กลิ่นอายคาวเลือดจาง ๆ และฝุ่นผงจากการระเบิดของเวทมนตร์ระดับต่ำยังคงลอยอบอวลอยู่ในห้องโถงใต้ดินชั้นที่สามของดันเจี้ยนซากปรักหักพัง 'เวนเทีย'
“ไม่นึกเลยว่า... มดปลวกชั้นต่ำพวกนี้ จะบังอาจเปิดประตูต้อนรับฉันด้วยผลงานที่น่าสนใจขนาดนี้...”
เสียงหวานกังสดาลแต่เย็นเยียบจนน่าขนลุกดังขึ้นจากความมืดเบื้องหลังม่านควัน อาร์ค (เอลีอาส) หรี่ตาลงเล็กน้อย สัญชาตญาณนักวิเคราะห์ข้อมูลในโลกความเป็นจริงสั่งให้สมองของเขากวาดสายตาคำนวณความน่าจะเป็นและทิศทางการเคลื่อนไหวของสิ่งแปลกปลอมที่เพิ่งปรากฏตัวทันที ในขณะที่เรย์จิยกขวานยักษ์ขึ้นตั้งการ์ดป้องกันอย่างสัญชาตญาณ ใบหน้าบึ้งตึงด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะหลังการต่อสู้
ร่างเพรียวบางของหญิงสาวก้าวพ้นเงื้อมเงาของเสาหินผุกร่อน เส้นผมสีเงินยวงยาวสยายสะท้อนกับแสงเรืองรองของคริสตัลเวทมนตร์บนผนัง เธอสวมชุดคลุมนักเวทสีนิลประดับด้วยลวดลายอูนิมหรืออักขระโบราณที่เรืองแสงสีม่วงเข้ม ดวงตาคู่คมกริบสีอเมทิสต์กวาดมองซากอสูรกายระดับสูงที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ชายหนุ่มในชุดนักบวชสีขาวสะอาดตาผู้ยืนถือไม้เท้าเก่าคร่ำคร่า
“น่าสนใจจริง ๆ... นักบวชฝึกหัดกับนักรบคลั่งสติเฟื่อง แค่สองคนนี้เนี่ยนะ ที่กวาดล้างแนวป้องกันชั้นนอกของ ‘สมาคมเงาโลหิต’ ซะราบคาบ?”
เธอเอ่ยขึ้นพร้อมกับยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะ แต่แววตากลับว่างเปล่าไร้ความรู้สึก อาร์คกระชับไม้เท้าในมือมั่น เขารู้ดีว่าระบบเกม ‘New World Online’ (NWO) เวอร์ชันนี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ผู้เล่นรับมือกับ NPC อิสระหรือเควสต์ระดับสูงด้วยกำลังดึงดัน ทว่าหญิงสาวตรงหน้าไม่ใช่ทั้งผู้เล่นทั่วไปและไม่ใช่บอนด์ที่ระบบสร้างขึ้น เธอน้ำเสียงและพฤติกรรมเต็มไปด้วยข้อมูลส่วนลึกที่ระบบซ่อนไว้
“พวกเราไม่ได้มาเพื่อเป็นศัตรูกับใคร แม่นาง... หรือควรเรียกว่า คุณนักเวทผู้หลงทางในดินแดนรกร้างนี้ดี?” อาร์คเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น รอยยิ้มสุภาพถูกประดับบนใบหน้าเพื่อลดทอนความตึงเครียด แม้ในใจจะคำนวณค่ามานาที่เหลืออยู่ของอีกฝ่ายผ่านการสั่นไหวของละอองเวทมนตร์รอบกายเธอเรียบร้อยแล้ว
เรย์จิส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอ “พูดมากน่าอาร์ค ยัยนี่ปล่อยจิตสังหารใส่เราตั้งแต่ก้าวแรกที่โผล่หัวออกมาแล้ว จะคุยหรือจะให้ฉันฟันให้ขาดเป็นสองท่อน เลือกเอาสักทาง!”
