“ถ้าคุณยังยืนกรานจะใช้หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์กับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นตรงหน้า ผมแนะนำให้คุณหันหลังกลับไปที่รถเสียเดี๋ยวนี้ครับหมวดก้อง เพราะสิ่งที่กำลังจะขยับเข้ามาหาเราตอนนี้... มันไม่รู้จักคำว่าเหตุและผล”
เสียงของรินราบเรียบ ทว่าสั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจของผู้ฟัง หมวดก้องกระชับปืนพกในซองที่เอวแน่นขึ้น กลิ่นอับชื้นของโกดังร้างริมน้ำในยามวิกาลผสมกับกลิ่นสาบสางที่โชยมาตามลมเย็นเยือก มันไม่ใช่กลิ่นหนูตายหรือขยะเน่าเสีย แต่มันคือกลิ่นของ 'ความตาย' ที่ผ่านการบ่มเพาะมาเนิ่นนาน
“คุณพูดเหมือนกับว่า... คุณเห็นมันแล้ว” หมวดก้องเค้นเสียงตอบ ลมหายใจของเขาเริ่มติดขัด ดวงตาที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดีกวาดมองไปในความมืดมิดที่มีเพียงแสงจันทร์สลัวลอดผ่านรอยแตกของหลังคาสังกะสี
รินไม่ตอบ เขาหยิบธูปสามดอกออกมาจากกระเป๋าเสื้อ แสงไฟแช็กวูบไหวสะท้อนดวงตาที่ว่างเปล่าราวกับหลุมลึก เขาจุดธูปโดยไม่สนคำทักท้วง ก่อนจะปักลงบนพื้นดินที่เต็มไปด้วยเศษอิฐปูน
ทันใดนั้น บรรยากาศรอบตัวก็เปลี่ยนไปราวกับถูกตัดขาดจากโลกภายนอก เสียงลมหวีดหวิวที่เคยได้ยินกลับกลายเป็นเสียงกระซิบซาบที่ฟังไม่ได้ศัพท์นับร้อยนับพัน หมวดก้องเบิกตากว้างเมื่อเห็นควันธูปที่ควรจะลอยขึ้นสู่เบื้องบน กลับม้วนตัวเป็นเกลียวต่ำลงกับพื้น ก่อนจะก่อตัวเป็นรูปทรงมนุษย์ที่บิดเบี้ยวผิดรูป
“อย่าขยับนะครับ” รินเตือนเสียงเข้ม
หมวดก้องพยายามจะหยิบไฟฉาย แต่ข้อมือของเขากลับถูกรั้งไว้ด้วยความเย็นเยียบที่มองไม่เห็น มันไม่ใช่แรงจากมนุษย์ แต่เป็นความหนาวเหน็บที่แทรกซึมเข้าถึงกระดูกสันหลัง เขาเห็นร่างเงาสีดำทะมึนกำลังคืบคลานออกมาจากมุมมืดของโกดัง ใบหน้าของมันไม่มีดวงตา มีเพียงรอยฉีกขาดกว้างที่อ้าปากค้างไว้ราวกับกำลังกรีดร้อง แต่ไม่มีเสียงใดหลุดออกมา
“นั่นมัน... คนหรือเปล่า” หมวดก้องพึมพำ มือที่สั่นเทาพยายามยกปืนขึ้น แต่นิ้วเขากลับแข็งทื่อราวกับโดนน้ำแข็งเกาะ
“คนตายที่ไม่มีวันได้ไปผุดไปเกิด เพราะถูกตรึงไว้ด้วยอาคมของอาจารย์คง” รินก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ร่างของเขายืนตระหง่านบังหน้าหมวดก้องไว้ “ถ้าคุณยังไม่เชื่อ... ลองสังเกตที่รอยคอของมันดูครับ”
หมวดก้องหรี่ตามอง แม้ความหวาดกลัวจะเกาะกินใจ แต่สัญชาตญาณนักสืบยังคงทำงาน เขามองเห็นรอยไหม้รูปอักขระขอมที่ฝังลึกอยู่บนเนื้อหนังที่เน่าเปื่อยของดวงวิญญาณตนนั้น มันคือเครื่องหมายการค้า... ตราประทับของอาจารย์คงที่เขาเคยเห็นในแฟ้มคดีฆาตกรรมปริศนาเมื่อสามปีก่อน
วินาทีนั้น ความเชื่อเดิมๆ ของหมวดก้องพังทลายลงไม่เหลือชิ้นดี หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่เขาเคยยึดถือกลายเป็นเพียงเศษกระดาษเมื่อต้องเผชิญหน้ากับความจริงที่โหดร้ายกว่า
วิญญาณตนนั้นพุ่งเข้าหารินด้วยความเร็วที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ รินสะบัดมือเบาๆ ท่องคาถาบทสั้นๆ ที่ฟังดูดุดันแต่หนักแน่น ควันธูปที่ลอยอยู่รอบตัวเขากลายสภาพเป็นเกราะคุ้มกันสีหม่น ปะทะเข้ากับเงาดำนั้นจนเกิดเสียงดังสนั่นเหมือนเหล็กกระทบกัน
