รอยอาฆาตใต้เงาธูป: บันทึกคดีวิญญาณอาถรรพ์•ตอนที่ 4

ในเขาวงกตของความตาย

ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
“ถ้านายยังก้าวขาเข้าไปมากกว่านี้ ผมรับรองได้เลยว่ากระสุนในปืนผมจะทำงานเร็วกว่าวิญญาณที่นายกำลังตามหาแน่ ริน” หมวดก้องกระซิบเสียงลอดไรฟัน มือหนากดไหล่ผมไว้แน่นจนรู้สึกถึงแรงบีบที่แฝงไปด้วยความกังวล ในขณะที่สายตาของเขากวาดมองไปรอบสลัมหลังสถานีรถไฟร้างแห่งนี้ กลิ่นเน่าเหม็นของขยะหมักหมมผสมกับกลิ่นธูปราคาถูกที่ฉุนกึกจนแสบจมูกคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ผมไม่ตอบโต้ แต่เบนสายตาจากชายตำรวจตรงหน้า ไปยังเงาดำตะคุ่มที่เคลื่อนไหวอยู่หลังกระท่อมไม้ผุพังเบื้องหน้า เงาเหล่านั้นไม่ได้เดินด้วยจังหวะของมนุษย์ แต่มันขยับเขยื้อนบิดเบี้ยวเหมือนหุ่นเชิดที่สายดึงเริ่มขาดสะบั้น “หมวดเคยเห็นคนที่ตายไปแล้ว พยายามหัดเดินไหมครับ?” ผมถามเสียงเรียบ ดวงตาของผมโฟกัสไปที่หญิงชราคนหนึ่งที่กำลังนั่งพึมพำกับกองเถ้าถ่านตรงหน้า หมวดก้องชะงัก นิ้วชี้ที่วางอยู่นอกไกปืนสั่นน้อยๆ “หยุดพูดเรื่องเพ้อเจ้อได้แล้ว นี่มันแค่แหล่งมั่วสุมยาเสพติด พวกเขาแค่เมายาจนเพี้ยน” “คนเมายาไม่มีทางเขียนยันต์อักขระขอมลงบนแผ่นหลังของศพที่เริ่มขึ้นอืดได้หรอกครับ” ผมสะบัดไหล่ให้หลุดจากการเกาะกุม ก่อนจะก้าวเท้าเข้าไปในความมืดมิดของตรอกแคบ เสียงฝีเท้าของผมดังแผ่วเบาเกินกว่าจะเป็นเสียงของมนุษย์ปกติ หมวดก้องสบถคำหยาบออกมาเบาๆ ก่อนจะรีบวิ่งตามมาติดๆ เขาหยิบไฟฉายกระบอกเล็กขึ้นมาส่องไปที่พื้น ดินโคลนแฉะๆ ตรงหน้ามีรอยเลือดลากเป็นทางยาวไปสู่ช่องระบายอากาศที่ถูกดัดแปลงเป็นทางเข้าชั้นใต้ดิน ที่นี่คือเขาวงกต... ไม่ใช่แค่โครงสร้างของสลัม แต่เป็นโครงสร้างของไสยเวท ทุกย่างก้าวที่ผมเดินผ่าน ผมสัมผัสได้ถึงแรงอาฆาตที่ถูกกักขังไว้เหมือนสัตว์ป่าในกรง “ริน... ดูนั่น” หมวดก้องชี้ไฟฉายไปยังผนังไม้ผุๆ มันไม่ใช่กราฟฟิตี้ทั่วไป แต่มันคือเส้นสายของเลือดที่เขียนทับซ้อนกันจนกลายเป็นรูปวงกลมล้อมด้วยตัวเลขอาถรรพ์ กลิ่นธูปที่นี่ไม่ได้มาจากไม้จันทน์หอม แต่มันมีกลิ่นคาวเลือดเจือจางอยู่ทุกอณู ร่างของหญิงชราที่ผมเห็นเมื่อครู่ หันหน้ากลับมามองเรา ใบหน้าของนางบิดเบี้ยวจนหนังตาทั้งสองข้างฉีกขาด แต่สิ่งที่น่าขนลุกกว่าคือดวงตาที่กลวงโบ๋ของนางกลับจ้องมองมาที่เราอย่างแม่นยำ “พวกมึง... มาสายไป” นางกระซิบ เสียงนั้นแหบพร่าเหมือนเสียงใบไม้แห้งถูกบดขยี้ หมวดก้องชักปืนขึ้นมาในระดับสายตา “เจ้าหน้าที่ตำรวจ! วางของในมือลงเดี๋ยวนี้!” หญิงชราไม่ได้ฟังเธอหัวเราะแหลมสูง ก่อนจะหยิบตุ๊กตาดินเผาที่มีรูปร่างคล้ายมนุษย์ขึ้นมาเสียบด้วยเข็มเล่มยาวเข้าที่หน้าอก “อาจารย์คงบอกว่า... ใครที่ก้าวเข้ามาในนี้ จะต้องกลายเป็นส่วนหนึ่งของบันทึกรอยอาฆาต” ทันใดนั้น แผ่นไม้ใต้ฝ่าเท้าของผมก็ยุบตัวลง เสียงไม้ลั่นดังสนั่นหวั่นไหว พื้นดินใต้สลัมที่ผมคิดว่าเป็นเพียงดินโคลนกลับกลายเป็นหลุมลึกที่ถูกขุดขึ้นมาเพื่อเป็นกับดักโดยเฉพาะ ผมพยายามคว้าขอบพื้นไว้ แต่เงาสีดำหลายสายพุ่งทะลุขึ้นมาจากพื้นดินเหมือนหนวดปลาหมึก มันพันธนาการข้อเท้าของผมไว้แน่น “ริน!” หมวดก้องพยายามคว้ามือผมไว้ แต่เขาก็ถูกเงาประหลาดเหล่านั้นเหวี่ยงกระเด็นไปกระแทกกับผนังจนหมดสติ ผมหล่นลงไปในความมืดมิด กระแทกเข้ากับพื้นปูนเย็นเฉียบด้านล่าง ที่นี่ไม่ใช่ห้องเก็บของ แต่มันคือ ‘ห้องพิธีกรรม’ ผนังห้องเรียงรายไปด้วยขวดโหลที่บรรจุสิ่งที่ดูเหมือนดวงตาและเส้นผมของมนุษย์ ตรงกลางห้องมีร่างของเด็กสาวคนหนึ่งถูกมัดไว้บนแท่นบูชาหินที่แกะสลักเป็นรูปอสรพิษ ผมกัดฟันกรอด พยายามยันตัวลุกขึ้น แต่แล้วเสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเชื่องช้าก็ดังมาจากมุมมืดของห้อง “เจ้าเด็กน้อยผู้มองเห็นความตาย... เจ้ามาถึงที่นี่ได้เร็วกว่าที่ข้าคิดไว้เสียอีกนะ” ร่างสูงโปร่งของชายวัยกลางคนในชุดผ้าไหมสีดำสนิทก้าวออกมาจากความมืด ใบหน้าของเขาคมคายและดูสุขุม แต่ดวงตาคู่นั้นกลับไร้ซึ่งแววของมนุษย์ อาจารย์คง... ศัตรูที่ผมตามหามาตลอดสิบปี เขายิ้ม ยิ้มที่ดูเย็นเยียบจนผมรู้สึกได้ว่าเลือดในกายกำลังแข็งตัว เขายกมือขึ้นช้าๆ แล้วเด็กสาวบนแท่นบูชาก็เริ่มกรีดร้องด้วยเสียงที่ฟังดูไม่ใช่เสียงของมนุษย์ รอยแผลเป็นที่ข้อมือของผมเริ่มสั่นสะท้าน ผมรู้ดีว่านี่คือกับดัก และผมเดินเข้ามาอยู่ในกำมือของเขาเรียบร้อยแล้ว “รู้ไหมริน... ที่ผ่านมาเจ้าไม่ได้กำลังตามหาความจริงหรอก” อาจารย์คงหยุดยืนตรงหน้าผม ห่างไปเพียงไม่กี่ก้าว “เจ้าแค่กำลังเดินตามรอยเท้าของพี่สาวเจ้า ลงมาในหลุมศพที่เจ้าขุดไว้ให้ตัวเองตั้งแต่วันที่เจ้าปล่อยมือจากนางเมื่อสิบปีก่อน” เขายื่นมือออกมา สัมผัสเบาๆ ที่ใบหน้าของผม ความร้อนจากนิ้วมือเขาราวกับเปลวไฟที่เผาผลาญศรัทธาของผมจนมอดไหม้ แล้วเขาก็ขยับริมฝีปากกระซิบประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของผมพังทลายลงในพริบตา “คนที่ฆ่านางในวันนั้น... ไม่ใช่ข้าหรอกนะ... แต่เป็นตัวเจ้าเองนั่นแหละ ที่เป็นคนลงมือ” ร่างของเด็กสาวบนแท่นบูชาหยุดกรีดร้อง นางค่อยๆ เงยหน้าขึ้นช้าๆ เผยให้เห็นใบหน้าที่ผมไม่มีวันลืม... ใบหน้าเดียวกับพี่สาวของผมเมื่อสิบปีก่อน ที่กำลังยิ้มเยาะเย้ยให้กับความพินาศของผมที่เพิ่งเริ่มต้น ขอให้ทุกท่านเตรียมใจรับมือกับความจริงที่โหดร้ายกว่าความตายในตอนถัดไป แล้วพบกันใหม่ครับ - เข็มทิศมองวิญญาณ
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยอาฆาตใต้เงาธูป: บันทึกคดีวิญญาณอาถรรพ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%