"มึงแน่ใจนะริน ว่าจะจบเรื่องนี้ด้วยวิธีนี้... ถ้าพลาดไป สิ่งที่จะสูญเสียไม่ใช่แค่คดี แต่อาจเป็นจิตวิญญาณของมึงเอง"
หมวดก้องกระซิบ เสียงของเขาแหบพร่าและสั่นเครือเล็กน้อย ขณะที่มือหนากำด้ามปืนพกแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด เราทั้งสองกำลังซ่อนตัวอยู่หลังเสาไม้เก่าแก่ภายในศาลาวัดร้างที่ถูกทิ้งร้างมานานหลายทศวรรษ กลิ่นคาวเลือดผสมกับกลิ่นธูปที่จุดทิ้งไว้จนเกือบมอดไหม้ตลบอบอวลอยู่ในอากาศจนน่าสะอิดสะเอียน
ผมไม่ตอบ แต่สายตาของผมจับจ้องไปยังใจกลางศาลา ที่นั่น... ร่างของอาจารย์คงนั่งขัดสมาธิอยู่บนอาสนะที่ปูด้วยหนังเสือลายพาดกลอน รอบตัวเขาเต็มไปด้วยเทียนสีดำที่ถูกปักสลับกับตะปูโลงศพ ร่างนั้นไม่ได้ขยับเขยื้อน แต่ไอความเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมานั้นรุนแรงจนผมรู้สึกได้ถึงรอยร้าวในหัวใจ
"ผมไม่มีทางเลือกอื่นแล้วครับหมวด" ผมตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าภายในใจกลับพายุโหมกระหน่ำ "10 ปีที่ผ่านมา ผมรอคอยที่จะกระชากหน้ากากของมัน... และวันนี้ ผมจะไม่ยอมให้ใครต้องตกเป็นเหยื่อของคนชั่วที่แอบอ้างอาคมมาทำลายชีวิตคนอีก"
"แต่สิ่งที่มึงเห็นอยู่ตอนนี้... มันไม่ใช่คนธรรมดาแล้วนะริน" ก้องพยายามเตือนสติ ผมรู้อยู่เต็มอกว่าหมวดก้องไม่ได้หมายถึงความน่ากลัวทางกายภาพ แต่หมายถึง 'สิ่งที่อยู่รอบตัวอาจารย์คง' ซึ่งคนปกติไม่มีทางมองเห็น... เงาดำทมิฬนับสิบที่บิดเบี้ยวและร้องโหยหวนอยู่รอบกายจอมขมังเวทนั้น คือดวงวิญญาณที่ถูกกักขังและพันธนาการไว้ด้วยอาคมดำ
อาจารย์คงค่อยๆ ลืมตาขึ้น แววตาของเขาไม่ได้มีความเป็นมนุษย์หลงเหลืออยู่ มันคือความมืดมิดว่างเปล่าราวกับหลุมศพที่ไร้ก้นบึ้ง เขาหันมาทางเสาที่พวกเราหลบอยู่ ก่อนจะเหยียดยิ้มที่มุมปาก ช้าๆ และน่าขนลุก
"มาได้เสียทีนะ... คุณริน" เสียงของเขาแหบพร่า ฟังดูเหมือนเสียงกิ่งไม้แห้งสีกัน "เจ้ารอคอยที่จะทวงแค้นมานานแค่ไหน? สิบปี? หรือนานกว่านั้นจนเจ้านับนิ้วไม่ถ้วนแล้ว?"
ผมก้าวออกมาจากหลังเสา ความกลัวที่เคยมีถูกแทนที่ด้วยความเย็นชาจนหยั่งถึง ผมชักมีดอาคมที่ได้รับตกทอดมาจากอาจารย์ของผมออกมา แสงสีเงินวาววับสะท้อนกับเปลวเทียน "วันนี้ความผิดที่แกทำไว้ทั้งหมด จะต้องจบลงที่นี่ อาจารย์คง แกส่งคนบริสุทธิ์ไปกี่คนแล้ว... เพื่อแลกกับอำนาจลวงตาพวกนี้?"
อาจารย์คงหัวเราะร่วน เสียงหัวเราะดังก้องไปทั่วศาลาจนฝุ่นผงบนเพดานร่วงกราว "ความยุติธรรม? ศีลธรรม? เจ้ายังคงยึดติดกับเรื่องไร้สาระพวกนั้นอยู่อีกหรือ? ในโลกที่ผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่อยู่รอด... การที่ข้าจะสังเวยพวกสวะเพื่อความยิ่งใหญ่ของข้า มันผิดตรงไหน!"
