รอยอาฆาตใต้เงาธูป: บันทึกคดีวิญญาณอาถรรพ์•ตอนที่ 30

บทที่ 30

ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
ปลายกริชโบราณอาบแสงสีเลือดส่องประกายวาววับ มันกรีดผ่านอากาศด้วยความเร็วที่ทำเอาประสาทสัมผัสของผมแทบทำงานไม่ทัน รินเบี่ยงตัวหลบในวินาทีสุดท้าย ปลายแหลมคมเฉือนผ่านชายเสื้อจนขาดวิ่น กลิ่นคาวเลือดผสมกับกลิ่นสาบสางของศพโบราณคละคลุ้งไปทั่วโถงมืดของเรือนไม้สักเก่าแก่ "ก้อง! อย่าเพิ่งเข้ามา!" ผมตะโกนลั่นพลางหมุนตัวเหวี่ยงฝ่ามือที่อัดแน่นด้วยอาคมป้องกันเบื้องต้นเข้าปะทะกับเงามืดที่พุ่งเข้ามาอีกระลอก ร่างที่ไร้ลมหายใจตรงหน้าขยับเขยื้อนด้วยอาคมบังคับศพขั้นสูง กรามของมันค้างแข็ง ดวงตาสีขุ่นมัวจ้องเขม็งมาที่ผมราวกับโกรธแค้นมานับร้อยปี "แต่ริน! นายจะรับมือคนเดียวไม่ได้!" หมวดก้องตะโกนตอบมาจากมุมมืด เสียงปืนสั้นในมือเขาขึ้นลำเตรียมพร้อม แต่เขารู้ดีว่ากระสุนตะกั่วธรรมดาทำอะไรสิ่งนี้ไม่ได้ ผมกัดฟันกรอด ความเจ็บปวดแล่นแปลบที่หัวไหล่จากการปะทะครั้งก่อน บาดแผลจากกริชอาถรรพ์ไม่ได้แค่ทำให้เนื้อหนังฉีกขาด แต่มันกำลังกัดกินพลังชีวิตของผมเหมือนพิษร้าย "ถอยไปตั้งหลักที่ประตู! อาจารย์คงไม่ได้มาคนเดียวแน่ ท่านต้องแอบมองดูความพินาศของเราอยู่จากที่ไหนสักแห่ง!" ท่ามกลางเสียงไม้ลั่นเอี๊ยดอ๊าดของตัวเรือน จิตสัมผัสของผมพุ่งออกไปสำรวจกระแสพลังงานรอบด้าน ความเงียบที่ผิดปกติในเรือนหลังนี้ไม่ใช่ความว่างเปล่า แต่มันคือกับดักที่ถูกวางไว้อย่างประณีต กลิ่นธูปหอมที่อบอวลอยู่เดิมเริ่มเปลี่ยนเป็นกลิ่นไหม้เกรียมที่บาดลึกถึงประสาทสัมผัส "แกไม่มีวันช่วยใครได้หรอก... ริน" เสียงแหบพร่าดังก้องออกมาจากทุกทิศทาง มันไม่ใช่เสียงคน แต่เป็นเสียงกังวานที่เหมือนผุดขึ้นมาจากหลุมลึก "สิบปีที่แล้วแกปล่อยให้พี่สาวตาย ครั้งนี้แกจะเห็นเพื่อนของแกกลายเป็นเครื่องสังเวยต่อหน้าต่อตา!" ผมกระโดดถอยหลังไปหนึ่งก้าว เท้าเตะเข้ากับกรอบรูปเก่าที่ตกอยู่บนพื้น แสงจันทร์ที่ลอดผ่านรอยแตกของฝาเรือนทำให้ผมเห็นบางอย่าง... รอยเลือดที่เขียนเป็นยันต์อาคมบนพื้นกระดานกำลังเรืองแสงวาบ มันไม่ใช่แค่การบังคับศพ แต่มันคือวงจรแห่งการดูดกลืนวิญญาณ "หุบปากซะ!" ผมรวบรวมสมาธิ กำกระดิ่งสัมฤทธิ์โบราณในกระเป๋าเสื้อแน่น ท่องคาถาเบาๆ ในลำคอ เสียงกระดิ่งสั่นไหวในจังหวะที่ขัดกับอาถรรพ์ของอาจารย์คง ร่างที่พุ่งเข้ามาหยุดชะงักไปชั่วครู่ กริชในมือมันสั่นระริก หมวดก้องฉวยโอกาสนั้นพุ่งตัวเข้ามาคว้าไหล่ผมไว้ "ริน! ดูที่คอของมัน! นั่นไม่ใช่ศพธรรมดา มีตะกรุดฝังอยู่ใต้ผิวหนัง!" ผมหรี่ตามองตามที่ก้องบอก ภายใต้แสงวูบวาบของยันต์ ผมเห็นสายสิญจน์เส้นเล็กๆ ผูกรัดรอบคอศพจนจมลึกลงไปในเนื้อหนัง นี่คือการทำ 'หุ่นพยนต์เนื้อหนัง' ของจริง อาจารย์คงไม่ได้ใช้แค่ไสยศาสตร์ธรรมดา แต่เขากำลังใช้ศพที่ตายผิดธรรมชาติมาเป็นภาชนะกักเก็บวิญญาณพยาบาท "ต้องทำลายตะกรุดนั่น!" ผมส่งสัญญาณให้ก้องเตรียมตัว "ก้อง! นายเบี่ยงเบนความสนใจมัน ส่วนฉันจะเข้าไปตัดเส้นสายอาคมที่คอ!" "รับทราบ! เอาให้รอดนะเพื่อน!" หมวดก้องตะโกนพร้อมกับพุ่งออกไปอย่างไม่คิดชีวิต