"วางปืนลงเถอะครับหมวดก้อง... ต่อให้กระสุนเคลือบอาคมของท่านอาจารย์ก็ทำอะไรผมไม่ได้หรอก"
เสียงราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยอำนาจกดทับดังขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของศาลาไม้เก่าแก่ที่ตั้งอยู่กลางป่าช้าร้าง รินยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าชายชราที่นั่งขัดสมาธิอยู่บนอาสนะเก่าคร่ำคร่า กลิ่นธูปกำยานที่เผาไหม้จนฉุนกึกปะทะเข้ากับจมูกจนรินรู้สึกวิงเวียน แต่เขาก็ยังคงจ้องมองไปยังร่างของอาจารย์คงด้วยสายตาที่เย็นเยียบ
หมวดก้องที่ยืนอยู่ด้านหลังกำกระบอกปืนแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน เขาพยายามข่มความกลัวที่กำลังกัดกินหัวใจ เมื่อครู่เขาเพิ่งเห็นกับตาว่าวิญญาณอาฆาตที่เขาเพิ่งปลิดชีพด้วยกระสุนพิเศษกลับลุกขึ้นมาใหม่ราวกับเรื่องตลก
"มึงเป็นใครกันแน่ ริน" หมวดก้องถามเสียงสั่น แววตาของเขาเปลี่ยนไปจากความเชื่อมั่นในหลักฐานทางวิทยาศาสตร์กลายเป็นความหวาดระแวงขั้นสุด "มึงรู้เรื่องพวกนี้ดีเกินไป... หรือว่ามึงเองก็เป็นพวกเดียวกับมัน"
รินไม่ได้หันกลับไปตอบ แต่เขาสังเกตเห็นเงาสีดำที่ขยับเขยื้อนอยู่ใต้ฝ่าเท้าของอาจารย์คง เงานั้นไม่ใช่เงาของคน แต่มันดูเหมือนกลุ่มก้อนควันสีดำสนิทที่กำลังพยายามตะเกียกตะกายขึ้นมาเพื่อครอบงำผู้เป็นนาย
"ผมเป็นคนที่ต้องการยุติเรื่องนี้ครับหมวด" รินตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ก่อนจะหันมามองหมวดก้องด้วยสายตาที่สื่อความหมายลึกซึ้ง "และถ้าหากคืนนี้ผมไม่ได้กลับไป ผมอยากให้หมวดรู้ไว้ว่า หลักฐานที่ผมรวบรวมไว้ทั้งหมดอยู่ในเซฟที่บ้าน... แต่มันไม่ใช่เรื่องของคนตายหรอกครับ มันคือเรื่องของคนเป็นที่เลวร้ายยิ่งกว่าผีตนใด"
อาจารย์คงหัวเราะร่วน เสียงหัวเราะแหลมเล็กเหมือนนกเค้าแมวบาดลึกลงไปในโสตประสาท "ริน เอ๋ย... เจ้ายังยึดติดกับอดีตที่ช่วยพี่สาวเจ้าไม่ได้อยู่สินะ สิบปีที่ผ่านมาเจ้าพยายามสะสมวิชาอาคมเพื่อจะมาโค่นล้มข้า แต่เจ้าลืมไปหรือเปล่าว่าคนที่จะฆ่าข้าได้... ต้องไม่มีหัวใจให้หลงเหลืออยู่อีกต่อไป"
สิ้นคำพูดนั้น อาจารย์คงก็ดีดนิ้วเพียงเบาๆ พลันเปลวไฟจากเทียนเล่มหนึ่งที่วางอยู่หน้าแท่นบูชาก็ลุกโชนขึ้นเป็นสีน้ำเงินเข้ม เสียงกรีดร้องนับร้อยสายดังระงมขึ้นรอบทิศทาง มันไม่ใช่เสียงคน แต่เป็นเสียงของวิญญาณที่ถูกกักขังไว้ในเครื่องรางที่อาจารย์คงสร้างขึ้น
รินคว้ากริชเหล็กน้ำพี้ที่เหน็บไว้ข้างเอวออกมา มือของเขาสั่นเล็กน้อยไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะความแค้นที่สั่งสมมานับทศวรรษกำลังเดือดพล่านในกระแสเลือด
