“อย่าก้าวเข้ามา... ถ้าไม่อยากเห็นคนตายเป็นรายที่สามในคืนนี้!”
เสียงของรินแหบพร่า ทว่ากังวานด้วยแรงอารมณ์ที่ถูกบีบคั้นจนถึงขีดสุด ปลายกระบอกปืนของหมวดก้องสั่นระริกอยู่ในมือ ชายหนุ่มตรงหน้าเขาไม่ใช่รินที่เขาเคยรู้จัก แววตาที่เคยนิ่งเฉยดั่งผิวน้ำยามไร้ลม บัดนี้กลับถูกแทนที่ด้วยสีแดงก่ำราวกับเพลิงกัลป์ที่แผดเผาจากภายใน ดวงตาคู่นั้นไม่ได้กำลังจ้องมองหมวดก้อง แต่มันกำลังมองทะลุผ่านความว่างเปล่าไปที่ 'บางอย่าง' ที่ขดตัวอยู่มุมห้องใต้ดินของเรือนไทยไม้สักเก่าแก่
“ริน... ตั้งสติหน่อย!” หมวดก้องตะโกนสวน เสียงของเขาแหบแห้ง กลิ่นสาบสางของเลือดผสมกับกลิ่นธูปไหม้เกรียมอบอวลจนน่าคลื่นเหียน “มึงไม่ได้อยู่คนเดียว อาจารย์คงมันกำลังปั่นหัวมึง เหมือนที่มันทำกับพี่สาวมึงเมื่อสิบปีก่อน!”
รินแค่นยิ้ม มุมปากข้างหนึ่งยกขึ้นอย่างเหยียดหยาม มือขวาที่ถือมีดอาคมลงอักขระสั่นไหวเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะแรงอาถรรพ์ที่พยายามแทรกซึมเข้าสู่กระแสเลือด “สิบปีเหรอครับหมวด... สำหรับผม มันคือเมื่อวานนี้เอง เสียงกรีดร้องของพี่รดาที่ถูกกระชากวิญญาณออกไป มันยังก้องอยู่ในหัวผมทุกครั้งที่หลับตา แล้ววันนี้... ดูสิครับ มันกำลังพาคนบริสุทธิ์มาเซ่นสังเวยให้ผมดูถึงที่นี่”
สายตาของรินเบนไปทางหญิงสาวที่ถูกมัดอยู่บนแท่นไม้ใจกลางวงสายสิญจน์ที่ถูกถักทอเป็นร่างแหอาถรรพ์ หญิงสาวไม่ได้สติ ทว่าหยดเลือดสดๆ จากข้อมือกลับไหลรินลงสู่ร่องไม้ที่ถูกแกะสลักเป็นรูปอสรพิษขดตัว มันไม่ใช่แค่พิธีกรรม แต่มันคือการ ‘ต่ออายุ’ ของอาจารย์คง
“กูไม่ได้อยากให้เรื่องมันจบแบบนี้เลย ริน” เสียงทุ้มต่ำและเย็นยะเยือกดังมาจากเงามืดด้านหลังเสาไม้สัก ร่างของชายชราในชุดขาวซีดก้าวออกมา ใบหน้าของอาจารย์คงไม่ได้แสดงถึงความโกรธแค้น มีเพียงความสมเพชที่ฉาบอยู่บนรอยย่นของผิวหนัง “มึงมันก็แค่เด็กที่ยึดติดกับอดีต ความตายของพี่สาวมึงคือราคาที่ต้องจ่ายเพื่อให้กูมีวันนี้ ถ้ามึงยอมลดอาวุธลงแล้วมาเป็นศิษย์กูเสียดีๆ กูก็พร้อมจะส่งวิญญาณพี่สาวมึงไปสู่ภพภูมิที่ควรจะอยู่... ดีไหม?”
รินกำด้ามมีดจนแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน “วิญญาณที่ถูกมึงกักขังไว้ในหม้ออาถรรพ์นั่นน่ะเหรอครับ คือภพภูมิที่มึงหมายถึง?”
หมวดก้องก้าวขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด พยายามจะเบี่ยงเบนความสนใจของจอมขมังเวท “อาจารย์คง! มึงไม่มีทางหนีพ้นหรอก กองกำลังล้อมเรือนหลังนี้ไว้หมดแล้ว หลักฐานทั้งหมดที่มึงทำไว้ในสมุดบันทึกวิญญาณเล่มนั้น มันมากพอที่จะทำให้มึงไปชดใช้กรรมในคุกจนตาย!”
