“อย่าไปแตะต้องเถ้าถ่านนั่น ริน... ผมเตือนคุณแล้วนะ” หมวดก้องขยับปืนที่เอวเบาๆ นัยน์ตาคมกริบของเขาสอดส่ายไปทั่วเมรุเผาศพร้างที่เงียบสงัดจนได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเอง
ผมไม่ตอบโต้ เพียงแค่ขยับนิ้วชี้ผ่านอากาศที่หนาวเย็นเยือกราวกับมีใครบางคนนำน้ำแข็งมาวางไว้เหนือผิวหนัง ความรู้สึกวูบไหวในกระดูกสันหลังบอกผมว่า 'เจ้าของร่าง' ในโกศทองเหลืองเก่านั่นไม่ได้จากไปไหนไกล เขาแค่รอ... รอใครสักคนที่ยอมฟังเสียงที่ไร้ถ้อยคำของคนตาย
“ถ้าเราไม่เริ่มจากตรงนี้ ก้อง... ความตายของเธอจะกลายเป็นเพียงตัวเลขในรายงานคดีปิดไม่ลงของกองบังคับการ” ผมกล่าวเสียงเรียบ พลางดึงถุงมือสีดำออกมาสวม “คุณเชื่อในพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ แต่ผมเชื่อในความเจ็บปวดที่ตกค้างอยู่ในเศษซาก... และผมจะเรียกมันออกมา”
ผมก้มลงนั่งขัดสมาธิบนพื้นปูนที่แตกร้าว กลิ่นธูปเก่าๆ ผสมกับกลิ่นอับชื้นของรากไม้โชยเข้าจมูก ผมหลับตาลง ไม่ใช่เพื่อหนีจากความจริง แต่เพื่อเปิดรับ 'อีกโลกหนึ่ง' ที่คนทั่วไปพยายามปิดตาเมินหน้า
ความเงียบเข้าครอบงำจนเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน
*‘ช่วย... ด้วย...’*
เสียงนั้นแหบพร่าและแหลมสูงจนแก้วหูสั่นสะเทือน มันไม่ได้ดังออกมาจากอากาศข้างนอก แต่มันแทรกซึมเข้ามาจากภายในกะโหลกศีรษะของผม ผมสูดหายใจลึก สัมผัสถึงไอเย็นจัดที่พุ่งปะทะร่างจนขนลุกชัน ในนิมิตที่ผมมองเห็นผ่านรอยร้าวของธรณีประตู... ผมเห็นหญิงสาวคนหนึ่ง ผิวพรรณของเธอขาวซีดดั่งกระดาษสา แต่มือของเธอกลับถูกมัดไว้ด้วยด้ายสายสิญจน์สีแดงฉานจนเลือดซึมออกมา
“บอกผม... ใครคือคนที่ทำกับคุณ” ผมกระซิบ ความเย็นเยียบแล่นผ่านปลายนิ้วที่แตะลงบนฝาโกศเบาๆ
บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไปทันที ลมพัดกรรโชกแรงจนฝุ่นเถ้าถ่านฟุ้งกระจายเหมือนวิญญาณกำลังกรีดร้อง หมวดก้องถอยหลังไปก้าวหนึ่ง มือขวาของเขากระชับด้ามปืนแน่นขึ้น แม้เขาจะไม่เห็นสิ่งที่ผมเห็น แต่สัญชาตญาณสัตว์ป่าของเขากำลังส่งสัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุด
*‘เขา... มีกลิ่น... กลิ่นของ... ควันไฟและน้ำมันว่าน...’* วิญญาณสาวคร่ำครวญ ภาพที่ปรากฏในมโนภาพของผมเริ่มชัดเจนขึ้น ชายคนหนึ่งที่สวมเสื้อคลุมสีเข้มทับชุดสูทแบบคนสมัยใหม่ แต่บนนิ้วมือของเขากลับมีแหวนหัวกระโหลกแปลกประหลาดที่ผมคุ้นตาดี... แหวนวงนั้นเป็นสัญลักษณ์ของสำนักจอมขมังเวทที่ผมพยายามตามหามาตลอดสิบปี!
