“วางมีดลงเสีย อาจารย์คง... ของที่ท่านถืออยู่ในมือมันไม่ได้มีไว้เพื่อชุบชีวิตใคร แต่มันกำลังกัดกินวิญญาณของท่านเอง”
เสียงของรินดังแทรกความเงียบงันภายในวิหารร้างกลางป่าลึก แสงจันทร์เสี้ยวที่ลอดผ่านรอยแตกของหลังคาสาดกระทบลงบนใบหน้าซีกหนึ่งของชายชราผู้เปี่ยมไปด้วยอาคม จิตสังหารที่แผ่ออกมาจากตัวอาจารย์คงนั้นรุนแรงจนอากาศรอบข้างดูจะหนักอึ้งราวกับถูกกดทับด้วยมวลน้ำมหาศาล
หมวดก้องในชุดนอกเครื่องแบบที่มอมแมมจากการตะลุยป่า ขยับปืนในมือแน่น นิ้วชี้พาดผ่านไกปืนอย่างระมัดระวัง สายตาของเขาไม่ได้จ้องไปที่คนตรงหน้าเพียงอย่างเดียว แต่เขากำลังมอง ‘เงาสีดำ’ ที่บิดเบี้ยวซึ่งกำลังเกาะเกี่ยวอยู่บนไหล่ของอาจารย์คง—วิญญาณร้ายที่ถูกพันธนาการด้วยอาคมนับสิบปี กำลังแผ่ไอเย็นเยียบออกมาจนลมหายใจของเขากลายเป็นไอสีขาว
“ริน... นายคิดว่าคนอย่างข้าจะกลัวคำขู่ของไอ้เด็กที่มองเห็นผีอย่างนายงั้นรึ?” อาจารย์คงแค่นหัวเราะ เสียงแหบพร่าดุจเสียงกระดาษทรายขัดไม้ “สิบปีก่อนข้าพรากพี่สาวนายไปได้ แล้วนับประสาอะไรกับวันนี้ ข้าจะส่งนายไปอยู่เป็นเพื่อนหล่อนในปรโลก”
“พี่สาวผมไม่ได้ไปไหน เธอเฝ้ามองท่านอยู่เสมอ” รินก้าวเท้าออกไปข้างหน้าทีละก้าวอย่างมั่นคง ในดวงตาของเขามีประกายบางอย่างที่มากกว่าความกลัว มันคือความมุ่งมั่นที่จะปิดฉากวังวนแห่งกรรมนี้ลงเสียที “ท่านคิดว่าการทำพิธี ‘ดึงวิญญาณ’ จะทำให้ท่านเป็นอมตะ แต่ท่านลืมไปอย่างหนึ่ง... วิญญาณที่ท่านกักขังไว้ ไม่ใช่ทาส แต่มันคือโซ่ตรวนที่กำลังรอคอยเวลาที่จะรัดคอผู้เป็นนาย”
หมวดก้องขยับตัวเข้ามาใกล้ริน กระซิบด้วยน้ำเสียงต่ำ “ริน อย่าประมาท มันไม่ได้มาคนเดียว รอบตัวมัน... มีวิญญาณตามมาอีกนับสิบ”
“ผมรู้ครับหมวด” รินตอบโดยไม่ละสายตาจากอาจารย์คง “คอยระวังข้างหลังให้ผมก็พอ วันนี้เราต้องจบมันที่นี่”
อาจารย์คงไม่รอช้า ท่านตวัดกริชลงบนฝ่ามือเลือดสีแดงฉานไหลทะลักลงสู่แท่นพิธีที่ทำจากไม้ตะเคียนโบราณ ทันใดนั้น เงาดำรอบกายก็พุ่งกรูออกมาจากมุมมืดของวิหาร เสียงหวีดหวิวของวิญญาณนับร้อยพุ่งเข้าใส่รินและหมวดก้องราวกับพายุคลั่ง บรรยากาศภายในวิหารเริ่มบิดเบี้ยว รินหลับตาลงรวบรวมสมาธิ ท่องคาถาที่พี่สาวเคยสอนไว้ในความฝันเมื่อหลายคืนก่อน
หมวดก้องเปิดฉากยิง แต่กระสุนกลับทะลุผ่านร่างวิญญาณเหล่านั้นไปอย่างไร้ผล เขาจำต้องคว้าเครื่องรางที่เตรียมมาในกระเป๋าเสื้อขึ้นมาเผาไฟ กลิ่นกำยานที่รุนแรงตลบอบอวลไปทั่วพื้นที่เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของสิ่งที่มองไม่เห็น
“แกหยุดมันไม่ได้!” อาจารย์คงคำราม มือที่ถือกริชสั่นเทา ท่านกำลังฝืนใช้พลังที่เกินขีดจำกัดของมนุษย์ “เลือดของข้าจะเป็นใบเบิกทางสู่อำนาจที่เหนือกว่าความตาย!”
