"อย่าขยับครับริน... ยืนนิ่งๆ เหมือนรูปปั้นหินที่ไม่มีวิญญาณเสีย"
หมวดก้องกระซิบผ่านไรฟัน น้ำเสียงของเขาสั่นพร่าแต่หนักแน่นราวกับกำลังสั่งการในสถานการณ์วิกฤต สายตาของเขาไม่ได้จ้องมองไปที่ริน แต่กลับจับจ้องไปที่เงาร่างหนึ่งที่กำลังก้าวผ่านประตูไม้แกะสลักเข้ามาในโถงพิธีอันมืดสลัว
กลิ่นคาวเลือดจางๆ ผสมกับกลิ่นธูปเก่าที่คุกรุ่นอยู่ในอากาศเริ่มเปลี่ยนเป็นกลิ่นกำมะถันฉุนกึก รินสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามบังคับมือที่กำเครื่องรางไม้พยุงให้หยุดสั่น เขาเห็นแล้ว... บุรุษที่ก้าวเข้ามาไม่ได้เดินด้วยเท้าเปล่า แต่มันเคลื่อนตัวราวกับลอยอยู่เหนือพื้นผิวไม้ รอยยิ้มที่มุมปากของชายวัยกลางคนคนนั้นดูเยือกเย็นและแฝงไปด้วยความสมเพช
"อาจารย์คง..." รินครางชื่อนั้นออกมาแผ่วเบา
ชายเจ้าของชื่อหยุดยืนห่างจากพวกเขาเพียงไม่กี่ก้าว แสงเทียนวูบไหวในโถงสะท้อนเงาของเขาให้ทอดยาวบิดเบี้ยวไปตามผนังราวกับอสุรกายที่หิวโหย อาจารย์คงไม่ได้มาเพียงลำพัง รอบกายเขามีไอสีดำมัวหม่นหมุนวนคล้ายพายุหมุนขนาดย่อม สิ่งเหล่านั้นไม่ใช่ลม แต่เป็นดวงวิญญาณที่ถูกกักขังและกรีดร้องอย่างทรมาน
"ยินดีต้อนรับสู่บ้านหลังสุดท้ายของพวกแกนะ... คุณตำรวจ แล้วก็คุณริน" อาจารย์คงเอ่ย น้ำเสียงของเขาเรียบเฉยแต่ทรงพลังจนทำให้อากาศรอบข้างหนักอึ้ง "สิบปีผ่านไป นายยังคงวนเวียนอยู่กับการตามหาเศษซากของพี่สาวนายอีกรึ? ช่างเป็นความพยายามที่น่าสมเพชจริงๆ"
หมวดก้องขยับตัวไปบังรินไว้ครึ่งหนึ่ง มือขวาของเขากุมปืนพกแน่น แม้จะรู้ดีว่าเหล็กกล้าไม่อาจทำอันตรายต่อจอมขมังเวทระดับนี้ได้ "พวกเรามีหมายจับ... และหลักฐานทั้งหมดที่แกทำไว้กับคนในหมู่บ้านนี้!"
อาจารย์คงหัวเราะร่วน เสียงหัวเราะแหลมสูงจนแก้วหูรินแทบแตก "หมายจับ? กฎหมายของมนุษย์น่ะหรือจะมาตัดสินข้าได้? แกมองดูรอบตัวสิ หมวดก้อง... พวกแกกำลังยืนอยู่บนรอยเลือดที่ข้าตอกย้ำลงไปในผืนดินผืนนี้มานานเกินกว่าจะลบเลือนด้วยกระดาษใบเดียว"
รินก้าวออกมาจากหลังหมวดก้อง ดวงตาของเขาสั่นไหวแต่แฝงด้วยประกายแห่งความแค้น "แกฆ่าพวกเขา... พี่สาวฉัน และคนอื่นๆ ที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ แกทำมันเพียงเพื่อต่ออายุขัยของแกเอง!"
"ความตายคือจุดเริ่มต้นของอำนาจที่แท้จริงริน" อาจารย์คงเดินเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ จนรินเห็นรอยแผลเป็นรูปอักขระโบราณบนใบหน้าของอีกฝ่ายที่บิดเบี้ยวตามจังหวะการหายใจ "ข้าให้โอกาสนายนะ... หากนายคุกเข่าลงและยอมสยบให้ข้า ข้าจะเปิดเผยความลับที่นายตามหามาตลอดสิบปี ว่าวิญญาณของพี่สาวนาย... ตอนนี้ถูกกักขังอยู่ที่ไหนในนรกขุมที่ข้าสร้างขึ้น"
หมวดก้องกระชากคอเสื้อรินไว้ "อย่าไปฟังมันริน! นี่คือกับดัก!"