“ใจเย็นน่าเรย์จิ การมีศัตรูเพิ่มในเขตแดนปิดตายแบบนี้ไม่ใช่เรื่องฉลาด” อาร์คเอ่ยปรามสหายร่วมรบด้วยหางตา ก่อนจะหันกลับมาสบตากับจอมเวทสาวผู้มาใหม่ “ดูจากสัญลักษณ์รูปกางเขนกลับหัวที่ชายเสื้อคลุมของคุณแล้ว... คุณคงไม่ใช่คนของอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์สินะคะ”
จอมเวทสาวชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาสีอเมทิสต์วาวโรจน์ขึ้นวูบหนึ่งด้วยความประหลาดใจที่ถูกมองออกอย่างรวดเร็ว เธอหรี่ตาลง ประเมินชายหนุ่มเบื้องหน้าใหม่อีกครั้งอย่างจริงจัง “เจ้าเป็นใครกันแน่... นักบวชที่อ่านค่าสถานะและที่มาของฉันได้ทะลุปรุโปร่งจากแค่ชายผ้าคลุม แบบนี้เขาไม่เรียกว่านักบวชฝึกหัดแล้วกระมัง”
“ฉันชื่อเอลีอาส... เรียกสั้น ๆ ว่าอาร์คก็ได้ ส่วนนี่เรย์จิ เพื่อนร่วมทางของฉัน” อาร์คแนะนำตัวด้วยท่าทีผ่อนคลายราวกับกำลังนั่งจิบชาในร้านค้า มากกว่าจะยืนอยู่ท่ามกลางซากศพในดันเจี้ยนอันตราย “แล้วคุณล่ะ? การที่จอมเวทระดับสูงอย่างคุณมาเดินเพ่นพ่านในเขตซากปรักหักพังเวนเทียตามลำพัง คงไม่ใช่เพราะมาเดินชมวิวหรอกจริงไหมคะ?”
หญิงสาวแค่นหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ เสียงนั้นก้องกังวานน่าฟังแต่แฝงไว้ด้วยความอ้างว้าง “ชื่อของฉัน... ‘เซลีน’ ถ้าพวกนายอยากรู้ขนาดนั้นล่ะก็นะ” เธอกวาดตามองทั้งสองคนอีกครั้ง “ฉันกำลังตามหาบางสิ่ง... สิ่งที่พวกสมาคมเงาโลหิตขโมยไปจากหอคอยโบราณ และดูเหมือนว่า... พวกมันจะทิ้งร่องรอยไว้ที่พวกนาย”
เรย์จิเลิกคิ้วสูง ขวานยักษ์ในมือลดระดับลงเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำว่า ‘สมาคมเงาโลหิต’ “หมายความว่าพวกแก๊งโจรหน้าเลือดที่ดักซุ่มโจมตีเราเมื่อกี้ เป็นพวกเดียวกับคนที่ขโมยของของเธอ?”
“พวกมันเป็นแค่มดปลวกรับจ้าง” เซลีนตอบด้วยน้ำเสียงเหยียดหยาม “แต่ของที่พวกมันขนย้าย... คือกุญแจสำคัญที่จะเปิดประตูสู่ชั้นใต้ดินที่ลึกกว่านี้ ชั้นที่พวกนายไม่มีทางรอดกลับมาได้ถ้าไม่มีเวทมนตร์คุ้มกันของฉัน”
บรรยากาศในห้องโถงเงียบงันลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงสะท้อนของหยดน้ำที่ตกลงกระทบพื้นหินปูน อาร์คหลุบตาลงครู่หนึ่ง สมองประมวลผลข้อมูลมหาศาล ระบบเกมแจ้งเตือนเควสต์เสริมที่ถูกซ่อนไว้โดยอัตโนมัติเนื่องจากเงื่อนไขการสนทนาสอดคล้องกับเนื้อเรื่องหลัก
*‘ติ๊ง! ผู้เล่นเอลีอาสและปาร์ตี้ ได้รับเงื่อนไขปลดล็อกเควสต์ลับระดับ S: เส้นทางสู่หอคอยแห่งพันธสัญญา’*
เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นในหัวของอาร์ค แต่เขาไม่ได้แสดงสีหน้าตื่นตูมออกมาแม้แต่น้อย ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นสบตากับจอมเวทสาวอีกครั้ง รอยยิ้มสุภาพและอบอุ่นถูกส่งให้เธออย่างเป็นมิตร
“ถ้าอย่างนั้น... การที่เรามาร่วมมือกันชั่วคราว น่าจะเป็นทางเลือกที่ฉลาดที่สุดสำหรับทั้งสองฝ่ายนะคะ” อาร์คยื่นข้อเสนอด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่มีพลังชักจูง “คุณต้องการกุญแจและเส้นทางผ่านดงอสูรกาย ส่วนพวกเราต้องการเคลียร์ดันเจี้ยนนี้เพื่อหาวัตถุดิบอัปเกรดอุปกรณ์... ว่าอย่างไรล่ะคะ คุณเซลีน?”
