รอยอาฆาตใต้เงาธูป: บันทึกคดีวิญญาณอาถรรพ์•ตอนที่ 32

บทที่ 32

ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
“อย่าแตะต้องยันต์นั่น หมวดก้อง!” เสียงของรินตวาดลั่นไปทั่วโถงศาลาเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอับชื้นของธูปที่มอดดับไปนานแล้ว มือของหมวดก้องที่กำลังยื่นไปหยิบวัตถุชิ้นหนึ่งบนโต๊ะพิธีชะงักค้างกลางอากาศ ในวินาทีนั้นเอง บรรยากาศรอบกายกลับเย็นเยียบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาวขุ่น รินขยับตัวเข้าไปคว้าข้อมือเพื่อนร่วมทางไว้แน่น นัยน์ตาสีเข้มของเขาฉายแวววูบไหวเมื่อมองเห็น 'เงาดำ' ที่ขดตัวอยู่ใต้โต๊ะตัวนั้น มันไม่ใช่แค่ฝุ่นผง แต่มันคือกลุ่มก้อนอาคมที่อาจารย์คงวางกับดักไว้เพื่อสังหารผู้ที่ก้าวเข้ามาล่วงเกิน “มันคืออะไร ริน?” หมวดก้องถามเสียงต่ำ แม้จะผ่านคดีฆาตกรรมมานับไม่ถ้วน แต่ความกดดันในเวลานี้กลับหนักอึ้งจนเขารู้สึกได้ถึงเสียงหัวใจที่เต้นรัวอยู่ในลำคอ “อาถรรพ์เลือดหกศพครับ” รินตอบพลางปล่อยมือแล้วถอยหลังออกมาหนึ่งก้าว ดวงตาของเขายังคงจ้องเขม็งไปที่วัตถุรูปทรงประหลาดที่ห่อหุ้มด้วยหนังมนุษย์ “ถ้าหมวดแตะมันเพียงนิดเดียว วิญญาณที่ถูกกักขังอยู่ในนี้จะเปลี่ยนเป้าหมายจากคนในพิธี มาเป็นคนที่จับมันเป็นคนแรก... แล้วหมวดจะกลายเป็นร่างทรงที่ไม่มีวันได้ตื่นขึ้นมาอีก” หมวดก้องถอนหายใจยาวพลางเก็บปืนพกเข้าซอง “ให้ตายเถอะ ผมไม่เคยคิดเลยว่ากฎหมายที่มีอยู่จะจัดการกับพวกเดรัจฉานวิชาแบบอาจารย์คงไม่ได้... เราต้องมีหลักฐานที่มัดตัวเขาได้มากกว่านี้ ริน” “หลักฐานทางวิญญาณไม่ได้อยู่ในศาลครับหมวด แต่มันอยู่ในความแค้นที่ฝังรากลึก” รินเดินตรงไปยังแท่นบูชา มือบางเอื้อมไปสัมผัสเศษกระดาษสีเหลืองที่แปะอยู่ตามเสาไม้ “สิบปีที่แล้ว พี่สาวผมก็เสียไปในลักษณะนี้ อาจารย์คงใช้ชีวิตคนเป็นเครื่องเซ่นเพื่อต่ออายุขัยของตัวเอง แต่คืนนี้... กลิ่นอายมันรุนแรงกว่าทุกครั้ง เหมือนเขากำลังรอใครบางคนมาให้เชือด” “เขารู้ว่าเราจะมา” เสียงทุ้มแหบพร่าดังขึ้นจากเงามืดด้านหลัง ทั้งสองหันขวับไปตามต้นเสียง แสงไฟจากไฟฉายแรงสูงสาดส่องไปกระทบใบหน้าของชายชราที่นั่งอยู่บนอาสนะ อาจารย์คงในชุดสีขาวเปื้อนคราบเขม่าดำยิ้มที่มุมปาก ดวงตาของเขาสะท้อนแสงไฟราวกับตาของสัตว์ป่าที่จ้องมองเหยื่อ “พวกคุณมาสายไปก้าวหนึ่งนะ หมวดก้อง... กฎหมายของคุณไม่มีอำนาจในเขตแดนของกู ส่วนมึง... ไอ้ริน” สายตาของจอมขมังเวทเลื่อนมาหยุดที่ริน “มึงกลับมาหาคำตอบเรื่องพี่สาวมึงใช่ไหม? บอกให้เอาบุญนะ วิญญาณของนังนั่นไม่ได้ไปผุดไปเกิดหรอก แต่มันยังคงวนเวียนอยู่ในก้นบึ้งของพุทธาคมที่กูใช้สร้างตึกนี้ขึ้นมา!” รินกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดที่ข้อมือปูดโปน ความแค้นที่เก็บกดมานานนับทศวรรษปะทุขึ้นจนเขาลืมเลือนความเยือกเย็นไปชั่วขณะ “มึงทำกับพี่สาวกูอย่างไร วันนี้มึงต้องชดใช้ด้วยสิ่งนั้น!” “ถ้ามึงเก่งจริง ก็ลองเข้ามาเอาวิญญาณมันกลับไปสิ!” อาจารย์คงหัวเราะร่า ก่อนจะหยิบกริชอาคมขึ้นมาแทงลงบนพื้นไม้ พื้นศาลาที่เคยนิ่งสงบกลับสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ราวกับมีบางสิ่งขนาดมหาศาลกำลังพยายามตะเกียกตะกายขึ้นมาจากใต้ผืนดิน