รินนิ่งงัน หัวใจของเขาเต้นรัวเหมือนกลองศึก ความทรงจำถึงพี่สาวที่สลายไปในเปลวไฟของพิธีกรรมเมื่อสิบปีก่อนย้อนกลับมาทิ่มแทงในหัวใจ หากนี่เป็นโอกาสเดียวที่จะได้พบ... แม้เพียงเสี้ยววิญญาณ... เขาควรจะเสี่ยงไหม?
"ว่าอย่างไรล่ะ?" อาจารย์คงขยับนิ้วมือเป็นวงกลม อักขระสีดำพุ่งออกมาจากปลายเล็บคล้ายกับหนวดปลาหมึกที่เตรียมจะคว้าตัวพวกเขาไว้
รินสูดลมหายใจเข้าลึก เขาไม่ตอบคำถาม แต่กลับหยิบเครื่องรางไม้พยุงขึ้นมาจรดที่ริมฝีปากเบาๆ ก่อนจะสวดคาถาที่เขาเรียนรู้มาจากตำราเก่าแก่ของบรรพบุรุษด้วยเสียงที่ดังฟังชัดก้องโถงพิธี
"ข้าขออัญเชิญด้วยบารมีแห่งจิตที่บริสุทธิ์... สิ่งใดที่ถูกกักขัง ขอให้จงตื่นขึ้น!"
ทันใดนั้น บรรยากาศภายในห้องเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน ลมพายุหมุนที่รายล้อมอาจารย์คงหยุดกะทันหัน ดวงวิญญาณนับร้อยที่ถูกกักขังเริ่มแสดงตัวออกมาจากการหลบซ่อน ทั้งจากใต้พื้นไม้และจากรอยร้าวบนผนัง แสงสว่างจ้าสีขาวนวลพุ่งทะลุออกมาจากเครื่องรางในมือริน จนอาจารย์คงต้องยกแขนขึ้นบังหน้าด้วยความตกตะลึง
"ไอ้เด็กเมื่อวานซืน! แกกล้าดียังไง?!" อาจารย์คงคำราม มือของเขาเริ่มปล่อยพลังไสยเวทสีเขียวคล้ำเข้าปะทะกับกำแพงแสง
ทั้งสองฝ่ายเผชิญหน้ากันท่ามกลางความมืดมิดที่ถูกแสงศักดิ์สิทธิ์ฉีกกระชาก รินรู้สึกเหมือนร่างกายถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆ พลังที่เขาดึงออกมานั้นรุนแรงเกินกว่าร่างกายมนุษย์จะรับไหว หมวดก้องรีบพุ่งเข้ามาช่วยพยุงร่างรินไว้ "ริน! หยุดเถอะ! นายจะตายนะ!"
รินหันไปมองหมวดก้องด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่น "ผมจะไม่หยุด... จนกว่าเขาจะชดใช้!"
ในจังหวะที่การปะทะถึงจุดเดือดที่สุด พื้นที่ที่พวกเขาเหยียบอยู่เริ่มสั่นสะเทือนและแตกออกเป็นเสี่ยงๆ เผยให้เห็นโพรงมืดมิดเบื้องล่างที่ไม่มีจุดสิ้นสุด อาจารย์คงแสยะยิ้มที่เต็มไปด้วยความอำมหิต ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของรินเย็นเยียบไปถึงกระดูก
"แกคิดว่าข้ามาคนเดียวรึริน? ลองหันไปดูข้างหลังแกสิ... ดูให้ชัดว่าใครกันที่ข้าเลี้ยงดูมาเพื่อเป็นนักฆ่าแทนตัวข้าตลอดสิบปีที่ผ่านมา"
รินชะงัก ร่างกายแข็งทื่อไปชั่วขณะ ค่อยๆ หันกลับไปมองเงาร่างที่ค่อยๆ ก้าวออกมาจากความมืดด้านหลังหมวดก้อง ร่างนั้นสวมชุดสีดำสนิท มีผ้าปิดหน้ามิดชิด แต่ดวงตาคู่นั้น... ดวงตาคู่ที่เขารู้จักดีที่สุดบนโลกใบนี้—ดวงตาของพี่สาวเขาที่บัดนี้ไร้ซึ่งแววตาของมนุษย์ เหลือเพียงความว่างเปล่าและจิตสังหารที่เยือกเย็น
"พี่... ริน?" รินกระซิบเบาๆ ด้วยความสับสนและหวาดกลัวอย่างที่สุด
ร่างนั้นยกกริชโบราณขึ้นชี้ตรงมาที่หน้าอกของเขา ก่อนจะพุ่งตัวเข้ามาด้วยความเร็วที่เหนือธรรมชาติ!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามเดินทางผ่านเงาอาถรรพ์ไปกับผมนะครับ ทุกท่านคือพลังใจสำคัญในการคลี่คลายปริศนาที่เหลืออยู่ครับ
รอยอาฆาตใต้เงาธูป: บันทึกคดีวิญญาณอาถรรพ์•ตอนที่ 29
บทที่ 29
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยอาฆาตใต้เงาธูป: บันทึกคดีวิญญาณอาถรรพ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!