รอยอาฆาตใต้เงาธูป: บันทึกคดีวิญญาณอาถรรพ์•ตอนที่ 8

นักเชิดหุ่นผู้ไร้เงา

ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
"หมวด... เลิกกอดอกทำหน้าเครียดเสียทีเถอะครับ กระสุนปืนของคุณน่ะจัดการผีไม่ได้หรอก แต่ถ้าจัดการคน... ผมว่าเรากำลังจะพบคนคนนั้นในไม่ช้านี้แล้ว" ผมเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องเก็บหุ่นละครเล็กหลังเก่า กลิ่นอับชื้นของไม้ผุผสมกับกลิ่นธูปอบร่ำที่จางจนเกือบจะมอดดับอบอวลอยู่ในอากาศ ผมกวาดสายตามองไปรอบห้อง หุ่นไม้แกะสลักนับสิบตัวถูกแขวนไว้ด้วยเชือกป่านที่โยงใยราวกับใยแมงมุม แต่ละตัวมีดวงตาที่วาววับผิดธรรมชาติในยามที่แสงไฟฉายจากมือหมวดก้องวูบผ่าน หมวดก้องลดปืนในมือลง สีหน้าเขาซีดเผือดแม้จะพยายามเก็บอาการ "ริน... นายแน่ใจนะว่าพวกมันไม่ได้ 'ขยับ' จริงๆ เมื่อกี้ฉันสาบานได้ว่าเห็นหุ่นตัวที่นั่งบนเก้าอี้โยกมันกะพริบตา" ผมไม่ได้ตอบคำถามนั้นทันที ผมเดินเข้าไปใกล้หุ่นตัวหนึ่ง มันเป็นหุ่นชายแก่ใส่ชฎา ใบหน้าที่สลักเสลาอย่างประณีตนั้นดูวิจิตรเกินกว่าจะเป็นฝีมือช่างชาวบ้านทั่วไป ทว่าความผิดปกติไม่ได้อยู่ที่งานฝีมือ แต่มันอยู่ที่ 'ไอเย็น' ที่แผ่ออกมาจากการเชื่อมต่อของเส้นด้ายที่ข้อมือและข้อเท้าของหุ่นตัวนั้น เส้นด้ายสีแดงชาด... เส้นด้ายที่ไม่ได้ทำจากฝ้าย แต่เป็นเส้นผมมนุษย์ที่ถักทอจนแน่น "มันไม่ใช่แค่หุ่นครับหมวด" ผมเอ่ยเสียงเรียบ พยายามคุมสติไม่ให้สั่นไหว "นี่คือ 'ภาชนะ' ทุกครั้งที่มีคนตายด้วยพิธีกรรมที่คุณพบศพในสภาพไร้จิตวิญญาณ พวกเขาไม่ได้แค่ถูกฆ่า แต่ 'วิญญาณ' ถูกดึงออกมาขังไว้ในหุ่นพวกนี้ เหมือนนักเชิดหุ่นที่กำลังเล่นละครฉากใหญ่ โดยที่คนเชิด... อาจจะกำลังยืนดูเราอยู่จากมุมมืดมุมใดมุมหนึ่งในห้องนี้" หมวดก้องหันขวับไปรอบด้าน สัญชาตญาณตำรวจสายสืบของเขาทำงานทันที "ใคร! ออกมาเดี๋ยวนี้!" ความเงียบคือคำตอบเดียวที่ย้อนกลับมา ทว่าในสายตาของผม โลกในมุมมองที่คนทั่วไปไม่เห็นกลับเริ่มบิดเบี้ยว เงาที่ทอดยาวบนผนังของหุ่นแต่ละตัวไม่ได้เชื่อมต่อกับเจ้าของของมัน แต่มันลากยาวไปรวมกันที่จุดกึ่งกลางของห้อง ราวกับมีกระแสแม่เหล็กดึงดูดความมืดเข้าหากัน "คุณคงไม่คิดว่าผมจะทิ้งร่องรอยให้พวกคุณตามมาง่ายขนาดนั้นหรอก ใช่ไหมครับ?" เสียงแหบพร่าดังก้องขึ้น ไม่ได้มาจากทิศทางใดทิศทางหนึ่ง แต่ดูเหมือนจะแทรกซึมออกมาจากตัวหุ่นทุกตัวพร้อมๆ กัน หมวดก้องเล็งปืนไปที่หุ่นตัวใหญ่สุดกลางห้อง ทว่าผมกลับจับข้อมือเขาไว้แน่น "อย่าทำแบบนั้นครับหมวด นั่นคือกับดัก" ผมกระซิบ "หมายความว่ายังไง?" "ถ้าคุณทำลายหุ่น วิญญาณที่ถูกกักขังจะแตกสลาย และคนที่ทำพิธีนี้จะได้รับพลังงานมหาศาลจากการปลดปล่อยนั้น... เขาต้องการให้คุณเป็นผู้ลงมือครับ" ผมขยับตัวเข้าไปกลางห้อง หยิบยันต์ที่พกติดตัวออกมา วาดนิ้วผ่านอากาศเป็นอักขระโบราณ แสงสีทองจางๆ สะท้อนในดวงตาของผม ผมเห็นแล้ว... เส้นด้ายสีแดงเส้นหนึ่งที่ลอยเคว้งคว้างอยู่อากาศ มันไม่ได้เชื่อมกับหุ่น แต่มันเชื่อมกับ 