“ท่านเข้าใจผิดไปหมดแล้ว อาจารย์คง” รินลืมตาขึ้น ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท สะท้อนภาพของวิญญาณนับร้อยที่กำลังรุมทึ้งตัวอาจารย์คงเอง “นี่ไม่ใช่การทำพิธีเพื่อรับอำนาจ แต่มันคือพิธีส่งคืนกรรม... สิ่งที่ท่านทำไว้กับใคร วันนี้มันจะกลับไปหาท่านเอง”
ทันใดนั้น บรรยากาศที่บีบคั้นก็หยุดชะงักลง วิญญาณที่เคยพุ่งเข้าหาทั้งคู่กลับหันหลังกลับ แล้วพุ่งเข้าหาอาจารย์คงแทน เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดดังลั่นไปทั่วบริเวณ ร่างของอาจารย์คงเริ่มสั่นสะเทือน เลือดจากฝ่ามือที่เคยเป็นอาวุธกลับไหลย้อนกลับเข้าไปในร่างราวกับถูกดูดกลืน
“ไม่... ไม่! ข้าคือนายของพวกเจ้า!” อาจารย์คงตะโกนสุดเสียง แต่ไม่มีใครฟังเขาอีกต่อไป ร่างของท่านค่อยๆ ทรุดลงกับพื้น ดินที่เคยแข็งกลับกลายเป็นหลุมลึกที่ดูดกลืนร่างของท่านลงไปทีละน้อย
หมวดก้องมองภาพนั้นด้วยความตกตะลึง ก่อนจะหันมามองรินที่ยืนนิ่งสงบ ทว่าในจังหวะนั้นเอง รินกลับทรุดเข่าลงกับพื้น เลือดกำเดาไหลออกมาจากจมูกของเขา ความเหนื่อยล้าที่สะสมมานานนับสิบปีดูจะประดังเข้ามาในคราวเดียว
“ริน! นายเป็นอะไรไป!” หมวดก้องรีบเข้าไปประคอง แต่สายตาของเขากลับเหลือบไปเห็นสิ่งที่โผล่ออกมาจากเงามืดด้านหลังของริน—ไม่ใช่เงาธรรมดา แต่มันคือร่างของหญิงสาวในชุดไทยโบราณที่รินเฝ้าตามหามาตลอดสิบปี เธอไม่ได้อยู่ในสภาพที่น่ากลัว แต่เธอกำลังยื่นมือมาสัมผัสที่หัวไหล่ของรินด้วยแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความรักและความเศร้า
“ขอบคุณนะ... น้องชายของฉัน” เสียงนั้นแว่วมาในอากาศราวกับกระซิบ ไม่ใช่เสียงที่หูจะได้ยิน แต่เป็นเสียงที่ดังก้องอยู่ในใจของหมวดก้อง
รินเงยหน้าขึ้นมองสิ่งที่เขาเห็น รอยยิ้มบางๆ ปรากฏบนใบหน้าก่อนที่เขาจะหมดสติไป แต่ก่อนที่สติจะดับวูบ รินกลับเห็นบางอย่างที่ทำให้หัวใจของเขาหยุดเต้น... ร่างของพี่สาวไม่ได้หายไป แต่เธอกำลังชี้มือไปยังเงาดำที่ยืนตระหง่านอยู่หลังหมวดก้อง—เป็นเงาของผู้ชายอีกคนที่ไม่ใช่อาจารย์คง แต่เป็นชายที่ดูเหมือนหมวดก้องไม่มีผิดเพี้ยน ทั้งท่าทางและการแต่งกาย
หมวดก้องที่กำลังพยุงร่างรินอยู่นั้น ค่อยๆ หันไปมองตามสายตาของรินที่เริ่มพร่ามัว แต่เมื่อเขาหันกลับมา... รอยยิ้มของเขาก็เปลี่ยนไป กลายเป็นรอยยิ้มที่เหี้ยมเกรียมและไม่เหมือนที่เขาเคยรู้จัก
“งานที่นี่จบแล้วริน... แต่เกมของฉัน เพิ่งจะเริ่มขึ้นต่างหาก”
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านมิติลี้ลับมากับผมจนถึงตอนนี้นะครับ
เข็มทิศมองวิญญาณ
รอยอาฆาตใต้เงาธูป: บันทึกคดีวิญญาณอาถรรพ์•ตอนที่ 39
บทที่ 39
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยอาฆาตใต้เงาธูป: บันทึกคดีวิญญาณอาถรรพ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!