"ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ... น้องชาย"
คำพูดที่ฟังดูอบอุ่นทว่าแฝงด้วยความเย็นเยือกจากขุมนรกดังขึ้นจากปากของอาจารย์คง เสียงนั้นแปรเปลี่ยนไปเป็นเสียงของพี่สาวที่ตายจากไปเมื่อสิบปีก่อน รินยืนนิ่งอยู่กลางวงล้อมของสายสิญจน์อาบเลือดที่ขดตัวราวกับงูพิษ รอบตัวเขาคือสุสานโบราณที่สั่นสะเทือนด้วยแรงกดดันมหาศาลจากอาคมชั้นต่ำที่ถูกเร่งเร้าจนถึงขีดสุด
รินไม่ตอบโต้ด้วยวาจา เขาเพียงแต่มองผ่านร่างจำแลงของพี่สาวไปสู่ความมืดมิดเบื้องหลัง ซึ่งร่างที่แท้จริงของอาจารย์คงกำลังนั่งสมาธิอยู่บนแท่นหินอัคนี ผิวหนังของชายชราผู้นี้แตกลายคล้ายดินแห้งกร้าน เลือดสีดำคล้ำไหลซึมออกมาจากรูขุมขนทั่วร่าง กลิ่นกำยานที่ควรจะหอมหวลกลับกลายเป็นกลิ่นสาบศพที่ชวนให้อาเจียน
"อย่าพยายามใช้ความทรงจำมาทำลายสมาธิข้าเลย" รินเอ่ยขึ้น เสียงของเขาเรียบสนิท แต่ในดวงตาคู่นั้นกลับมีประกายไฟแห่งความโกรธแค้นที่ถูกกักเก็บมานานนับทศวรรษ "สิบปีก่อนข้าอาจจะอ่อนแอจนปกป้องใครไม่ได้ แต่ในวันนี้... หนี้เลือดของพี่สาวข้า จะถูกชำระด้วยพลังของเจ้าเอง"
"โอหัง!" อาจารย์คงคำราม เสียงเปลี่ยนกลับเป็นเสียงแหบพร่าของชายแก่ มือที่เหี่ยวแห้งตวัดขึ้นกลางอากาศ ธูปในกระถางรอบด้านลุกพรึ่บขึ้นพร้อมกัน แสงไฟสีเขียวหม่นสาดส่องให้เห็นภูตพรายที่ถูกจองจำนับร้อยกำลังกรีดร้องอยู่ในวงล้อมนั้น
หมวดก้องที่ซ่อนตัวอยู่หลังเสาศิลาพยายามยกปืนขึ้น แต่แรงกดดันมหาศาลทำให้เขารู้สึกเหมือนมีหินหนักพันชั่งทับอยู่บนอก เขาได้แต่ตะโกนผ่านความโกลาหล "ริน! อย่าหลงกลมัน! กระสุนอาคมที่ฉันเตรียมมาพร้อมแล้ว บอกมาว่าต้องทำอย่างไร!"
รินไม่หันไปมองก้อง เขารู้ดีว่าหากตนเองหลุดจากสมาธิเพียงเสี้ยววินาที ทั้งเขาและก้องจะกลายเป็นเพียงวิญญาณเร่ร่อนในสุสานแห่งนี้ รินค่อยๆ หลับตาลง ลมหายใจเข้าออกของเขาประสานเข้ากับจังหวะการสั่นสะเทือนของผืนดิน
*ต้องทำลายจุดเชื่อมต่อ...* เขาบอกตัวเอง *ไม่ใช่ที่ตัวมัน แต่มันคือตราอาคมที่ฝังอยู่ในพื้นดินใต้ร่างมัน*
รินก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างช้าๆ ท่ามกลางเสียงกระซิบกระซาบของดวงวิญญาณที่พยายามฉุดรั้งขาของเขาไว้ เขาไม่ได้ใช้พลังอาคมเข้าปะทะโดยตรง แต่กลับเปิดดวงตาที่สามให้กว้างที่สุด เขามองเห็น "เส้นใยแห่งกรรม" ที่เชื่อมต่ออาจารย์คงเข้ากับเหล่านักโทษวิญญาณ เส้นใยเหล่านั้นสั่นไหวไปตามการโคจรของดวงดาวในยามค่ำคืน
"แกคิดจะทำอะไร!" อาจารย์คงสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ ร่างของเขาลอยขึ้นจากแท่นหิน ปากพ่นคาถาอาคมดุจห่าฝน ร่างวิญญาณสีดำสนิทพุ่งเข้ามารุมทึ้งริน แต่ชายหนุ่มเพียงแค่สะบัดมือเบาๆ พลังงานสีขาวนวลราวกับแสงจันทร์ก็กระจายตัวออกจากร่างของเขา ผลักดันเหล่าดวงวิญญาณร้ายให้กระเด็นออกไป
นี่ไม่ใช่พลังที่รินเคยมี... แต่มันคือพลังที่เขาได้รับการปลดปล่อยจากความเจ็บปวดในอดีต เมื่อเขายอมรับว่าความตายของพี่สาวไม่ใช่ความผิดของเขา แต่เป็นความโสมมของจอมขมังเวทผู้นี้ พลังที่ถูกผนึกไว้ในใจก็แตกออกดุจเขื่อนที่พังทลาย
