“หลักฐานทั้งหมดอยู่ในแฟลชไดรฟ์นี้ หมวดก้อง... อย่าให้ใครแย่งมันไปได้แม้แต่คนเดียว”
รินวางวัตถุชิ้นเล็กสีเงินลงบนฝ่ามือของหมวดก้อง แรงบีบที่มือของเขาสั่นสะท้านเล็กน้อย สายตาของรินยังคงจ้องมองภาพถ่ายใบเก่าที่วางอยู่บนโต๊ะไม้ ตัวเขาในวัยเด็กยืนเคียงข้างพี่สาวผู้ล่วงลับ และชายคนนั้น... ‘ก้อง’ ในชุดเครื่องแบบยุคเก่าที่ส่งยิ้มเย็นเยียบทะลุกาลเวลามายังปัจจุบัน
หมวดก้องมองภาพถ่ายสลับกับใบหน้าของริน สีหน้าของชายในเครื่องแบบเปลี่ยนจากความตระหนกเป็นความนิ่งงันดุจหินผา เขาสูดหายใจลึก กลิ่นธูปที่เคยอบอวลในห้องนี้จางหายไป เหลือเพียงกลิ่นกระดาษเก่าและกลิ่นอายความตายที่ถูกปลดปล่อย
“ถ้าสิ่งที่คุณพูดเป็นเรื่องจริง ริน... คนที่ฉันเห็นในภาพนี้ ไม่ใช่บรรพบุรุษ หรือคนหน้าเหมือน แต่เป็น ‘ตัวฉัน’ ที่กำลังหลงทางอยู่ในวัฏจักรที่ไม่มีวันจบสิ้น” หมวดก้องกล่าวเสียงต่ำ แววตาของเขาสั่นไหวด้วยความจริงที่ยากจะยอมรับ “อาจารย์คงไม่ได้แค่ทำพิธีปลุกเสกศพ แต่เขากำลังเล่นตลกกับเวลา... เพื่อดึงเอาตัวตนของพวกเราทุกคนให้กลายเป็นเครื่องมือในอาณัติ”
“อาจารย์คงกำลังจะเปิดพิธีใหญ่ที่ศาลาริมน้ำในอีกสองชั่วโมง” รินหยิบมีดอาคมขึ้นมาจ้องมองเงาสะท้อนของตัวเอง “เขาคิดว่าผมไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงต้องเลือกผม... เพราะผมเป็นสายเลือดเดียวที่เห็นสิ่งที่เขามองเห็น แต่วันนี้... ประวัติศาสตร์ที่เขาสร้างขึ้นด้วยเลือด จะถูกล้างด้วยความจริงครับ”
ในห้องทำงานของสถานีตำรวจที่เงียบเชียบ ทั้งสองเดินออกมาเผชิญหน้ากับแสงไฟนีออนที่กะพริบถี่ๆ ราวกับจะประท้วงการมาถึงของความมืดมิด อาจารย์คงไม่ได้อยู่เพียงลำพัง ท่ามกลางสื่อมวลชนที่มารอทำข่าวคดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่ปิดได้เสียที แต่ภายใต้สูทราคาแพงและรอยยิ้มที่เคลือบฉาบด้วยความเมตตา อาจารย์คงยืนเด่นอยู่หน้าบันไดศาลากลางน้ำ
“คุณริน... ยินดีด้วยนะครับที่ตามหาความจริงจนพบ” อาจารย์คงเอ่ยขึ้น ท่ามกลางความตกตะลึงของเหล่านักข่าวและตำรวจที่รายล้อม เสียงของเขาดูทรงพลังและเยือกเย็น “แต่ความจริงที่คุณถืออยู่น่ะ... มันเป็นเพียงเศษเสี้ยวของนิทานที่ผมแต่งขึ้นเพื่อทดสอบจิตใจของพวกคุณต่างหาก”
รินก้าวเท้าออกไปเผชิญหน้า ห่างจากชายชราผู้นี้เพียงไม่กี่ก้าว กลิ่นไอมนตราพุ่งเข้าปะทะหน้าจนรู้สึกได้ถึงความเย็นเยือกในกระดูก เขาไม่ได้หวั่นไหว แต่กลับเดินไปหยุดตรงหน้านักข่าวที่ถือกล้องถ่ายทอดสดอยู่
“ท่านผู้มีเกียรติทุกท่านครับ” รินกล่าวเสียงดังฟังชัด ท่ามกลางความเงียบงัน “สิ่งที่ท่านเห็นว่าเป็นเพียงคดีฆาตกรรมธรรมดา แท้จริงแล้วคือการสังเวยชีวิตเพื่อต่อชะตาให้กับผู้ที่อยู่เบื้องหลังพิธีกรรมไสยเวท และฆาตกรที่พวกท่านกำลังเฝ้ามองอยู่... ก็คือชายที่ยืนยิ้มอยู่ตรงหน้านี้”
