"หยุดเดี๋ยวนี้! นั่นไม่ใช่ผม... อย่ามองมัน!"
ผมตวาดลั่นพลางคว้าข้อมือหมวดก้องไว้แน่น แรงบีบที่มือของผมสั่นสะท้าน ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะความจริงที่อยู่ตรงหน้ามันบิดเบี้ยวจนเกินกว่าจะรับไหว ร่างที่ยืนอยู่เบื้องหน้า—ร่างที่มีใบหน้าเหมือนผมทุกกระเบียดนิ้ว—กำลังแย้มยิ้ม มุมปากที่ยกขึ้นสูงจนผิดธรรมชาติ มันเป็นยิ้มเดียวกับอาจารย์คง... ยิ้มที่อาบไปด้วยกลิ่นคาวเลือดและความตาย
หมวดก้องชะงักไปครู่หนึ่ง เขาสะบัดมือหลุดพลางถอยกรูดไปด้านหลัง มือขวาชักปืนพกคู่กายออกมาสั่นๆ นัยน์ตาของเขาเบิกกว้างเมื่อเห็น 'ผม' อีกคนหนึ่งก้าวเท้าเดินผ่านความมืดมิดของตรอกแคบๆ ออกมา ราวกับว่ากฎฟิสิกส์และมิติเวลาไม่มีความหมายใดๆ ต่อสิ่งนี้
"ริน... มึงบอกกูทีว่านี่คือฝาแฝดมึง หรือมึงไปทำอะไรไว้ที่ไหนมาวะ?" เสียงหมวดก้องแหบพร่า สติของเขากำลังจะหลุดลอยเมื่อเห็นเงาสีดำค่อยๆ ก่อตัวขึ้นรอบตัวร่างนั้น ราวกับมวลแมลงนับหมื่นที่ขยับเขยื้อนเป็นก้อนพลังงาน
ผมไม่ตอบ ความเย็นเยียบแล่นผ่านสันหลัง วินาทีที่นัยน์ตาสีเลือดของมันจ้องมองมา ผมสัมผัสได้ถึง 'รอยอาฆาต' ที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้น มันไม่ใช่แค่ภาพหลอน แต่มันคืออาคมขั้นสูงที่หยิบยืมใบหน้าของผมไปใช้เพื่อทำภารกิจที่เลวร้ายที่สุด
ทันใดนั้น เสียงกรีดร้องโหยหวนก็ดังสะท้อนก้องไปทั่วทั้งเมือง ราวกับเสียงระฆังแห่งความตายที่ถูกเคาะจากใจกลางมหานคร ผู้คนบนถนนใหญ่ต่างหยุดชะงัก ท้องฟ้าที่ควรจะเป็นยามค่ำคืนกลับถูกแต่งแต้มด้วยกลุ่มควันสีเขียวคล้ำที่พวยพุ่งขึ้นจากวัดร้างและสุสานเก่าทั่วทุกทิศ
"มันเริ่มแล้ว..." ผมพึมพำ "อาจารย์คงไม่ได้แค่ต้องการจะฆ่าเรา แต่มันกำลังจะทำพิธี 'เปลี่ยนถ่ายวิญญาณเมือง' มันจะทำให้คนทั้งเมืองกลายเป็นหุ่นเชิดของมัน!"
ร่างจำลองของผมหัวเราะเบาๆ เสียงของมันไม่ใช่เสียงผม แต่มันแหบพร่าเหมือนเสียงกระดาษทรายถูไปมาบนกระดูก "เจ้าช้าไปแล้ว ริน... สิ่งที่เจ้าเห็น คือจุดจบของความเมตตาที่เจ้าเคยมี"
ร่างนั้นหันหลังเดินหายเข้าไปในเงามืด ผมพยายามจะวิ่งตาม แต่ทันใดนั้นความเจ็บปวดมหาศาลก็แล่นพล่านเข้าที่หน้าอก เหมือนมีตะปูอาคมตอกลงไปในหัวใจ ผมล้มลงกับพื้น มือยันกับพื้นถนนที่เริ่มสั่นไหวรุนแรงราวกับแผ่นดินจะแยกออก
หมวดก้องรีบเข้ามาประคอง "ริน! มึงไหวไหม? นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้น! ทำไมไฟถนนทุกดวงถึงติดๆ ดับๆ... และไอ้พวกคนบนถนน... ดูนั่น!"
ผมเงยหน้ามองตามนิ้วของเขา บนถนนที่เคยพลุกพล่าน ผู้คนนับร้อยกำลังหยุดนิ่ง พวกเขาทุกคนยืนก้มหน้า มือประสานกันไว้ที่หน้าอกอย่างพร้อมเพรียง ในความเงียบสงัดนั้น มีเพียงเสียงพึมพำบทสวดที่ฟังไม่ได้ศัพท์ดังแว่วมาตามสายลม มันเป็นเสียงที่ซ้อนทับกันเป็นพันๆ เสียง จนกลายเป็นแรงสั่นสะเทือนที่บีบคั้นแก้วหู
"มันใช้พิธี 'สะกดเงา'" ผมกัดฟันพูด เลือดซึมออกมาจากมุมปาก "ใครก็ตามที่เห็นเงาของมันในคืนนี้ จะกลายเป็นบริวารของอาจารย์คง... ก้อง มึงต้องรีบหาทางหนีไปจากที่นี่ ถ้ามึงยังเห็นเงาตัวเองอยู่..."