“ถอยไปที่เสาต้นนั้นครับ!” รินตะโกนสั่งพลางคว้ากริชเหล็กน้ำพี้ที่เหน็บอยู่ข้างเอวออกมา แสงสะท้อนจากคมกริชวูบไหวเข้าปะทะกับเงาดำที่กระชากตัวเข้าหาเขาอย่างบ้าคลั่ง
หมวดก้องวิ่งไปตามคำสั่ง เขารู้ตัวดีว่าในเวลานี้ พลังกระสุนปืนของเขาไม่มีค่าอะไรเลย เขาได้แต่ยืนมองด้วยความตะลึงงัน รินในตอนนี้ดูเปลี่ยนไป ไม่ใช่ชายหนุ่มเงียบขรึมที่เขารู้จัก แต่เป็นผู้ที่แบกรับความแค้นและความเจ็บปวดจากอดีตมาเป็นพลังในการต่อสู้ ท่วงท่าการเคลื่อนไหวที่แม่นยำและดุดันนั้นไม่ใช่การร่ายรำ แต่เป็นการสังหารทางจิตวิญญาณ
จังหวะที่วิญญาณร้ายสูญเสียหลัก รินแทงกริชลงบนพื้นดินที่มีอักขระเรืองแสงขึ้นมาอย่างเฉียบพลัน เงาดำนั้นกรีดร้องโหยหวนจนแก้วหูของหมวดก้องแทบแตก ก่อนที่ร่างนั้นจะสลายกลายเป็นละอองสีเทาไปในชั่วพริบตา
ความเงียบกลับมาเยือนโกดังอีกครั้ง มีเพียงเสียงหอบหายใจของรินที่ยังคงยืนนิ่งท่ามกลางความมืด
“ทีนี้... คุณยังเชื่ออยู่ไหมครับ ว่าคดีนี้เป็นแค่การตายโดยอุบัติเหตุ” รินหันกลับมาถาม เสียงของเขายังคงเย็นชาเหมือนเดิม
หมวดก้องพยักหน้าช้าๆ เหงื่อกาฬไหลท่วมตัว “ผม... ผมขอโทษที่เคยสงสัยคุณ”
ทว่าความโล่งใจยังไม่ทันได้หายไป ลมพายุหมุนลูกเล็กๆ ก็ก่อตัวขึ้นที่ประตูโกดัง เศษไม้และฝุ่นละอองลอยวนเวียน เสียงหัวเราะแผ่วเบาแต่ก้องกังวานดังขึ้นจากทั่วทุกทิศทาง เหมือนกับว่ามีใครบางคนกำลังเฝ้ามองฉากการต่อสู้นี้อยู่ตั้งแต่ต้น
รินชะงัก สายตาเขาเบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นหยดเลือดสีสดหยดลงมาจากเพดานโกดังที่มืดสนิท เลือดเหล่านั้นก่อตัวเป็นรูปอักขระที่ไม่คุ้นเคย ก่อนจะเริ่มหมุนวนและเปลี่ยนสภาพเป็นร่างของบุคคลที่ไม่มีใครอยากให้ปรากฏตัวที่สุดในตอนนี้
ชายชราในชุดสีดำสนิท ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกบดบังด้วยความมืด ก้าวเท้าเข้ามาในโกดังราวกับเดินอยู่บนพื้นพรมแดง กลิ่นหอมของธูปราคาแพงที่อบอวลไปทั่วบ่งบอกถึง 'เจ้าของ' กลิ่นที่รินไม่มีวันลืม
“ไม่เลวนี่... ริน ศิษย์นอกคอกของข้า” เสียงนั้นแหบพร่าแต่ทรงอำนาจจนหมวดก้องถึงกับเข่าอ่อน “แกคิดว่าการกำจัดเศษสวะพวกนี้ จะช่วยให้แกเข้าใกล้ความจริงเรื่องพี่สาวแกได้งั้นหรือ?”
อาจารย์คงเดินเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหน้าพวกเขา ระยะห่างไม่ถึงสามก้าว แต่ทว่าในมือของชายชราผู้นั้น กลับถือวัตถุบางอย่างที่ทำให้หัวใจของรินหยุดเต้น... มันคือตุ๊กตาไม้ที่ถูกตอกด้วยตะปูโลงศพ ซึ่งมีเส้นผมของใครบางคนพันอยู่รอบตัวมัน และเส้นผมนั้น... มันเป็นสีเดียวกับของรินเอง!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางสำรวจความลับแห่งปรภพไปกับผมในตอนนี้นะครับ - เข็มทิศมองวิญญาณ
รอยอาฆาตใต้เงาธูป: บันทึกคดีวิญญาณอาถรรพ์•ตอนที่ 6
จุดบรรจบของสองโลก
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยอาฆาตใต้เงาธูป: บันทึกคดีวิญญาณอาถรรพ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!