'ช่องว่าง' ระหว่างมิติในมุมหนึ่งของห้อง ผมตัดสินใจในวินาทีนั้น ผมทิ้งความกลัวที่มีต่อเงาในอดีต ก้าวเข้าไปในความมืดที่ดูเหมือนจะไร้ก้นบึ้งนั้น ผมเอื้อมมือไปคว้าเส้นด้ายสีแดง ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัส ความเย็นจัดราวกับน้ำแข็งทิ่มแทงเข้าสู่หัวใจ ภาพความทรงจำของพี่สาวที่หายไปเมื่อสิบปีก่อนฉายชัดขึ้นมาอีกครั้ง เสียงกรีดร้องที่ถูกกลบด้วยเสียงระฆังพิธี... "ริน! ถอยออกมา!" เสียงหมวดก้องตะโกน แต่เสียงนั้นไกลออกไปทุกที ผมกระชากเส้นด้ายนั้นอย่างแรง ทันใดนั้น เงาที่เคยไร้รูปทรงก็บิดเบี้ยวและก่อตัวเป็นรูปร่างมนุษย์ที่สวมชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าของมันเรียบเนียนไร้ดวงตาและจมูก ราวกับหน้ากากที่ถูกลบเลือนด้วยอำนาจมืด มันไม่ใช่คน แต่มันคือ 'ร่างจำลอง' ของใครบางคนที่เชี่ยวชาญไสยเวทระดับสูง มือที่ไร้เล็บนั้นเอื้อมมาบีบคอผมแน่น แรงกดนั้นมหาศาลจนผมแทบขาดใจ ทว่าในวินาทีที่วิสัยทัศน์ของผมเริ่มมืดดับ ผมกลับเห็นใบหน้าที่แท้จริงที่ซ่อนอยู่หลังพลังงานมืดนั้น ไม่ใช่ใครที่ไหน... แต่เป็นใบหน้าที่ผมคุ้นเคยที่สุดในฐานะศัตรู "อาจารย์คง..." ผมเค้นเสียงผ่านลำคอที่ถูกบีบ เงาสีดำนั้นกระตุกยิ้มที่มุมปาก รอยยิ้มที่ดูเย้ยหยันราวกับจะบอกว่าทุกอย่างคือแผนการที่วางไว้ตั้งแต่วันแรกที่ผมเริ่มสืบคดีนี้ มันไม่ได้กลัวการถูกเปิดโปง แต่มันกำลังรอคอยให้ผมเข้ามาติดกับดักนี้ด้วยตัวเอง เพื่อที่มันจะได้ 'สังเวย' สิ่งที่ล้ำค่าที่สุดในตัวผมเพื่อปิดฉากพิธีกรรมสมบูรณ์แบบ หมวดก้องพุ่งเข้ามาจะช่วย แต่ทันใดนั้น หุ่นละครเล็กนับสิบตัวรอบห้องก็พร้อมใจกันหันขวับมามองเขา ดวงตาไม้แกะสลักที่เคยไร้ชีวิตกลับเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน และพวกมันเริ่มเคลื่อนไหว... ไม่ใช่การชักด้วยมือ แต่มันก้าวลงจากฐานด้วยตัวเอง ทุกอย่างรอบตัวเริ่มพังทลาย ผมรู้ตัวแล้วว่าสิ่งที่เผชิญอยู่ไม่ใช่แค่คดีฆาตกรรม แต่มันคือสงครามระหว่างวิญญาณที่ไม่มีวันจบสิ้น และในจังหวะที่ผมกำลังจะหมดสติ เสียงกระซิบที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นข้างหู "ยินดีต้อนรับสู่หุ่นเชิดตัวใหม่ของข้า... ริน" ผมลืมตาขึ้นในมิติสีขาวโพลน ที่นั่นไม่มีห้องเก็บหุ่น ไม่มีอาจารย์คง แต่สิ่งที่อยู่ตรงหน้ากลับเป็นประตูบานหนึ่งที่เปิดอ้าออก... และคนที่ยืนรออยู่หลังประตูบานนั้น คือร่างของพี่สาวผมในชุดสีขาวเปื้อนเลือด เธอหันมามองผมด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายผมเย็นเฉียบ "ช่วยฉันด้วย... หรือจะให้ฉันเป็นคนเชิดนายเอง?" ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางสำรวจความลับแห่งปรภพไปกับผมในตอนนี้ และเตรียมรับมือกับความจริงที่เจ็บปวดในตอนหน้านะครับ - เข็มทิศมองวิญญาณ
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยอาฆาตใต้เงาธูป: บันทึกคดีวิญญาณอาถรรพ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%