เขาคว้าเก้าอี้ไม้ตัวหนักทุ่มเข้าใส่ร่างนั้นอย่างแรงจนมันเซถลาไปอีกทาง ผมไม่รอช้า อาศัยจังหวะชุลมุนพุ่งตัวเข้าประชิดข้างหลังศพ มือซ้ายกดทับที่บ่า มือขวาคว้ากริชอาคมที่พกติดตัวไว้แน่น ความเย็นยะเยือกแล่นผ่านปลายนิ้วเมื่อสัมผัสโดนร่างนั้น มันแข็งทื่อและเต็มไปด้วยไออาฆาต ผมกระชากสายสิญจน์ที่รัดคอศพออกอย่างแรง ทันใดนั้น ร่างของศพก็กรีดร้องเสียงแหลมสูงจนแก้วหูแทบแตก ผิวหนังที่เคยเหี่ยวย่นเริ่มบวมพองและพ่นควันสีดำออกมา ทว่า ในจังหวะที่ผมคิดว่าทุกอย่างกำลังจะจบลง... เงาดำร่างหนึ่งก็ก้าวออกมาจากมุมมืดของเรือนไม้ เขาคือชายชราในชุดม่อฮ่อมเก่าคร่ำคร่า รอยยิ้มที่มุมปากของเขาดูบิดเบี้ยวและน่าขนลุก อาจารย์คง... เขาไม่ได้แอบดูอยู่ไกลๆ แต่นั่งจิบน้ำชาอยู่บนเก้าอี้หวายที่เพิ่งปรากฏขึ้นกลางโถง "ฝีมือใช้ได้" อาจารย์คงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "แต่พวกแกกำลังแก้ปมที่ฉันผูกไว้ด้วยเลือด... ยิ่งแกทำลายมันมากเท่าไหร่ ความแค้นของดวงวิญญาณข้างในนี้ก็จะยิ่งทวีคูณเป็นร้อยเท่า" ศพตรงหน้าผมที่เริ่มนิ่งไป กลับค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นมาอีกครั้ง แต่คราวนี้มันไม่ได้มีเพียงร่างเดียว รอยเลือดบนพื้นเริ่มก่อตัวเป็นรูปร่างของมนุษย์อีกสามร่างที่โผล่ขึ้นมาจากความว่างเปล่า หมวดก้องถอยหลังมาชนหลังผม ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยเหงื่อ "ริน... นี่มันเกินมือพวกเราไปแล้วนะ มีอะไรจะงัดออกมาโชว์ไหม?" ผมมองดูศพทั้งสี่ที่ล้อมวงเข้ามาพร้อมอาวุธในมือ ใจผมเต้นระรัว ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะผมเห็นเงาของพี่สาวซ้อนทับอยู่ในดวงตาที่ขุ่นมัวของหนึ่งในร่างเหล่านั้น... พี่สาวที่ควรจะไปเกิดใหม่แล้ว แต่กลับถูกอาจารย์คงกักขังไว้ในวงจรแห่งความตายนี้ ผมหยิบเหรียญโบราณออกมาจากอกเสื้อ แสงสีทองอ่อนๆ เริ่มปรากฏขึ้นรอบตัว "ก้อง... นายจำสัญญาของเราได้ไหม? ถ้าวันนี้ต้องจบที่นี่ ฉันขอให้นายรักษาบันทึกนี้ไว้... อย่าให้มันตกไปอยู่ในมือของคนชั่ว" "อย่ามาพูดจาสั่งเสียตอนนี้!" ก้องตะคอกกลับ แต่เสียงเขาสั่นเครือ อาจารย์คงหัวเราะร่วน ก่อนจะชี้ปลายนิ้วมาที่ผม "ริน... ก่อนที่แกจะตาย ฉันจะบอกความลับเรื่องพี่สาวแกให้เอาบุญ... คนที่สั่งให้ฉันทำพิธีเมื่อสิบปีก่อน ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นคนใกล้ตัวที่สุดที่แกเชื่อใจมาตลอดชีวิต" เสียงนั้นเหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางใจผม ร่างของศพทั้งสี่พุ่งเข้ามาพร้อมกันในเสี้ยววินาทีเดียวกับที่ผมเห็นใบหน้าของ 'ใครบางคน' ในความทรงจำที่อาจารย์คงค่อยๆ เผยออกมาผ่านกระแสจิต... ใบหน้าของบุคคลที่กำลังถือบันทึกคดีนี้อยู่ในมือ ณ ปัจจุบัน ความจริงที่โหดร้ายกว่าความตายกำลังจะถูกเปิดเผย ผมหวังว่าทุกท่านจะยังคงติดตามการเดินทางที่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อและรอยเลือดของผมไปจนถึงตอนสุดท้ายนะครับ เข็มทิศมองวิญญาณ
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยอาฆาตใต้เงาธูป: บันทึกคดีวิญญาณอาถรรพ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%