"ถึงเวลาตื่นแล้ว" รินพึมพำ
เขาทุบฝ่ามือลงบนพื้นดินอย่างแรง คลื่นพลังสีขาวบริสุทธิ์แผ่ขยายออกไปเป็นวงกว้าง พื้นดินที่เคยเป็นอาณาเขตของไสยเวทสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ตราอาคมที่ฝังอยู่ใต้ดินเริ่มแตกร้าวออกเป็นเสี่ยงๆ อาจารย์คงกรีดร้องออกมาด้วยความทรมานเมื่อพันธนาการระหว่างเขากับดวงวิญญาณถูกตัดขาด ร่างที่เคยดูแข็งแกร่งกลับเหี่ยวแห้งลงอย่างรวดเร็ว กาลเวลาที่เขาโกงมานานนับสิบปีดูเหมือนจะย้อนกลับมาทวงคืนในเสี้ยววินาที
"ไม่... ไม่! ข้าคือจอมขมังเวทผู้ไร้พ่าย!" อาจารย์คงตะเกียกตะกายหนี แต่รินเดินเข้าไปหาด้วยท่าทางที่นิ่งสงบ
"เจ้าไม่ได้ไร้พ่ายหรอก คง..." รินก้มมองคู่ปรับเก่าที่แทบจะสิ้นลม "เจ้าแค่ไม่มีใครที่ต้องปกป้อง... นั่นคือจุดอ่อนที่ใหญ่ที่สุดของเจ้า"
ทันใดนั้นเอง ท้องฟ้าเหนือสุสานที่เคยปิดมืดสนิทก็เริ่มมีแสงดาวรำไรสาดส่องลงมา ราวกับว่าม่านหมอกแห่งความตายกำลังถูกปัดเป่าออกไป หมวดก้องรีบวิ่งเข้ามาหา "ริน! จบแล้วใช่ไหม? มันตายแล้วใช่ไหม?"
รินมองไปที่ร่างของอาจารย์คงที่กลายเป็นเถ้าถ่านสีเทา เขารู้สึกถึงความว่างเปล่าที่แล่นเข้ามาแทนที่ความโกรธแค้น ทว่า ในขณะที่เขากำลังจะถอนหายใจด้วยความโล่งอก สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นบางอย่างที่อยู่ใต้แท่นหินอัคนี
มันไม่ใช่กระดูก ไม่ใช่ยันต์... แต่เป็นสมุดบันทึกหนังมนุษย์เล่มเก่าที่เปื้อนคราบเลือด บนหน้าปกมีสัญลักษณ์ที่เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดี... สัญลักษณ์เดียวกับที่ถูกรอยสักไว้บนข้อมือของพี่สาวเขาก่อนที่เธอจะจากไป
รินหยิบสมุดเล่มนั้นขึ้นมา ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัส ความเย็นเยียบที่คุ้นเคยก็แล่นปราดเข้าสู่หัวใจ ราวกับว่าเจ้าของร่างที่แท้จริงของสมุดเล่มนี้กำลังสื่อสารบางอย่าง
"ก้อง... ถอยออกไป" รินเอ่ยเสียงสั่น
"ทำไม? มีอะไรเกิดขึ้นงั้นหรือ?" หมวดก้องถามด้วยความสงสัย
รินเปิดสมุดออกช้าๆ ลายมือที่เขียนอยู่ข้างในไม่ได้มีเพียงแค่อาจารย์คง แต่มันมีลายมือของบุคคลที่สาม... ลายมือที่รินจำได้แม่นยำที่สุด เพราะมันคือลายมือของพ่อเขาที่หายสาบสูญไปเมื่อสิบปีก่อน พร้อมกับคำบรรยายใต้ภาพถ่ายใบหนึ่งที่เพิ่งร่วงออกมาจากสมุด
ในรูปนั้นคือภาพถ่ายครอบครัวที่มีเขากับพี่สาวในวัยเด็ก ยืนอยู่ข้างชายคนหนึ่งที่รินไม่เคยรู้จักมาก่อน แต่ชายคนนั้นกลับหันมามองกล้องด้วยรอยยิ้มที่ทำให้รินต้องหยุดหายใจ... เพราะคนในภาพคือ "ก้อง" ในชุดเครื่องแบบยุคเก่าที่ดูเหมือนเป๊ะกับที่เขาใส่อยู่ในตอนนี้!
เข็มทิศมองวิญญาณขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านเงามืดมาด้วยกันจนถึงบรรทัดนี้นะครับ
รอยอาฆาตใต้เงาธูป: บันทึกคดีวิญญาณอาถรรพ์•ตอนที่ 22
แสงสุดท้ายที่ปลายอุโมงค์
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยอาฆาตใต้เงาธูป: บันทึกคดีวิญญาณอาถรรพ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!