รอยอาฆาตใต้เงาธูป: บันทึกคดีวิญญาณอาถรรพ์•ตอนที่ 10

รอยร้าวของความจริง

ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
“มึงดูนี่สิริน... ถ้าสิ่งที่กูพบในฐานข้อมูลลับของกรมฯ เป็นเรื่องจริง เราอาจไม่ได้กำลังสู้กับแค่จอมขมังเวทคนหนึ่ง แต่มึงกำลังสู้กับโครงสร้างอำนาจที่ฝังรากลึกในดินแดนนี้มานานนับสิบปี” หมวดก้องกระแทกแฟ้มเอกสารเก่าคร่ำคร่าลงบนโต๊ะทำงานไม้เนื้อแข็งจนฝุ่นฟุ้งกระจาย เสียงของเขาแหบพร่าและสั่นเครือ แสงไฟนีออนเหนือหัวกะพริบถี่เป็นจังหวะ ราวกับมันรับรู้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่กำลังก่อตัวในห้องทำงานเล็กๆ แห่งนี้ รินวางถ้วยกาแฟเย็นชืดลงช้าๆ นัยน์ตาที่มักจะเรียบเฉยเหมือนผิวน้ำที่ไร้กระแสลม กลับไหววูบเมื่อเห็นชื่อบุคคลในรายชื่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในคดีฆาตกรรมพิธีกรรมเมื่อ 10 ปีก่อน—ชื่อที่สลักหราอยู่บนหัวกระดาษตราครุฑนั้น ไม่ใช่ชื่อของอาจารย์คง แต่มันคือชื่อของรองผู้บัญชาการตำรวจระดับสูงที่ใครต่อใครต่างยกย่องว่าเป็นมือสะอาดแห่งแผ่นดิน “นายพลธนาธร...” รินเอ่ยชื่อนั้นออกมาแผ่วเบา น้ำเสียงของเขาราบเรียบ หากแต่ในความเงียบนั้น หมวดก้องกลับสัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างของชายหนุ่มตรงหน้า “เขานั่งอยู่ในตำแหน่งที่สั่งตายใครก็ได้ในประเทศนี้ริน” หมวดก้องทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้พลางนวดขมับ “กูไล่เรียงเส้นทางการเงินจากกลุ่มลัทธิของอาจารย์คง มันวนกลับมาที่บัญชีลับของคนใกล้ชิดนายพลธนาธรทุกครั้ง พิธีกรรมที่มึงเห็นในอดีต... การตายของพี่สาวมึง... มันไม่ใช่แค่ความเชื่อไสยศาสตร์บ้าบอ แต่มันคือการ ‘ต่ออายุ’ และ ‘เสริมบารมี’ ให้กับคนที่มีอำนาจมหาศาลพวกนั้น” รินไม่ตอบทันที เขาหลับตาลง ภาพของพี่สาวที่นอนแน่นิ่งท่ามกลางกองเลือดและควันธูปสีหม่นในคืนนั้นหวนกลับมาอีกครั้ง แต่มันไม่ได้มาในรูปแบบของความเศร้าโศก มันมาพร้อมกับ 'เงา' ของคนบางคนในชุดเครื่องแบบที่เขาเคยเห็นเพียงแวบเดียวผ่านรอยแยกของประตูไม้ “ก้อง... นายเคยสงสัยไหมว่าทำไมคดีของพี่สาวผมถึงถูกปิดลงอย่างรวดเร็ว ทั้งที่หลักฐานแวดล้อมชัดเจนขนาดนั้น?” หมวดก้องชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้ายอมรับ “เพราะอำนาจมืดไงล่ะ ตอนนั้นกูยังเป็นแค่จ่าเด็กๆ ที่พยายามจะขุดคุ้ย แต่พอแตะไปถึงคนระดับนั้น คำสั่งย้ายก็มาถึงตัวกูทันที” “ไม่ใช่แค่คำสั่งย้ายหรอกก้อง” รินลืมตาขึ้น นัยน์ตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีเทาหม่นดุจก้อนเมฆก่อนพายุจะเข้า “ในห้องนี้ไม่ได้มีแค่เราสองคน... มีคนหนึ่งกำลังยืนดูเราอยู่ข้างหลังนาย และเขาก็ไม่อยากให้เราพูดชื่อนั้นออกมาซ้ำอีก” หมวดก้องขนลุกชันไปทั้งตัว เขาค่อยๆ หันขวับไปมองด้านหลัง ห้องทำงานที่ควรจะว่างเปล่ากลับดูเหมือนจะมีแรงกดดันบางอย่างพุ่งเข้าปะทะ อุณหภูมิในห้องลดต่ำลงจนลมหายใจกลายเป็นไอ “มึงพูดเรื่องอะไรของมึงริน!” “คนคนนั้น... เขาไม่ได้ตายไปพร้อมกับคดีนั้น” รินลุกขึ้นยืน ก้าวเดินอย่างเชื่องช้าไปหยุดอยู่ที่มุมมืดของห้อง “เขายังคงวนเวียนอยู่ภายใต้เงาของนายพลคนนั้นในฐานะ ‘วิญญาณรับใช้’ ที่ถูกจองจำด้วยอาคมของอาจารย์คง” รินยื่นมือออกไปในอากาศว่างเปล่า นิ้วเรียวยาวของเขาขยับคล้ายกำลังสัมผัสกับสายใยที่มองไม่เห็น ทันใดนั้น กระจกหน้าต่างห้องทำงานก็ร้าวรานออกเป็นเส้นสายราวกับใยแมงมุม เสียงกรีดร้องแหลมเล็กบาดลึกเข้าไปในโสตประสาทของทั้งคู่ “เรากำลังถูกจับตามอง” รินกล่าวเสียงเรียบ “ไม่ใช่มนุษย์ที่จับตาเรา แต่มันคือเงาอาถรรพ์ที่คอยรายงานความเคลื่อนไหวของกรมตำรวจตรงไปยังอาจารย์คง” หมวดก้องชักปืนประจำกายออกมาโดยสัญชาตญาณ แม้เขาจะรู้ดีว่าเหล็กกล้าไม่อาจทำอันตรายอะไรวิญญาณได้ แต่เขาก็ไม่อาจอยู่เฉยได้ “ถ้าอย่างนั้นเราก็ต้องเปิดโปงมันตอนนี้! หลักฐานพวกนี้ถ้าหลุดไปถึงสื่อ หรือถึงหน่วยงานตรวจสอบภายนอก...” “อย่าเพิ่งขยับ!” รินตวาดลั่น เสียงเคาะประตูจังหวะสม่ำเสมอสามครั้งดังขึ้นจากด้านนอก มันเป็นจังหวะที่ฟังดูประหลาด—หนักหน่วงและเยือกเย็นผิดธรรมชาติ หมวดก้องมองไปที่ประตูด้วยความระแวง ขณะที่รินขยับเข้าไปใกล้หมวดก้องแล้วกระซิบด้วยน้ำเสียงที่สั่นไหวเล็กน้อย “ไม่ใช่ตำรวจ และไม่ใช่คนของอาจารย์คง... แต่เป็นสิ่งที่ร้ายกาจยิ่งกว่านั้น” ประตูห้องทำงานถูกผลักออกช้าๆ ร่างในชุดเครื่องแบบเต็มยศเดินเข้ามาอย่างสง่าผ่าเผย ใบหน้าที่คุ้นเคยดีจากหน้าสื่อมวลชนทั่วประเทศปรากฏแก่สายตา นายพลธนาธร... เขายืนอยู่ตรงนั้น แววตาของเขาไม่ได้มีความโกรธเกรี้ยว แต่มันว่างเปล่าราวกับหลุมศพที่ไร้ก้นบึ้ง และที่สำคัญที่สุด... รินมองเห็นเงาดำทมิฬขนาดมหึมาที่แผ่พุ่งออกมาจากหลังของท่านนายพล เงาที่รูปร่างคล้ายกรงเล็บปีศาจซึ่งกำลังเอื้อมมาบีบคอของหมวดก้องจากด้านหลังอย่างช้าๆ “พวกคุณสองคนคงหาเอกสารเจอแล้วสินะ” นายพลเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าแฝงไปด้วยอำนาจที่ทำให้ห้องทั้งห้องสั่นสะเทือน “แต่น่าเสียดาย... ที่ความจริงมักมีราคาที่ต้องจ่ายเสมอ และราคาที่พวกคุณต้องจ่ายในวันนี้ ก็คือลมหายใจที่เหลืออยู่” รินกำหมัดแน่น ในขณะที่หมวดก้องพยายามจะขยับตัวแต่กลับพบว่าร่างกายของเขาเหมือนถูกตรึงไว้ด้วยโซ่ตรวนที่มองไม่เห็น นายพลธนาธรยกยิ้มมุมปาก ก่อนจะก้าวเดินเข้ามาใกล้จนรินได้กลิ่นเหม็นเน่าที่โชยออกมาจากร่างกายของชายผู้มีอำนาจล้นฟ้าคนนี้—กลิ่นของธูปไหม้ที่ผสมปนเปกับกลิ่นเนื้อที่กำลังเน่าเปื่อย นี่คือรอยร้าวของความจริงที่ฉีกกระชากชีวิตของพวกเขาให้ก้าวเข้าสู่ปากเหวแห่งความตายโดยไม่อาจหันหลังกลับได้อีกต่อไป... หวังว่าทุกท่านจะสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนของความจริงที่กำลังปะทะเข้ามาในตอนนี้นะครับ - เข็มทิศมองวิญญาณ
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยอาฆาตใต้เงาธูป: บันทึกคดีวิญญาณอาถรรพ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%