หมวดก้องชักปืนออกมาจ่อที่อกของจอมขมังเวททันที “วางอาวุธลง! ผมเตือนคุณเป็นครั้งสุดท้าย!” “กระสุนของแกฆ่ากูไม่ได้หรอกหมวด” อาจารย์คงแสยะยิ้ม “แต่ลองดูสิว่ากระสุนนัดเดียว จะหยุดวิญญาณที่กำลังหิวโหยพวกนี้ได้กี่ตัว” สิ้นคำพูดของเขา ร่างของวิญญาณหลายสิบตนที่ดูบิดเบี้ยวและทรมานก็ค่อยๆ ผุดขึ้นมาจากรอยแตกของพื้นไม้ เสียงกรีดร้องโหยหวนดังระงมไปทั่วบริเวณ หมวดก้องเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก ภาพตรงหน้าเกินกว่าที่สมองของเขาจะประมวลผลได้ แต่นี่คือความเป็นจริงที่รินต้องเผชิญมาตลอดชีวิต “อย่าหันหลังนะหมวด!” รินตวาดก่อนจะหยิบยันต์เกราะเพชรออกจากกระเป๋าเสื้อ เขากัดนิ้วตัวเองจนเลือดซึมแล้วป้ายลงบนยันต์ “ถ้าเราตายที่นี่ ความลับของมันจะหายไปพร้อมกับเรา!” รินพุ่งตัวเข้าไปหาอาจารย์คง ท่ามกลางวงล้อมของวิญญาณร้ายที่ขวางทางอยู่ เขาไม่ได้ใช้เพียงอาคม แต่เขากำลังเดิมพันด้วยชีวิตเพื่อทำลายวงจรบาปที่อาจารย์คงสร้างขึ้น ทว่าในจังหวะที่รินกำลังจะลงอาคมใส่ร่างของจอมขมังเวท มือที่เย็นเฉียบราวกับน้ำแข็งของใครบางคนกลับคว้าข้อมือเขาไว้จากด้านหลัง รินชะงัก ร่างกายของเขาสั่นสะท้านเมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่คุ้นเคย กลิ่นดอกมะลิแห้งและกลิ่นธูปที่เขาจดจำได้ดีจากวันสุดท้ายที่ได้พบกับพี่สาว “ริน... อย่าทำ...” เสียงกระซิบแผ่วเบาที่ดังอยู่ข้างหูทำให้หัวใจของรินแทบหยุดเต้น เขาสะบัดหน้ากลับไปมองด้านหลังทันที และสิ่งที่ปรากฏแก่สายตาไม่ใช่ภูตผีตนใด แต่มันคือร่างของเด็กสาวคนหนึ่งที่ใบหน้าถูกพันด้วยผ้าขาวม้าเปื้อนเลือด เธอชี้มือไปที่หน้าอกของหมวดก้อง ซึ่งบัดนี้มีกระแสอาคมสีดำทมิฬพุ่งทะลุเข้าใส่จนเขาล้มลงไปกองกับพื้น หมวดก้องกระอักเลือดออกมาคำโต แววตาของเขาเลื่อนลอย “หมวด!” รินร้องสุดเสียง แต่เขาก็ไม่สามารถขยับตัวไปช่วยได้ เพราะร่างของพี่สาวเขากำลังกอดเขาไว้แน่นจากเงามืด อาจารย์คงลุกขึ้นยืนช้าๆ มองภาพเหตุการณ์ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสมเพช “กูบอกแล้วไง ว่ามึงไม่มีวันชนะ” อาจารย์คงก้าวเข้ามาใกล้ “เพราะสิ่งที่มึงตามหามาตลอดสิบปี... ความจริงที่มึงอยากรู้นักหนา แท้จริงแล้วมันคือตัวมึงเองต่างหากที่เป็นคนลงมือฆ่าเธอ... ด้วยมือของมึงเอง!” รินยืนนิ่งงัน ราวกับถูกคำสาปแช่งให้เป็นรูปปั้น ความทรงจำที่ขาดหายไปในช่วงเหตุการณ์นั้นค่อยๆ ไหลย้อนกลับมาเหมือนเขื่อนที่แตกทะลัก สิ่งที่เขาเห็นไม่ใช่พี่สาวที่จากไป แต่เป็นเงาสะท้อนของบาปกรรมที่เขาลืมเลือนไปอย่างตั้งใจ รินค่อยๆ หันมองมือนิ่งๆ ของตัวเองที่เปื้อนเลือดสีดำสนิทของหมวดก้อง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองสิ่งที่อยู่ตรงหน้า แล้วโลกทั้งใบก็มืดดับลง หวังว่าทุกท่านจะเพลิดเพลินกับความเข้มข้นที่ผมมอบให้นะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ เข็มทิศมองวิญญาณ
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยอาฆาตใต้เงาธูป: บันทึกคดีวิญญาณอาถรรพ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%