"วางมีดลงเสียริน... การฆ่าคนบาปด้วยมือของตัวเอง ไม่ได้ทำให้วิญญาณพี่สาวของเจ้าไปสู่สุขคติหรอกนะ"
เสียงแหบพร่าดุจใบไม้แห้งกรีดผ่านความเงียบงันภายในห้องโถงไม้สักเก่าแก่ กลิ่นธูปหอมฉุนกึกผสมปนเปกับกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้ง รินยืนนิ่งอยู่กลางห้อง แววตาของเขาไม่ได้สั่นไหวตามคำยั่วยุ มือที่กำมีดอาคมสั่นระริกไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะความแค้นที่สั่งสมมานานนับทศวรรษกำลังเดือดพล่านอยู่ภายใต้ผิวหนัง
หมวดก้องที่อยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว ยกปืนเล็งไปที่ร่างของอาจารย์คงอย่างมั่นคง แม้เหงื่อจะไหลซึมตามไรผมจนเปียกชุ่ม "วางอาคมนั่นลงซะ อาจารย์คง! คุณไม่มีทางหนีรอดไปได้ หลักฐานทั้งหมดอยู่ในมือผมแล้ว ทั้งพินัยกรรมเลือดและรายชื่อเหยื่อในตารางพิธีกรรมนั่น"
อาจารย์คงหัวเราะร่วน เสียงหัวเราะแหลมสูงบาดหู ชายชราในชุดมัดย้อมสีหม่นกวาดสายตาผ่านรินไปมองสิ่งที่ว่างเปล่าเบื้องหลังหมวดก้อง "หลักฐาน? นายตำรวจผู้ยึดติดกับตัวเลขและกฎหมาย เจ้ามองเห็นสิ่งที่อยู่ข้างหลังเจ้าไหมก้อง? วิญญาณที่เจ้าพามาด้วย... รอยอาฆาตที่เกาะกินหลังของเจ้า จนเจ้าไม่รู้ตัวว่าความตายกำลังหายใจรดต้นคอ"
หมวดก้องชะงัก สายตาไหววูบไปชั่วขณะ เพียงเสี้ยววินาทีที่ความลังเลก่อตัวขึ้น รินก็สัมผัสได้ถึงไอเย็นเยียบที่แผ่ซ่านออกมาจากมุมห้อง เงาดำทะมึนเริ่มก่อตัวขึ้นเป็นรูปร่างของหญิงสาวที่เขารักและโหยหาที่สุด แต่ทว่า ดวงตาของร่างนั้นกลับกลวงโบ๋และมีหยดเลือดสีดำไหลออกมาไม่หยุด
"ริน... อย่าฟังมัน" หมวดก้องพยายามรวบรวมสติ แม้จะมองไม่เห็นสิ่งที่รินเห็น แต่สัญชาตญาณของนักสืบผ่านร้อนผ่านหนาวบอกเขาว่า บรรยากาศรอบตัวกำลังบิดเบี้ยว "อย่าให้มันใช้ปมในใจเรามาควบคุมสถานการณ์"
รินไม่ตอบโต้ เขาก้าวเดินช้าๆ ตรงไปหาอาจารย์คง พื้นไม้ลั่นเอี๊ยดอ๊าดราวกับเสียงกระดูกแตกหัก ในหัวของเขามีเพียงภาพความทรงจำเมื่อสิบปีก่อน วันที่พี่สาวของเขาถูกลากไปสังเวยในพิธีปิดกั้นดวงชะตา เพื่อให้อาจารย์คงก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของวิชาสายดำ
"สิบปีที่ผมรอคอย..." รินเอ่ยเสียงเรียบ แต่แฝงด้วยกระแสสังหารที่ชัดเจน "ไม่ใช่เพื่อมาฟังคำแก้ตัวของเดรัจฉานในคราบนักบุญ แต่เพื่อส่งท่านกลับไปรับโทษในที่ที่ท่านควรอยู่... ไม่ใช่ในนรกภูมิ แต่เป็นในเศษเสี้ยวของวิชาที่ท่านหลงใหลจนลืมความเป็นคน"
อาจารย์คงหยิบยันต์สีเลือดออกมาจากอกเสื้อ ท่องบ่นคาถาเบาๆ อากาศรอบตัวรินเริ่มกดทับราวกับมีกำแพงที่มองไม่เห็นกระแทกเข้าใส่จนเขากระอักเลือดออกมาเป็นลิ่มสีเข้ม แต่รินยังคงก้าวต่อไป ฝืนร่างกายที่ถูกกดทับด้วยแรงอาคมมหาศาล
"อาจารย์คง! พอได้แล้ว!" หมวดก้องตะโกนลั่นพร้อมลั่นไกปืน
ปัง!