"ถ้าการไม่มีหัวใจคือเงื่อนไข... งั้นท่านก็เตรียมตัวไว้เลยครับ" รินก้าวเข้าไปข้างหน้า ความมืดรอบตัวเริ่มบิดเบี้ยว ร่างของรินดูเหมือนจะโปร่งแสงลงในสายตาของหมวดก้อง ดวงตาของเขาส่องประกายสีทองวาววับ สิ่งที่รินเห็นไม่ใช่เพียงศาลาไม้ แต่มันคือประตูมิติที่อาจารย์คงใช้ดึงวิญญาณจากปรโลกมาเป็นข้ารับใช้
หมวดก้องตัดสินใจลั่นไกปืนใส่ร่างอาจารย์คงทันที กระสุนเจาะเข้าที่หัวไหล่ของจอมขมังเวทจนเลือดสีดำไหลทะลักออกมา แต่อาจารย์คงกลับไม่สะทกสะท้าน เขายกมือขึ้นท่องคาถาพึมพำ ร่างของเขาลอยขึ้นจากพื้นช้าๆ ลอยอยู่เหนืออาสนะราวกับถูกดึงไว้ด้วยเส้นเชือกที่มองไม่เห็น
"ปืนของหมวดน่ะ ใช้กับคนบาปไม่ได้หรอก" อาจารย์คงเหยียดยิ้ม ร่างของเขาสั่นไหวเหมือนภาพในโทรทัศน์ที่สัญญาณไม่ดี "เพราะข้าไม่ใช่คน... ข้าเป็นเพียง 'ภาชนะ' ที่รอวันแตกสลาย"
ทันใดนั้นเอง ผนังไม้ของศาลาก็พังทลายลงพร้อมกับการปรากฏตัวของร่างเงาปริศนาที่หมวดก้องและรินไม่คาดคิด ร่างนั้นก้าวเข้ามาในแสงเทียนสีน้ำเงิน เผยให้เห็นใบหน้าที่ทำให้หัวใจของรินหยุดเต้นไปชั่วขณะ
ผู้หญิงคนนั้น... ผู้หญิงที่มีใบหน้าเหมือนพี่สาวของรินที่ตายไปเมื่อสิบปีก่อนทุกประการ กำลังเดินเข้ามาหาเขาพร้อมกับมือที่ถือมีดเล่มเดียวกับที่ใช้ปลิดชีพพี่สาวของเขาในคืนวันนั้น
"ริน... น้องรัก... ทำไมถึงทำแบบนี้ล่ะคะ" เสียงของเธอหวานหยดย้อย แต่แฝงไปด้วยความเย็นเยือกที่ทำเอาหมวดก้องต้องถอยหลังกรูด
รินยืนนิ่งดั่งถูกสาป เขารู้ดีว่านั่นไม่ใช่พี่สาวเขา แต่เป็นภาพลวงตาที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อทำลายจิตวิญญาณของเขาให้แตกสลาย แต่อารมณ์ที่เขากักเก็บไว้กลับพุ่งทะลุจุดเยือกแข็ง เขากำกริชแน่นจนมือขาวซีด
"นี่คือบททดสอบสุดท้ายสินะ" รินพึมพำกับตัวเอง เสียงนั้นเบาจนแทบไม่มีใครได้ยิน แต่กลับมีความหนักแน่นในแววตา
เขาก้าวผ่านภาพลวงตาของพี่สาวไปโดยไม่หันกลับไปมองแม้แต่น้อย แล้วพุ่งตัวเข้าหาอาจารย์คงด้วยความเร็วที่เหนือมนุษย์ กริชในมือแทงทะลุหัวใจของร่างชราท่ามกลางเสียงกรีดร้องโหยหวนของวิญญาณรอบทิศ แต่แทนที่อาจารย์คงจะล้มลง เขากลับเอื้อมมือมาจับข้อมือรินไว้แน่น แล้วกระซิบข้างหูเขาด้วยความสมเพช
"เจ้าพลาดแล้วริน... เพราะคนที่จะตายในคืนนี้ ไม่ใช่ข้า... แต่คือคนที่เจ้าเพิ่งส่งกระสุนไปช่วยเมื่อครู่"
รินเบิกตากว้างเมื่อได้ยินเช่นนั้น เขาหันกลับไปมองหมวดก้อง ทว่าหมวดก้องกลับล้มลงไปกองกับพื้น มือของหมวดก้องกุมที่หน้าอกและมีเลือดสีดำสนิทไหลทะลักออกมาจากแผลที่มองไม่เห็น... แผลที่เกิดจากอาคมที่ตีกลับมายังคนที่อยู่ใกล้ที่สุด
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านมิติลี้ลับมากับผมจนถึงตอนนี้ครับ
เข็มทิศมองวิญญาณ
รอยอาฆาตใต้เงาธูป: บันทึกคดีวิญญาณอาถรรพ์•ตอนที่ 37
บทที่ 37
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยอาฆาตใต้เงาธูป: บันทึกคดีวิญญาณอาถรรพ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!