ผมขยับเท้าก้าวไปข้างหน้า หมวดก้องตามมาติดๆ เขาไม่ได้ยิงปืน แต่เขาเตรียมตัวสำหรับสิ่งที่ไม่ใช่กระสุนปืนจะจัดการได้ เราต่างรู้ดีว่านี่คือการเผชิญหน้าครั้งสุดท้าย ระหว่างความแค้นที่สั่งสมมานับทศวรรษกับความละโมบที่ไม่เคยรู้จักพอ
ทันใดนั้น อาจารย์คงก็หยิบกะโหลกศีรษะขนาดเล็กขึ้นมาวางบนตัก ก่อนจะท่องบริกรรมคาถาด้วยภาษาที่ผมไม่คุ้นเคย เสียงนั้นดังแหลมสูงจนแก้วหูผมแทบแตก ทันทีที่คำสุดท้ายจบลง เงาดำรอบตัวเขาก็พุ่งเข้าใส่พวกเราเหมือนฝูงแมลงที่หิวโหย
"ริน! ระวังข้างหลัง!" ก้องตะโกนลั่นพร้อมกับกระโดดเข้าขวางเงาร่างหนึ่งที่พยายามพุ่งเข้าหาผม
ผมสะบัดมีดอาคมในมือจนเกิดรัศมีสีทองจางๆ ตัดผ่านหมอกควันดำทมิฬ เสียงร้องโหยหวนของวิญญาณดังระงมไปทั่วบริเวณ ผมไม่ลังเลที่จะฟันฝ่าเข้าไป ผมต้องเข้าถึงตัวอาจารย์คงให้ได้ ก่อนที่เขาจะทำพิธี 'ดับวิญญาณ' สำเร็จ
การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด ผมหลบหลีกคมอาคมที่พุ่งเข้ามาราวกับหอกแหลม หัวใจผมเต้นรัวเหมือนกลองศึก ผมเห็นเงาร่างหนึ่งที่ดูคุ้นตา... มันคือเงาของพี่สาวผมที่ยืนนิ่งอยู่เบื้องหลังอาจารย์คง ใบหน้าของเธอไร้อารมณ์ ดวงตาสีขุ่นมัวของเธอมองมาที่ผมด้วยความเจ็บปวด
"พี่..." ผมชะงักไปเพียงเสี้ยววินาที
นั่นคือความผิดพลาดครั้งใหญ่ อาจารย์คงฉวยโอกาสนั้น พุ่งเข้าประชิดตัวผมด้วยความเร็วที่เหนือมนุษย์ มือที่แห้งกรังเหมือนกิ่งไม้ของเขาพุ่งตรงมายังตำแหน่งหัวใจของผม แรงปะทะนั้นมหาศาลจนผมกระเด็นไปกระแทกผนังศาลาจนเลือดกลบปาก
อาจารย์คงก้าวเดินเข้ามาหาผมอย่างเชื่องช้า สายตาเขามองมาอย่างสมเพช "เห็นไหมล่ะริน... แม้แต่ความแค้นที่กัดกินหัวใจเจ้ามาเป็นปีๆ ก็ไม่สามารถช่วยเจ้าได้ ในที่สุดเจ้าก็ต้องตามรอยพี่สาวเจ้าไป... ไปเป็นข้ารับใช้ข้าตลอดกาล"
เขายื่นมือมาที่หน้าผากของผม ผมหลับตาลงเตรียมรับชะตากรรม แต่แล้ว... ผมกลับสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นบางอย่างที่แปลกแยกไปจากความเย็นยะเยือกของอาคมดำ มันเป็นความรู้สึกที่ไม่ควรจะอยู่ในสถานที่อัปมงคลแห่งนี้
ผมลืมตาขึ้นอีกครั้ง แล้วผมก็ต้องหยุดหายใจ
เงาร่างของพี่สาวที่เคยยืนนิ่งอยู่เบื้องหลังอาจารย์คง บัดนี้กลับเคลื่อนที่มาขวางหน้าเขาไว้ เธอไม่ได้มีใบหน้าไร้อารมณ์อีกต่อไป แต่มันเต็มไปด้วยความโกรธแค้นที่รุนแรงพอจะฉีกกระชากวิญญาณได้ เธอหันมามองผมเพียงชั่วครู่ ก่อนจะพุ่งเข้ากอดอาจารย์คงจากด้านหลัง แล้วแผดเสียงร้องที่เป็นภาษาที่ไม่มีใครในโลกมนุษย์เข้าใจ
อาจารย์คงหน้าเปลี่ยนสี เขาพยายามจะแกะมือเธอออกแต่มันกลับทะลุผ่านไปไม่ได้ เพราะเธอกำลังสละตัวตนเพื่อผนึกเขาไว้กับที่นั่น
"แกทำอะไรลงไป! ปล่อยข้านะ!" อาจารย์คงแผดเสียงร้องลั่นเมื่อแสงสีขาวสว่างจ้าเริ่มระเบิดออกมาจากร่างของทั้งสองคน
ทว่าในวินาทีที่แสงนั้นกำลังจะกลืนกินทุกอย่าง หมวดก้องก็คว้าตัวผมไว้แล้วตะโกน "หนีเร็วริน! ศาลานี้กำลังจะถล่ม!"
ในขณะที่ผมกำลังจะหันหลังกลับ ผมเหลือบไปเห็นบางอย่างที่ทำให้หัวใจผมหยุดเต้น มือของอาจารย์คงที่ถูกตรึงไว้นั้นไม่ได้มีแค่เงาของพี่สาวผม แต่มันมี 'มือที่สาม' ที่โผล่ออกมาจากพื้นดิน... มือที่ไม่ได้มาจากวิญญาณ แต่มันคือมือของคนที่ผมคิดว่าตายไปแล้วตั้งแต่ 10 ปีก่อน
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความมืดมิดและค้นหาความจริงไปกับผมนะครับ หวังว่าเรื่องราวของผมจะช่วยให้ทุกคนมองเห็นความหมายของชีวิตและการปล่อยวางได้ไม่มากก็น้อยครับ ขอให้ทุกเส้นทางของท่านมีความสุขและปลอดภัยจากเรื่องราวร้ายๆ เสมอนะครับ โดย เข็มทิศมองวิญญาณ
รอยอาฆาตใต้เงาธูป: บันทึกคดีวิญญาณอาถรรพ์•ตอนที่ 26
บทที่ 26
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยอาฆาตใต้เงาธูป: บันทึกคดีวิญญาณอาถรรพ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!