"อย่านะก้อง... นายยังเป็นนาย ไม่ใช่หุ่นเชิดของใครทั้งนั้น!"
ผมตะโกนก้อง เสียงของผมสั่นพร่าไม่ต่างจากปลายกระบอกปืนที่จ่อชิดระหว่างคิ้วของผมในวินาทีนี้ กลิ่นคาวเลือดผสมกับกลิ่นธูปไหม้เกรียมอบอวลอยู่ในอากาศจนแทบหายใจไม่ออก ดวงตาของหมวดก้องในยามนี้ไม่ได้มีแววตาของเพื่อนที่ผมรู้จัก มันขุ่นมัวราวกับถูกหมึกดำหยดลงในน้ำใส สิ่งที่จ้องมองมาไม่ใช่ 'ก้อง' แต่มันคือแรงอาฆาตจากอดีตที่ฝังรากลึกในอาคมของอาจารย์คง
"ร่างกายนี้... มันมีไว้เพื่อการคืนชีพ" เสียงของหมวดก้องไม่ได้ออกมาจากลำคอเพียงอย่างเดียว แต่มันก้องสะท้อนมาจากทุกทิศทาง เหมือนมีเสียงนับร้อยกระซิบซ่าอยู่ในโสตประสาท "ริน... นายมองเห็นใช่ไหม? ว่าความตายไม่ใช่จุดจบ แต่มันคือทางผ่าน"
นิ้วชี้ของเขาแตะแผ่วเบาบนไกปืน ผมเห็นแรงกดทับเบาๆ นั้นผ่านม่านตาที่พร่ามัว ในวินาทีที่ความตายมาเคาะประตูบ้าน ผมกลับนึกถึงใบหน้าของพี่สาวที่เลือนรางไปตามกาลเวลา หากผมยอมตายตรงนี้ เพื่อหยุดวงจรของอาจารย์คง... มันอาจเป็นทางออกเดียว แต่แล้ว ภาพของหมวดก้องที่เคยฝืนยิ้มให้ผมตอนกินข้าวแกงข้างทาง ภาพของเขาที่ดื้อรั้นอยากจะรักษากฎหมายด้วยวิทยาศาสตร์ ทั้งที่โลกนี้มันวิปริตเกินกว่าตรรกะใดจะอธิบายได้ ก็ผุดขึ้นมา
ผมตัดสินใจในสิ่งที่ไม่มีตำราเล่มไหนสอน ผมหลับตาลง ไม่ใช่เพื่อยอมรับความตาย แต่เพื่อเปิด 'ดวงตาที่สาม' ให้กว้างที่สุด ผมไม่ได้มองไปที่หมวดก้อง แต่มองลึกลงไปในจิตใต้สำนึกของเขา ผ่านกลุ่มควันสีดำที่พันธนาการดวงวิญญาณของเขาไว้
ผมคว้าข้อมือของเขาไว้แน่น พลังงานเย็นเยียบแล่นผ่านผิวหนังของผมราวกับน้ำแข็ง ผมส่งกระแสจิตออกไป ไม่ใช่เพื่อทำร้าย แต่เพื่อเชื่อมต่อ... "ก้อง ฟังผมนะ... นายคือมนุษย์ นายคือผู้รักษากฎหมาย ไม่ใช่เครื่องมือของคนบาป!"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่หมวดก้องจะตัวสั่นเทาเหมือนคนเป็นไข้จับสั่น ปืนในมือเขาสั่นรัว ก่อนจะร่วงหล่นลงพื้นดัง *เคร้ง!*
ร่างกายของเขาทรุดฮวบลงในอ้อมแขนของผม ผมสัมผัสได้ถึงไอเย็นที่ค่อยๆ จางหายไป ทิ้งไว้เพียงร่างของชายหนุ่มที่อ่อนแรงและไร้สติ ผมมองไปที่ความว่างเปล่าเบื้องหน้า เห็นเงาร่างหนึ่งที่ดูเลือนลางและเจ็บปวดพยายามตะเกียกตะกายหนีหายไปในความมืด—วิญญาณร้ายที่ถูกขับออกจากร่างของหมวดก้อง แต่ครั้งนี้ ผมไม่ปล่อยให้มันไปง่ายๆ ผมไม่ได้ไล่ล่าเพื่อฆ่าฟัน แต่ผมท่องบทสวดที่พี่สาวเคยสอนไว้ก่อนเธอจะจากไป เป็นบทสวดแห่งการปลดปล่อย ไม่ใช่การจองเวร
แสงสีขาวนวลตาปรากฏขึ้นที่ปลายมือของผม มันไม่ใช่เวทมนตร์สูงส่ง แต่เป็นเพียงจิตที่บริสุทธิ์จากการยอมรับโชคชะตาของตัวเอง เงาดำนั้นชะงักงัน ก่อนจะสลายกลายเป็นละอองธุลีสีเทาที่โปรยปรายลงพื้นอย่างสงบ
...
