตดำไม่จำกัดวงเงินที่เอเลน่ามอบให้เพื่อผูกขาดบริการฮีลเลอร์ระดับเทวะแต่เพียงผู้เดียว ทรัพย์สินที่พวกมันเอามาแลกในตอนนี้ สำหรับคีย์แล้ว... มันก็แค่เศษกระดาษไร้ค่า
“เงินของพวกแก... แม้แต่ค่าฝุ่นใต้รองเท้าของฉันยังซื้อไม่ได้เลยครับ” คีย์เอ่ยเสียงเรียบ
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังดำเนินไปถึงจุดพีคของการตบหน้าตัวร้ายอย่างไร้รอยต่อ จู่ๆ หน้าจอวงจรปิดอีกตัวที่จับภาพบริเวณลานจอดเฮลิคอปเตอร์ส่วนดาดฟ้าชั้นบนสุด ก็ปรากฏความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ
สัญญาณไฟฉุกเฉินสีแดงกระพริบวาบ เฮลิคอปเตอร์ทหารหุ้มเกราะรุ่นใหม่ล่าสุดติดตราสัญลักษณ์กิลด์ระดับประเทศ ‘ดราゴン ฟาง (Dragon Fang)’ บินลงจอดอย่างไร้ซุ่มเสียง ประตูห้องโดยสารเปิดออกพร้อมกับร่างของชายชราในชุดสูุตสั่งตัดพิเศษผู้กุมอำนาจเบื้องหลังสภาฮันเตอร์... บุคคลที่แม้แต่กิลด์ใหญ่ยังต้องก้มหัวให้
และที่น่าตกใจยิ่งกว่า... ชายชราผู้นั้นไม่ได้เดินมาเพื่อช่วยชีวิตไทรอน แต่เขากลับเดินตรงมายังลิฟต์ส่วนตัวที่มุ่งตรงมายังเพนต์เฮาส์ของคีย์ พร้อมกับกระเป๋าเอกสารโลหะสีดำที่ผนึกรหัสลับระดับสูงสุด
ดวงตาของเอเลน่าหรี่แคบลงทันที เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สัญชาตญาณนักธุรกิจและผู้กุมอำนาจเตือนภัยเธอกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด “คุณคีย์ครับ... ดูเหมือนว่าแขกที่ไม่ได้รับเชิญอีกคนกำลังจะขึ้นมา และดูจากป้ายบนปกเสื้อของเขาแล้ว... เรื่องราวในคืนนี้ คงไม่ได้จบแค่การมาขอชีวิตของพวกสุนัขข้างถนนพวกนั้นเสียแล้วล่ะครับ”
คีย์ขยี้ก้นบุหรี่ลงบนที่เขี่ยบุหรี่คริสตัลอย่างใจเย็น รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่รอยยิ้มแห่งความสนุกอีกต่อไป... มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่กำลังรอให้เหยื่อชิ้นใหญ่เดินเข้าปากถ้ำด้วยความสมัครใจ
“ปล่อยให้เขาขึ้นมาครับเอเลน่า...” คีย์กล่าวเบาๆ ขณะที่เสียงสัญญาณเตือนลิฟต์ส่วนตัวดังขึ้น *ติ๊ง* “มาดูกันว่า... ใครกันแน่ที่จะต้องเป็นฝ่ายคุกเข่าต่อหน้าข้าในคืนนี้”
ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "หมอเทวะแรงก์ SSS" มาโดยตลอด แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
ฮีลเลอร์ระดับ SSS กับคิวทองที่มึงไม่มีสิทธิ์จอง•ตอนที่ 20
คุกเข่าต่อหน้าข้า
ผลงานโดย หมอเทวะแรงก์ SSS
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอเทวะแรงก์ SSS)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮีลเลอร์ระดับ SSS กับคิวทองที่มึงไม่มีสิทธิ์จอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!