ความโกลาหลบังเกิดขึ้นในพริบตา แสงแฟลชวูบวาบราวกับฟ้าผ่า หมวดก้องพุ่งตัวเข้าไปกดตัวอาจารย์คงลงกับพื้นทันทีตามแผนที่วางไว้ กุญแจมือเหล็กกระทบกันเกิดเสียงดังสนั่น แต่น่าแปลกที่จอมขมังเวทกลับไม่มีอาการขัดขืน เขาเพียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูเหมือนเข็มเย็บผ้าที่ทิ่มแทงเข้าไปในโสตประสาทของริน
“แกคิดว่ากุญแจมือจะขังฉันได้เหรอ ริน?” อาจารย์คงกระซิบข้างหูรินในขณะที่หมวดก้องกำลังกดร่างเขาไว้ “ในวินาทีที่แกแฉฉัน... แกได้ทำลายตราประทับสุดท้ายที่กั้นระหว่างโลกของคนเป็นและคนตายลงแล้ว”
จู่ๆ ท้องฟ้าที่ควรจะเป็นยามค่ำคืนกลับถูกปกคลุมด้วยกลุ่มเมฆดำสนิทที่ก่อตัวขึ้นหมุนวนดั่งพายุทอร์นาโดเหนือศาลาริมน้ำ ลมแรงพัดเอาเศษใบไม้และฝุ่นละอองกระจายไปทั่ว เหล่านักข่าวเริ่มกรีดร้องด้วยความตื่นตระหนกเมื่อเห็นร่างโปร่งแสงนับร้อยปรากฏขึ้นรายล้อมบริเวณงาน ทุกร่างล้วนเป็นเหยื่อที่อาจารย์คงเคยทำพิธีสังหาร พวกเขากำลังจ้องมองมายังฆาตกรผู้พรากวิญญาณพวกเขาไป
หมวดก้องเบิกตากว้าง เขาไม่ใช่นักวิทยาศาสตร์ที่ปฏิเสธโลกวิญญาณอีกต่อไป เมื่อมือที่เขากำลังจับกุมอาจารย์คงอยู่นั้น เริ่มเปลี่ยนเป็นไอสีดำและเลือนหายไปต่อหน้าต่อตา!
“เขาไม่ได้อยู่ในนี้แล้ว...” หมวดก้องตะโกนขึ้น ท่ามกลางลมพายุที่บ้าคลั่ง “ริน! เขาไม่ได้อยู่ในร่างนี้!”
รินมองไปที่ร่างของอาจารย์คงที่ค่อยๆ สลายตัวกลายเป็นฝุ่นผงไป แต่ก่อนที่มันจะหายไปจนหมดสิ้น ร่างนั้นหันมามองรินเป็นครั้งสุดท้าย... ไม่ใช่ใบหน้าของอาจารย์คง แต่เป็นใบหน้าของรินเองในตอนที่โตขึ้นอีกสิบปี!
“ยินดีต้อนรับสู่ตอนจบที่แท้จริง” ร่างนั้นพูดก่อนจะระเบิดออกเป็นควันสีเลือด
รินทรุดลงกับพื้นเมื่อกระแสพลังงานมหาศาลตีกลับเข้าสู่ร่างกาย เขารู้สึกถึงความทรงจำที่ไม่ได้เป็นของเขาไหลทะลักเข้ามาในหัว ความทรงจำที่เห็นหมวดก้องนอนจมกองเลือด และตัวเขาที่กำลังถือมีดอาคมเล่มเดิมยืนมองร่างนั้นด้วยแววตาที่ว่างเปล่า
มือของรินสั่นเทาขณะหยิบภาพถ่ายใบเก่าออกมาอีกครั้ง คราวนี้สิ่งที่เขาเห็นในภาพเปลี่ยนไป ชายในชุดเครื่องแบบยุคเก่าไม่ได้ยิ้มให้เขาอีกต่อไป แต่ชายคนนั้นกำลังใช้มือ... บีบคอ ‘ตัวรินเอง’ ในภาพถ่ายจนเลือดไหลซึมออกมาจากขอบกระดาษ!
นี่ไม่ใช่คดีฆาตกรรมที่ถูกไขกระจ่าง แต่มันคือคำสาปที่ถูกเขียนขึ้นเพื่อรอเวลาให้ผู้ทำผิดซ้ำรอยเดิม... และดูเหมือนว่ารินกำลังจะกลายเป็นคนต่อไปที่ต้องลงมือฆ่าคนสำคัญที่สุดในชีวิตตัวเอง
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปกับผมจนถึงโค้งสุดท้ายนี้นะครับ
รอยอาฆาตใต้เงาธูป: บันทึกคดีวิญญาณอาถรรพ์•ตอนที่ 23
รุ่งอรุณหลังพายุ
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยอาฆาตใต้เงาธูป: บันทึกคดีวิญญาณอาถรรพ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!