อาจารย์คงหัวเราะร่วน เสียงหัวเราะแหลมเล็กเหมือนนกเค้าแมวบาดลึกเข้าไปในโสตประสาท “คุกทางโลกน่ะรึ? กฎหมายของพวกมึงมีไว้แค่ลงโทษคนจน แต่มันทำอะไรคนอย่างกูไม่ได้หรอก ก้อง... มึงเป็นตำรวจ มึงน่าจะรู้ดีที่สุดว่าโลกนี้ขับเคลื่อนด้วยอะไร”
จู่ๆ อุณหภูมิในห้องก็ลดฮวบลงอย่างรวดเร็ว กลิ่นธูปฉุนกึกจนน่าเวียนหัว รินรู้สึกได้ถึงไอเย็นที่แล่นปราดผ่านกระดูกสันหลัง เขาไม่ได้มองเห็นแค่ 'คน' แต่เขากำลังมองเห็น 'เงา' นับสิบที่ลอยวนเวียนอยู่รอบตัวอาจารย์คง ทุกร่างคือกรรมที่เจ้าตัวเคยก่อไว้ ทั้งน่ากลัวและเวทนาในคราวเดียวกัน
รินตัดสินใจชั่วเสี้ยววินาที เขาไม่ได้พุ่งตัวเข้าหาอาจารย์คงตามแผนที่วางไว้ แต่กลับพุ่งไปที่แท่นไม้ หวังจะทำลายวงสายสิญจน์เพื่อตัดพลังการดึงวิญญาณ
“อย่า!” หมวดก้องร้องเตือน
ฉับ! รินตวัดมีดตัดสายสิญจน์เส้นหลัก ทันใดนั้น แรงปะทะมหาศาลก็ซัดเข้าที่หน้าอกของเขาจนกระเด็นไปกระแทกผนังไม้จนแตกละเอียด เลือดสดๆ พุ่งออกจากปากของริน เสียงกรีดร้องโหยหวนดังสนั่นหวั่นไหวราวกับประตูขุมนรกได้ถูกเปิดออก ความมืดมิดเริ่มกลืนกินแสงสว่างจากเทียนไขทีละเล่ม
อาจารย์คงไม่ได้ตกใจ กลับยืนนิ่งสนิทพร้อมกับยิ้มกว้าง “มึงทำพลาดแล้วไอ้ริน... การตัดสายสิญจน์โดยไม่มีเกราะอาคมคุ้มครอง ก็เหมือนกับการเปิดประตูบ้านให้ผีร้ายเข้ามาอาศัย”
รินพยายามยันกายขึ้น ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วร่าง เขาหันไปมองหญิงสาวบนแท่นพิธี ดวงตาของเธอที่เคยปิดสนิท บัดนี้เปิดโพลงขึ้น—แต่ที่น่าสะพรึงกลัวคือ ดวงตาคู่นั้นไม่ได้มีตาดำ มีเพียงสีขาวโพลนดุจน้ำนม และร่างของเธอกำลังลุกขึ้นยืนในลักษณะที่ผิดธรรมชาติ กระดูกหักกรอบแกรบดั่งกิ่งไม้แห้ง
หมวดก้องชักปืนขึ้นเล็งไปที่ร่างของหญิงสาว แต่รินกลับตะโกนห้าม “หมวด! อย่า! นั่นไม่ใช่เธอแล้ว!”
หญิงสาว—หรือสิ่งที่สิงสู่อยู่ในร่างเธอ—หันขวับมามองริน พร้อมกับแสยะยิ้มที่กว้างเกินกว่าใบหน้ามนุษย์จะทำได้ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่รินจำได้แม่นยำที่สุด เสียงที่เขาไม่ได้ยินมานานนับสิบปี... เสียงของพี่สาวเขา
“ริน... ทำไมถึงทิ้งพี่ไว้ในความมืดนานขนาดนี้ล่ะ?”
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องทั้งห้อง หมวดก้องหน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด รินหยุดหายใจไปชั่วขณะ มือของเขาที่กำลังจะคว้าเครื่องรางประจำตัวสั่นสะท้านขึ้นมาทันที นี่ไม่ใช่แค่การต่อสู้กับคนชั่ว แต่มันคือการเผชิญหน้ากับสิ่งที่กัดกินใจเขามาตลอดสิบปี
อาจารย์คงก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว พลางหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง “เอาเลย... ไหนดูซิว่าพี่สาวที่มึงโหยหานักหนา จะต้อนรับมึงยังไงในวาระสุดท้ายของชีวิต”
ท่ามกลางความอึดอัดที่บีบคั้น ร่างของหญิงสาวค่อยๆ ลอยขึ้นจากแท่นพิธี ลอยเหนือพื้นดินมาหาเขาช้าๆ รินมองเห็นเงาสีดำทมิฬที่เกาะกินอยู่บนแผ่นหลังของเธอ มันไม่ใช่ผีทั่วไป แต่มันคือ ‘เจ้ากรรมนายเวร’ ที่อาจารย์คงเรียกมาใช้งานเพื่อปิดจ๊อบงานสังหารนี้โดยเฉพาะ
ทันใดนั้นเอง... เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องใต้ดิน ก่อนที่ประตูบานหนาจะถูกถีบพังเข้ามา เสียงตะโกนก้องที่ทำให้อาจารย์คงถึงกับชะงักงันคือเสียงที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมีชีวิตรอดมาถึงวันนี้
“ปล่อยมือจากน้องชายกู... ไอ้สัปดน!”
ร่างของชายในชุดผ้ากาสาวพัสตร์ห่มคลุมมิดชิดยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น ในมือถือคัมภีร์ใบลานเก่าคร่ำที่สั่นไหวด้วยพลังอักขระสีทองอร่าม รินเบิกตากว้างเมื่อเห็นใบหน้าที่เขาจำได้ติดตา... ชายที่ควรจะตายไปในเหตุการณ์เมื่อสิบปีก่อน!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางมาจนถึงวินาทีสำคัญนี้ด้วยกันนะครับ โดย เข็มทิศมองวิญญาณ
รอยอาฆาตใต้เงาธูป: บันทึกคดีวิญญาณอาถรรพ์•ตอนที่ 27
บทที่ 27
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยอาฆาตใต้เงาธูป: บันทึกคดีวิญญาณอาถรรพ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!