สามเดือนต่อมา
สถานีตำรวจเงียบเหงาในช่วงบ่าย ผมนั่งรอหมวดก้องอยู่ที่โต๊ะทำงานเดิม เขากำลังเดินตรงมาหาผมด้วยใบหน้าที่ดูผ่อนคลายขึ้น แม้รอยคล้ำใต้ตาจะยังไม่จางหายไปสนิท แต่เขาก็ยังเป็น 'หมวดก้อง' คนเดิมที่ยึดมั่นในความถูกต้องเสมอ
"ผลชันสูตรจากคดีสุดท้ายของอาจารย์คงออกมาแล้วนะ" หมวดก้องวางแฟ้มเอกสารลงตรงหน้าผม "ไม่มีร่องรอยการฆาตกรรมด้วยอาวุธ... แต่มันก็ยังสรุปไม่ได้อยู่ดีว่าทำไมเขาถึงสิ้นใจตายในห้องปิดตายแบบนั้น"
ผมยิ้มบางๆ ให้กับเขา "บางอย่างที่เกินขอบเขตวิทยาศาสตร์ ก็ปล่อยให้มันเป็นปริศนาไปเถอะครับก้อง ตราบใดที่เขากลายเป็นเพียงอดีต และไม่สามารถทำร้ายใครได้อีก"
หมวดก้องมองหน้าผม เขาดูลังเลที่จะพูดอะไรบางอย่าง ก่อนจะถอนหายใจ "นายยังจะทำแบบนี้ต่อไปใช่ไหมริน? การช่วยวิญญาณพวกนั้น... มันเหนื่อยนะ นายแทบไม่ได้ใช้ชีวิตแบบคนปกติเลย"
ผมมองออกไปนอกหน้าต่าง มองเห็นเงาร่างจางๆ ของเด็กน้อยคนหนึ่งที่นั่งแกว่งขาอยู่บนกิ่งไม้ริมทาง เธอส่งยิ้มให้ผมอย่างที่คนเป็นไม่มีวันเข้าใจ ผมรู้ดีว่านี่คือภาระที่ผมต้องแบกรับ แต่มันไม่ใช่คำสาปอีกต่อไป ในเมื่อเข็มทิศในหัวใจของผมไม่ได้บอกให้ผมวิ่งหนีจากวิญญาณ แต่บอกให้ผมชี้นำทางให้พวกเขาไปสู่ที่ที่ควรจะอยู่
"นี่คือทางของผมครับก้อง" ผมตอบด้วยน้ำเสียงที่มั่นคง "ผมเคยเกลียดดวงตานี้ เคยเกลียดการที่ต้องมองเห็นในสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น แต่ตอนนี้ผมเข้าใจแล้วว่า ทำไมผมถึงรอดชีวิตมาได้ในวันนั้น... ไม่ใช่เพื่ออยู่กับความแค้น แต่เพื่อเป็นที่พึ่งให้กับผู้ที่หลงทาง"
หมวดก้องตบบ่าผมเบาๆ เป็นจังหวะที่มั่นคงและให้กำลังใจ "ถ้ามีอะไรให้ช่วย... นายรู้ใช่ไหมว่าต้องเรียกใคร? ถึงผมจะมองไม่เห็นพวกเขาทุกตัว แต่ผมก็พร้อมจะปกป้องนายในโลกของคนเป็นเสมอนะ"
ผมพยักหน้า ผมไม่ได้เป็นแค่เด็กหนุ่มที่แบกรับความเศร้าอีกต่อไป ผมคือคนกลางระหว่างสองโลกที่เลือกจะใช้พลังที่มีในการสร้างสันติสุขให้แก่ทุกดวงวิญญาณ ผมลุกขึ้นยืน เตรียมตัวสำหรับคดีใหม่ที่กำลังจะมาถึง แม้จะยังไม่รู้ว่าข้างหน้าจะเป็นอย่างไร แต่เข็มทิศในใจของผมจะไม่เปลี่ยนทิศทางอีกต่อไป
ความมืดมิดในอดีตอาจน่ากลัว แต่แสงสว่างที่ผมจุดขึ้นในวันนี้... จะเป็นดวงประทีปที่คอยนำทางให้ผมก้าวเดินต่อไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความมืดมิดและค้นหาความจริงไปกับผมนะครับ หวังว่าเรื่องราวของผมจะช่วยให้ทุกคนมองเห็นความหมายของชีวิตและการปล่อยวางได้ไม่มากก็น้อยครับ ขอให้ทุกเส้นทางของท่านมีความสุขและปลอดภัยจากเรื่องราวร้ายๆ เสมอนะครับ
รอยอาฆาตใต้เงาธูป: บันทึกคดีวิญญาณอาถรรพ์•ตอนที่ 25
เข็มทิศใหม่ของชีวิต
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยอาฆาตใต้เงาธูป: บันทึกคดีวิญญาณอาถรรพ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!