กระสุนเจาะเข้าที่ไหล่ของจอมขมังเวทจนร่างซวนเซ แต่ทว่า แทนที่จะเป็นเลือดสดๆ ที่ไหลออกมา กลับมีกลุ่มควันสีดำพวยพุ่งออกมาจากแผลนั้น อาจารย์คงฝืนยิ้มที่มุมปาก มือที่สั่นเทาหยิบเศษกระดูกชิ้นเล็กออกมาจากคอเสื้อ แล้วขว้างมันลงบนพื้นไม้
ฉับพลัน! เงาดำมหาศาลจากมุมห้องพุ่งเข้ามารัดพันร่างของหมวดก้องจนล้มลงกับพื้น เขาพยายามขัดขืนแต่กลับเหมือนถูกมือที่มองไม่เห็นนับสิบข้างกดทับไว้
"เจ้าเห็นไหมริน?" อาจารย์คงแสยะยิ้ม ทั้งที่ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด "วิญญาณที่เจ้าพยายามช่วย... สุดท้ายก็กลายเป็นเพียงเบี้ยตัวหนึ่งในเกมของข้า เจ้าทำอะไรไม่ได้เลย ทั้งเมื่อสิบปีก่อน และตอนนี้!"
รินชะงัก ฝ่ามือที่กำมีดอาคมเริ่มมีรอยไหม้เกรียมเป็นรูปอักขระโบราณ ความเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั่วร่าง แต่ดวงตาของเขากลับนิ่งสนิท ดุจผิวน้ำที่ไร้กระแสลม รินหลับตาลงครู่หนึ่ง ก่อนจะลืมตาขึ้นอีกครั้ง ประกายตาที่เคยว่างเปล่ากลับเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ
เขาสูดหายใจเข้าลึก ประสานมือเป็นมุทราตามที่เขาเคยศึกษาจากตำราต้องห้ามเล่มสุดท้ายของตระกูล "ท่านคิดว่าท่านคุมเกมได้งั้นหรืออาจารย์คง... ท่านลืมไปแล้วหรือว่า วิชาที่ท่านใช้ มันมาจากไหน"
รินสะบัดมือออก แสงสีขาวนวลสว่างวาบขึ้นกลางห้อง ขับไล่ความมืดมิดและกลิ่นเหม็นเน่าให้หายไปชั่วขณะ อาจารย์คงเบิกตากว้างด้วยความตื่นตะลึงเมื่อเห็นรินไม่ได้เล็งมีดไปที่เขา แต่เล็งไปที่รอยสักอักขระบนข้อมือของตัวเอง แล้วปาดมันลงบนพื้นไม้ที่อาบด้วยอาคม
"การสังเวยไม่ได้มีไว้เพื่อชุบชีวิต" รินกล่าวเสียงเย็น "แต่มีไว้เพื่อ... ปิดผนึก"
ทว่า ก่อนที่คมมีดจะแตะลงบนพื้น เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากความมืดด้านหลังของริน เสียงที่ทำให้หัวใจของเขาหยุดเต้นไปชั่วขณะ
"น้องรัก... อย่าทำเลย"
รินแข็งทื่อ มือที่กำลังจะลงอาคมหยุดค้าง ร่างของหญิงสาวที่เขาเฝ้าตามหามาตลอดสิบปี ค่อยๆ ก้าวออกมาจากเงาดำ ดวงตาของเธอไม่ได้โกรธแค้น ไม่ได้กลวงโบ๋ แต่มันกลับเต็มไปด้วยความเศร้าสร้อยอย่างที่สุด มือเรียวบางเอื้อมมาแตะที่ไหล่ของริน
"พี่... พี่เหรอ?" รินเสียงสั่นเครือ
หญิงสาวไม่ได้ตอบ แต่เธอกลับยื่นมือไปหยิบมีดอาคมจากมือของริน ก่อนจะหันไปทางอาจารย์คงด้วยรอยยิ้มที่แปลกประหลาด รอยยิ้มที่ทำให้หมวดก้องที่นอนหายใจรวยรินอยู่บนพื้นถึงกับต้องร้องเตือนออกมาด้วยความตระหนก
"ริน! ถอยออกมา! นั่นไม่ใช่พี่สาวนาย... มันคือร่างจำแลงของวิญญาณที่อาจารย์คงเลี้ยงไว้!"
แต่ดูเหมือนจะสายเกินไป หญิงสาวคนนั้นปักมีดอาคมลงบนจุดตายของรินอย่างเลือดเย็น ท่ามกลางเสียงหัวเราะก้องกังวานของอาจารย์คงที่ดังขึ้นราวกับชัยชนะครั้งสุดท้ายกำลังจะมาถึง รินทรุดฮวบลงกับพื้น เลือดสีแดงฉานเริ่มเปรอะเปื้อนพื้นไม้ พร้อมกับสติที่ค่อยๆ เลือนหายไปในความมืดมิดที่เข้าโอบล้อม
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านมิติลี้ลับมากับผมจนถึงตอนนี้ครับ
เข็มทิศมองวิญญาณ
รอยอาฆาตใต้เงาธูป: บันทึกคดีวิญญาณอาถรรพ์•ตอนที่ 38
บทที่ 38
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยอาฆาตใต้เงาธูป: บันทึกคดีวิญญาณอาถรรพ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!