เซลีนมองหน้าอาร์คนิ่งนาน ราวกับพยายามค้นหาความจริงใจใต้คราบนักบวชที่ดูอ่อนแอแต่กลับซ่อนความน่ากลัวเอาไว้ มุมปากของเธอขยับยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มครั้งนี้ดูจริงใจขึ้นกว่าเดิมนิดหน่อย—หรืออาจจะแค่สนุกกับการเดิมพันครั้งนี้มากกว่า
“เจ้าช่างเป็นนักบวชที่น่ารังเกียจเสียจริง เอลีอาส” เซลีนสะบัดมือขวาเบา ๆ ละอองแสงสีม่วงพวยพุ่งออกมาจากปลายนิ้วรวมตัวกันเป็นคัมภีร์เวทมนตร์ลอยเคว้งคว้างในอากาศ “แต่เอาเถอะ... ฉันยอมรับข้อเสนอก็ได้ ในฐานะที่พวกนายยังมีประโยชน์อยู่บ้าง”
เรย์จิพ่นลมหายใจออกทางจมูกอย่างโล่งอก แม้จะยังไม่ค่อยไว้วางใจยายแม่มดปากร้ายคนนี้เท่าไหร่นัก แต่เขารู้ดีว่าการตัดสินใจของอาร์คมักจะถูกต้องเสมอ “ก็ดี มีคนช่วยกวาดพวกเวรนั่นน่าจะประหยัดเวลาไปได้เยอะ... ว่าแต่ เธอน่ะ ใช้เวทมนตร์ธาตุอะไรเป็นหลัก? ฉันเกลียดพวกจอมเวทที่ชอบร่ายเวทนานจนโดนตัวประหลาดสับเป็นชิ้นๆ ก่อนจะร่ายจบนะ”
“หึ เจ้าทึบเอ้ย...” เซลีนปรายตามองเรย์จิด้วยความหมั่นไส้ “ไว้ถึงเวลา—นายจะได้เห็นเองว่าเวทมนตร์ของฉันมันเร็วและรุนแรงกว่าขวานทื่อๆ ของนายแค่ไหน”
อาร์คมองภาพการโต้เถียงกันเบา ๆ ระหว่างสหายร่วมรบสายลุยกับจอมเวทสาวผู้มีอดีตปริศนาแล้วก็ได้แต่ยิ้มบาง ๆ ในใจ เขารู้สึกได้ว่าการเดินทางครั้งนี้กำลังจะก้าวไปสู่ความซับซ้อนที่สนุกสนานกว่าที่คาดไว้มาก ทีมดิบเถื่อนของพวกเขาไม่ได้มีแค่สองคนอีกต่อไปแล้ว และสมดุลของพลังในปาร์ตี้ก็กำลังจะเปลี่ยนไปอย่างถาวร
ทว่า... ในวินาทีที่อาร์คกำลังจะเอ่ยปากสรุปแผนการเดินทางขั้นต่อไป เสียงระฆังเตือนภัยโบราณจากส่วนลึกที่สุดของดันเจี้ยนก็ดังขึ้นกังวาน
*ก๊องงงงง—!*
เสียงนั้นไม่ได้มาจากระบบเกม แต่มันคือเสียงสะท้อนจากมิติเวลาที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้น ละอองแสงรอบตัวเซลีนแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานในพริบตา ดวงตาสีอเมทิสต์ของเธอเบิกกว้างด้วยความตกใจขีดสุด
“บ้านน่า... เป็นไปไม่ได้!” เซลีนอุทานออกมาเสียงหลง “พวกมันไม่ได้ขโมยแค่กุญแจ... แต่พวกมันเปิด ‘ผนึก’ ไปแล้วต่างหาก!”
พื้นห้องโถงใต้ดินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง รอยแยกสีดำสนิทปรากฏขึ้นกลางอากาศเบื้องหน้าพวกเขาทั้งสามคน และจากรอยแยกนั้น... ดวงตาสีทองคู่มหึมาที่เต็มไปด้วยความแค้นนับพันปีก็ลืมตาขึ้นจ้องมองมายังพวกเขา!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับทีมสุดแสบนี้เสมอนะคะ
เซียนกลยุทธ์สายซัพพอร์ต กับทีมดิบเถื่อนที่ไม่รู้จักคำว่าแพ้•ตอนที่ 8
สมาชิกคนที่สามของทีม
ผลงานโดย พรีสต์สายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พรีสต์สายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกลยุทธ์สายซัพพอร์ต กับทีมดิบเถื่อนที่ไม่รู้จักคำว่าแพ้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!