รอยอาฆาตใต้เงาธูป: บันทึกคดีวิญญาณอาถรรพ์•ตอนที่ 33

บทที่ 33

ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
“ถ้าคุณคิดว่าการเอาเลือดตัวเองมาล้างมลทินบนผืนผ้าอาถรรพ์นั่นจะช่วยล้างบาปได้ คุณกำลังดูถูกวิญญาณที่ตายไปเพราะคุณต่ำเกินไปครับ” เสียงของรินราบเรียบ ทว่าทุกคำพูดกลับหนักแน่นราวกับค้อนที่ตอกลงบนลิ่มไม้ หมวดก้องยืนประจันหน้ากับชายชราผู้ครองเรือนไม้สักเก่าแก่ท่ามกลางกลิ่นธูปอบอวลจนน่าคลื่นเหส้า เบื้องหน้าของพวกเขาคือ ‘อาจารย์คง’ ที่กำลังทรุดเข่าอยู่หน้าแท่นบูชา มือเหี่ยวย่นสั่นเทาขณะจรดปลายพู่กันจุ่มโลหิตสีเข้มลงบนผ้าดิบผืนยาว อาจารย์คงไม่ตอบในทันที เขาค่อยๆ วางพู่กันลงช้าๆ ก่อนจะหันมามองรินด้วยนัยน์ตาที่ขุ่นมัวแต่เต็มไปด้วยอำนาจมืด “ริน... เจ้ามองเห็นสิ่งที่ข้าทำใช่ไหม? เจ้าเห็นความทุกข์ระทมที่ข้าพยายามกักขังไว้ในผ้าผืนนี้ เพื่อไม่ให้มันออกไปทำร้ายใครอีก... เจ้าเรียกสิ่งนี้ว่าบาปงั้นหรือ?” “ผมไม่ได้เรียกมันว่าบาปหรอกครับอาจารย์” รินก้าวเข้าไปใกล้โดยไม่หวั่นเกรงต่อไอเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาจากมุมมืดของห้อง “ผมเรียกมันว่า ‘ความเห็นแก่ตัว’ ของฆาตกรที่พยายามจะสวมชุดนักบุญต่างหาก พี่สาวผมไม่ได้ตายเพราะพิธีกรรมเพื่อความสงบสุข แต่ตายเพราะความต้องการอมตะของอาจารย์!” หมวดก้องขยับมือไปจับซองปืนข้างเอวโดยสัญชาตญาณ แม้จะรู้ดีว่าในห้องนี้ กระสุนธรรมดาไม่อาจทำอะไรศัตรูได้ แต่เขาก็ยอมปล่อยให้ความกลัวเข้าครอบงำไม่ได้ “อาจารย์คง... หลักฐานในบ้านพักตากอากาศนั่นมันชัดเจนเกินกว่าจะปฏิเสธ เลิกเล่นละครหน้าตายเสียที ปล่อยตัวประกันออกมา แล้วสารภาพความจริงออกมาเดี๋ยวนี้” อาจารย์คงหัวเราะร่วน เสียงนั้นแหลมสูงจนบาดแก้วหู ก่อนจะค่อยๆ ลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ ร่างกายที่ดูโรยราดูเหมือนจะยืดขยายขึ้นด้วยแรงอาคมที่ปะทุออกมา “ตำรวจ... ความยุติธรรมของพวกคุณมันก็แค่กระดาษที่ขีดเขียนขึ้นมา แต่ความตาย... มันเป็นสัจธรรมที่ข้าเท่านั้นที่ควบคุมได้ พวกเจ้าคิดจริงๆ หรือว่ามาที่นี่แล้วจะได้กลับออกไปอย่างครบสามสิบสอง?” บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปฉับพลัน เปลวไฟจากเทียนเล่มเดียวที่จุดอยู่กลางห้องวูบดับลงพร้อมกัน ทุกอย่างจมดิ่งสู่ความมืดมิด มีเพียงแสงสลัวจากดวงตาของรินที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีเงินยวง รินมองเห็นสิ่งที่คนทั่วไปมองไม่เห็น... วิญญาณนับสิบดวงที่เคยถูกอาจารย์คงสังเวย ต่างค่อยๆ ลอยตัวขึ้นจากพื้นไม้ ผิวหนังของพวกมันซีดเผือด ดวงตาโบ๋กลวงกำลังจ้องมองมายังจอมขมังเวทที่เคยเป็นเจ้านายของตนด้วยความเคียดแค้น “พวกมันหิวโหยเหลือเกิน” รินกระซิบ เสียงของเขาแฝงด้วยความสมเพช “อาจารย์กักขังพวกมันไว้เพื่อใช้เป็นเกราะป้องกันตัว แต่ลืมไปหรือเปล่าครับว่าโซ่ตรวนที่แน่นหนาที่สุด ก็อาจจะขาดสะบั้นได้หากคนถือปลายโซ่เริ่มอ่อนแรง” “เจ้าหมายความว่าอย่างไร!” อาจารย์คงเริ่มลนลาน เขาหยิบเบี้ยแก้ขึ้นมาพนมไว้ในมือ สวดบริกรรมคาถาด้วยเสียงอันดัง แต่ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกลับเป็นสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด วิญญาณเหล่านั้นไม่ได้พุ่งเข้าใส่รินหรือหมวดก้องตามคำสั่งของอาจารย์ แต่มันกลับหันกลับไปหาผู้สร้างของมัน “เจ้าพวกวิญญาณชั้นต่ำ! ข้าสร้างพวกเจ้าขึ้นมา! ข้าให้ที่อยู่อาศัยพวกเจ้า!” อาจารย์คงแผดเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด เมื่อมือที่มองไม่เห็นเริ่มบีบรัดลำคอของเขา หมวดก้องรีบก้าวเข้าไปคว้าตัวอาจารย์คงไว้หวังจะช่วย แต่รินกลับดึงไหล่ของเขาไว้ “อย่าครับหมวด! ถ้าท่านเข้าไปตอนนี้ แรงอาฆาตพวกนั้นจะลากท่านเข้าไปด้วย นี่คือช่วงเวลาที่ท่านคงต้องเผชิญกับเงาของตัวเอง” ท่ามกลางเสียงกรีดร้องโหยหวนของอาจารย์คง ผ้าดิบที่วางอยู่บนแท่นบูชาเริ่มเปลี่ยนสีจากสีขาวเป็นสีแดงฉานเหมือนเลือดที่เพิ่งไหลออกมาสดๆ รินเดินตรงเข้าไปที่แท่นนั้น เขาหยิบยันต์เกราะเพชรที่เคยเก็บรักษาไว้ของพี่สาวออกมาวางทับลงบนผ้า รอยอาฆาตที่พุ่งพล่านในห้องค่อยๆ สงบลงเหมือนพายุที่อ่อนแรง อาจารย์คงทรุดลงกับพื้น สภาพของเขาทรุดโทรมลงในพริบตา ราวกับว่าอายุขัยที่เคยฝืนสังขารไว้ได้หมดสิ้นลงในคราวเดียว เขาเงยหน้ามองรินด้วยสายตาที่แตกสลาย “เจ้า... เจ้าทำได้อย่างไร... คาถาตระกูลข้า... ไม่มีใครทำลายได้...” รินก้มลงมองชายชราที่พ่ายแพ้ด้วยสายตาที่ไม่มีความแค้นหลงเหลืออยู่ เหลือเพียงความว่างเปล่า “ผมไม่ได้ทำลายมันครับอาจารย์ ผมแค่เปิดโอกาสให้พวกเขาได้เลือกเองว่าจะเชื่อฟังฆาตกร... หรือจะทวงคืนความยุติธรรมให้ตัวเอง” ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายคนก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้อง หมวดก้องขมวดคิ้ว เขาจำเสียงรองเท้าบูทเหล่านั้นได้ดี มันไม่ใช่เสียงของตำรวจที่เขานัดแนะไว้ ประตูก็ถูกถีบพังเข้ามาอย่างแรง ร่างของชายสวมชุดดำในเครื่องแบบหน่วยปฏิบัติการพิเศษกรูเข้ามา แต่สิ่งที่ทำให้รินต้องชะงักและก้าวถอยหลังคือบุคคลที่เดินตามหลังชายเหล่านั้นเข้ามา... เขาคือชายวัยกลางคนในชุดสูทเนี้ยบ ใบหน้าเรียบเฉยที่รินจำได้ดีจนใจสั่น “นึกว่าจะหนีผมพ้นเสียอีก ริน” ชายคนนั้นกล่าวพลางยิ้มเย็นที่มุมปาก “ผมเตือนคุณแล้วใช่ไหมว่าอย่ามายุ่งกับเรื่องของตระกูลเรา... โดยเฉพาะเรื่องที่พ่อคุณทิ้งเอาไว้” รินนิ่งค้างไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปหาหมวดก้องที่กำลังตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก เพราะคนที่อยู่เบื้องหน้าคือคนที่มีอำนาจเหนือกว่ากฎหมายที่หมวดก้องเคยยึดถือมาตลอดชีวิต “คุณพ่อผมตายไปสิบปีแล้ว” รินเอ่ยเสียงสั่น “คุณไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องอะไรทั้งนั้น” ชายผู้นั้นหัวเราะเบาๆ ก่อนจะชี้ไปที่ผ้าดิบบนแท่นบูชา “งั้นเหรอ? ลองมองดูดีๆ สิริน สิ่งที่อยู่บนผ้านั่น... มันไม่ใช่เลือดของคนตาย แต่มันคือรายชื่อของคนที่จะต้อง ‘สังเวย’ ต่อไป... และชื่อแรกที่ถูกเขียนไว้บนนั้นน่ะ คือชื่อของตัวคุณเอง” หวังว่าทุกท่านจะเพลิดเพลินกับความเข้มข้นที่ผมมอบให้นะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ เข็มทิศมองวิญญาณ
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยอาฆาตใต้เงาธูป: บันทึกคดีวิญญาณอาถรรพ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%