"กูไม่ทิ้งมึง!" หมวดก้องตะโกนใส่หน้าผม ตาแดงก่ำด้วยความโกรธแค้นและหวาดกลัว "กูเป็นตำรวจ! กูมีหน้าที่จับไอ้พวกเดรัจฉานพวกนี้มาลงโทษ ไม่ว่ามันจะเป็นคนหรือเป็นผี! มึงบอกมา ว่าต้องทำยังไงถึงจะหยุดพิธีนี้ได้!"
ผมมองหน้าเพื่อนรัก ความมุ่งมั่นในแววตาของเขาทำให้ผมได้สติ สิ่งที่อยู่ตรงหน้าอาจจะเป็นกองทัพวิญญาณร้าย แต่อาจารย์คงก็ยังมีร่างเนื้อที่เป็นคน... และคนย่อมมีจุดอ่อน
"ไปที่หอระฆังเก่าหลังวัดดอน... นั่นคือจุดรวมพลังของอาคมทั้งหมด" ผมลุกขึ้นยืน แม้ร่างกายจะร้าวระบม "ถ้าเราทำลายแหล่งจ่ายพลังของมันได้ พิธีนี้จะพังทลายลง และคนพวกนี้จะหลุดพ้น"
เราทั้งคู่มุ่งหน้าสู่ใจกลางแห่งความมืด บรรยากาศรอบข้างเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง อาคารบ้านเรือนที่เคยคุ้นตาบัดนี้ดูเหมือนใบหน้าคนที่บิดเบี้ยวด้วยความทุกข์ทรมาน เงาตามกำแพงดูเหมือนจะมีชีวิตและพยายามจะเอื้อมมือมาดึงรั้งเราไว้
เมื่อไปถึงหอระฆัง ผมเห็นเงาร่างหนึ่งนั่งอยู่บนยอดสุด แสงจันทร์สลัวสะท้อนให้เห็นแผ่นหลังที่คุ้นเคย อาจารย์คงนั่งขัดสมาธิอยู่ท่ามกลางวงล้อมของเทียนนับร้อยที่จุดติดไฟสีเลือด ร่างนั้นหันมามองเรา รอยยิ้มที่เหมือนกับผมเปี๊ยบปรากฏขึ้นอีกครั้ง แต่นัยน์ตาคู่นั้นกลับไร้ซึ่งความเป็นมนุษย์
"มาได้ทันเวลาพอดี" อาจารย์คงเอ่ยขึ้น เสียงของเขาไม่ได้ออกมาจากปาก แต่ดังมาจากทุกทิศทาง "ริน... รู้ไหมว่าทำไมข้าถึงต้องใช้ใบหน้าของเจ้า?"
ผมชักมีดอาคมที่พกติดตัวออกมา "เพื่อความสะใจงั้นหรือ? หรือเพราะเจ้ามันคนขี้ขลาดที่ต้องแอบหลังคนอื่น?"
"เปล่าเลย..." อาจารย์คงลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ ร่างกายของเขาสั่นไหวเหมือนภาพในจอที่สัญญาณขาดหาย "ข้าใช้หน้าของเจ้า เพราะข้ารู้ว่า... ในที่สุดแล้ว ตัวเจ้าเองนั่นแหละที่จะเป็นคนลงมือฆ่าคนที่เจ้าปกป้องไว้มากที่สุดด้วยมือของเจ้าเอง"
ทันใดนั้น อาจารย์คงก็ดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว ร่างของหมวดก้องที่ยืนอยู่ข้างๆ ผมก็ชะงักกึก มือของเขาที่ถือปืนอยู่ค่อยๆ ยกขึ้นช้าๆ จ่อมาที่ขมับของตัวเองอย่างแข็งขืน
"หยุดนะ!" ผมตะโกนลั่นพุ่งตัวเข้าไป แต่เท้าผมกลับขยับไม่ได้ ราวกับถูกตรึงไว้กับพื้น
ดวงตาของหมวดก้องเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานเหมือนกับร่างจำลองของผม เขายิ้มออกมา—รอยยิ้มที่ชั่วร้ายที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็น—ก่อนที่นิ้วชี้ของเขาจะค่อยๆ กดลงบนไกปืนอย่างเชื่องช้า
"ในตอนที่เจ้าคิดจะช่วยคนทั้งเมือง..." เสียงอาจารย์คงกระซิบข้างหูผม "เจ้าลืมไปหรือเปล่า... ว่าคนที่เจ้าพามาด้วย คือเหยื่อรายแรกที่เจ้าเลือกมาสังเวยเอง?"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านเงามืดมาถึงจุดนี้ด้วยกันนะครับ
- เข็มทิศมองวิญญาณ -
รอยอาฆาตใต้เงาธูป: บันทึกคดีวิญญาณอาถรรพ์•ตอนที่ 13
มนต์ดำครอบงำเมือง
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยอาฆาตใต้เงาธูป: บันทึกคดีวิญญาณอาถรรพ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!