“อาจารย์คง...” ผมพึมพำออกมาโดยไม่รู้ตัว
ทันใดนั้น แรงดึงมหาศาลก็กระชากร่างของผมจนเกือบหงายหลัง วิญญาณสาวหยุดนิ่ง ดวงตาที่เคยขุ่นมัวกลับกลายเป็นสีดำสนิทไร้แววตา เธอชี้มือมาที่หน้าอกของผม... ไม่ใช่ มือของเธอชี้ไปที่เหรียญตราโลหะที่ผมพกติดตัวไว้เสมอ เหรียญที่ผมเก็บได้ในคืนวันที่พี่สาวผมจากไป
“ริน! ถอยออกมา!” หมวดก้องตะโกน เสียงของเขาแตกพร่าเพราะความกดดันมหาศาลในห้อง
ผมพยายามจะสื่อสารต่อ แต่กระแสไสยเวทที่รุนแรงกว่าปกติพุ่งเข้าปะทะราวกับมีใครบางคนกำลัง 'ปิดปาก' วิญญาณดวงนี้ไม่ให้พูดความจริง แสงไฟจากไฟฉายของหมวดก้องวูบไหวและดับพรึ่บลงเหลือเพียงความมืดมิด
ในความมืดนั้น ผมกลับเห็นบางสิ่งที่น่าขนลุกยิ่งกว่าวิญญาณที่ผมกำลังคุยด้วย... เงาของชายร่างสูงใหญ่สองคนค่อยๆ ปรากฏขึ้นที่ทางเข้าเมรุ พวกเขาไม่ได้มีไอวิญญาณ แต่พวกเขามีกลิ่นของคนเป็น... กลิ่นของความตายที่ปรุงแต่งด้วยมนตรา
“ใคร...” หมวดก้องถาม เสียงของเขาสั่นเครือเล็กน้อย
ไม่มีเสียงตอบรับ มีเพียงเสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาอย่างเชื่องช้า หนักแน่น และเต็มไปด้วยเจตนาฆ่า หนึ่งในนั้นก้าวเข้ามาจนแสงไฟจากมือถือของผมกระทบกับใบหน้า... มันไม่ใช่ศัตรูธรรมดา แต่มันคือศพที่มีชีวิต! ใบหน้าของมันบิดเบี้ยว ดวงตาถูกควักออกไปและแทนที่ด้วยตะปูโลงศพที่ตอกลงไปในเบ้าตาจนมิด
ผมสัมผัสได้ทันทีว่าการเปิดปากวิญญาณในครั้งนี้คือความผิดพลาด... เราไม่ได้กำลังไล่ล่าฆาตกรอยู่เพียงลำพัง แต่มันกำลังไล่ล่าเราด้วย
“ริน... ดูที่พื้นนั่น...” หมวดก้องกระซิบเสียงต่ำพลางชี้ให้ดูรอยเท้าที่เพิ่งปรากฏขึ้นใหม่รอบตัวเรา มันไม่ใช่รอยเท้ามนุษย์ แต่มันคือรอยตราประทับสีเลือดที่กำลังไหลซึมขึ้นมาจากรอยแตกของพื้นปูน... ตราประทับของสำนักที่น่าจะสาบสูญไปแล้ว
ประตูเมรุที่เคยเปิดอยู่ถูกกระแทกปิดลงอย่างรุนแรงจนฝุ่นผงถล่มลงมา เสียงหัวเราะแหลมเล็กที่คุ้นหูเหลือเกินดังมาจากมุมมืดของเพดาน... เสียงหัวเราะของคนที่ควรจะตายไปพร้อมกับพี่สาวของผมเมื่อสิบปีก่อน!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในความมืดมิดครั้งนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ - เข็มทิศมองวิญญาณ
รอยอาฆาตใต้เงาธูป: บันทึกคดีวิญญาณอาถรรพ์•ตอนที่ 3
เสียงกระซิบจากเถ้าถ่าน
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยอาฆาตใต้เงาธูป: บันทึกคดีวิญญาณอาถรรพ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!