"หุบปากซะ เรย์จิ!"
เสียงตวาดต่ำๆ ของอาร์คไม่ได้ดังมากนัก ทว่ามันกลับเฉียบคมราวกับใบมีดน้ำแข็งที่กรีดผ่านความกดอากาศอันหนักอึ้งในห้องโถงใต้ดิน รอยแยกสีดำสนิทกลางอากาศยังคงแผ่ไอทมิฬเย็นเยียบออกมา ดวงตาสีทองคู่มหึมาที่จ้องมองลงมาจากความว่างเปล่านั้นเต็มไปด้วยจิตสังหารระดับที่ทำให้ระบบแจ้งเตือนสีแดงฉานสั่นระรัวอยู่มุมสายตาของทุกคน
แต่สิ่งที่ขยับเคลื่อนไม่ใช่เรย์จิผู้มักจะพุ่งเข้าใส่ปัญหาด้วยขวานยักษ์ในมือ... กลับเป็นอستซอร์บ (Absorb) ของเขตข้อมูลที่บิดเบี้ยว
"ถอยเท้าซ้ายกลับไปครึ่งก้าว ย่อศูนย์ถ่วงลง แล้วปิดระบบประสานเวทมนตร์ธาตุไฟในดาบของนายซะ เรย์จิ" อาร์คออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไหล่บางภายใต้ชุดคลุมนักบวชสีขาวสะอาดไม่ได้สั่นเทาเลยแม้แต่น้อย แม้ว่าแรงกดดันจากดวงตาสีทองนั้นจะทำให้หินใต้ฝ่าเท้าเริ่มร้าวรานแล้วก็ตาม
"แต่ไอ้ตัวประหลาดนั่นมัน—"
"ฉันบอกให้ปิด!" อาร์คหน้าตึงขึ้นเล็กน้อย ดวงตาสีฟ้าใสภายใต้กรอบแว่นโลหะฉายแววดุดันที่นานๆ ครั้งจะได้เห็น "นายคิดว่าเรามาที่นี่เพื่อทดสอบพลังโจมตีรึไงคะ? ถ้ายังใช้สัญชาตญาณดิบเถื่อนเข้าแลกอีกแม้แต่ครั้งเดียว พวกเราทั้งหมด—รวมถึงฉันด้วย—จะกลายเป็นแค่เศษข้อมูลที่ถูกรีเซ็ตในสามวินาทีนี้แหละ"
เรย์จิขบกรามแน่นจนกล้ามเนื้อสันกรามปูดโปน มือหนาที่กำด้ามขวานสั่นระริกด้วยความคับแค้นใจ แต่เมื่อเหลือบไปเห็นดวงตาที่สงบนิ่งแต่เด็ดเดี่ยวของนักวิเคราะห์ประจำทีม เขาก็พ่นลมหายใจร้อนผ่าวออกมาทางจมูก ก่อนจะยอมถอยเท้าซ้ายตามคำสั่ง และปลดปล่อยออร่าความโกรธเกรี้ยวที่ห่อหุ้มร่างกายให้สลายหายไปในพริบตา
บรรยากาศรอบตัวพลันเปลี่ยนไปอย่างน่าประหลาด
เมื่อพลังดิบที่พวกเขามักจะใช้ฟาดยันศัตรูถูกเก็บซับไว้ แรงกดดันจากรอยแยกสีดำเบื้องหน้าก็ดูเหมือนจะไร้เป้าหมายในการโจมตี รอยแยกนั้นสะดุดกึก ดวงตาสีทองกะพริบช้าๆ คล้ายกับสัตว์ประหลาดโบราณที่กำลังงุนงงเมื่อเหยื่อในกรงเล็บจู่ๆ ก็กลายเป็นธาตุอากาศที่ไม่ส่งเสียงหรือแรงกระตุ้นใดๆ ออกมา
นี่คือหัวใจสำคัญของ "พื้นที่ต้องห้าม" ชั้นใต้ดินระดับ 4 ที่อาร์คใช้เวลาวิเคราะห์โครงสร้างโค้ดมานานแรมสัปดาห์
โลกของ VRMMO เรื่องนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยพลังโจมตีที่รุนแรงที่สุดเสมอไป แต่ระบบถูกออกแบบมาบนพื้นฐานของ "กฎแห่งปฏิกิริยา" (Action-Reaction Engine) ทุกครั้งที่ผู้เล่นใช้พลังดิบโจมตี ระบบจะดึงเอาข้อมูลพลังงานนั้นไปเป็นเชื้อเพลิงให้กับบอสในการสวนกลับ ยิ่งพวกเขารุนแรงเท่าไหร่ บอสก็ยิ่งไร้เทียมทานมากขึ้นเท่านั้น
อาร์คก้าวเท้าขึ้นมาอยู่แถวหน้าสุด มือเรียวบางยกขึ้นจัดแว่นตาเล็กน้อย ก่อนที่ปลายนิ้วเรียวจะแตะลงบนอากาศว่างเปล่า หน้าต่างอินเทอร์เฟซสีฟ้าใสขนาดมหึมาปรากฏขึ้นพร่าพรายเต็มพื้นที่ มันเต็มไปด้วยผังโครงสร้างข้อมูลเวทมนตร์และจุดอ่อนทางเรขาคณิตของมิติที่ฉีกขาด
"จำไว้นะคะ..." อาร์คกล่าวกับสมาชิกในทีมด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลขึ้น แต่ยังคงความเข้มงวดไว้ครบถ้วน "การซัพพอร์ตไม่ได้แปลว่าการยืนอยู่ข้างหลังแล้วคอยร่ายฮีลพร่ำเพรื่อ แต่เป็นการควบคุมกระแสข้อมูลทั้งหมดในสนามรบ เพื่อไม่ให้พวกนายต้องเปลืองแรงไปกับสิ่งที่ไม่จำเป็น"
มือกวาดผ่านหน้าต่างอินเทอร์เฟซ โค้ดคำสั่งแสงสีทองอร่ามถูกโปรยปรายลงไปบนพื้นราวกับละอองดาว ทุกเส้นสายตกลงเชื่อมต่อกับจุดอับสายตาของรอยแยกสีดำอย่างแม่นยำราوกับจับวาง
"เรย์จิ ทางขวา... ใช้ทักษะ [กระแทกเงียบ (Silent Bash)] ในมุมองศาที่สามสิบห้า ไม่ใช่เพื่อโจมตีมัน แต่เพื่อสะท้อนแรงสั่นสะเทือนกลับเข้าไปในแกนกลางของมันเอง... ตอนนี้!"
เรย์จิคำรามในลำคอ ร่างกายพุ่งทะยานออกไปราวกับลูกศรที่หลุดจากแหล่ง แม้จะไม่มีออร่าเพลิงผลาญหรือเสียงคำรามกึกก้องเหมือนทุกที แต่ทักษะที่ถูกบีบอัดจนเหลือเพียงแรงกระแทกบริสุทธิ์กลับพุ่งเข้ากระทบจุดเชื่อมต่อมิติได้อย่างสมบูรณ์แบบ เสียงระเบิดทุ้มต่ำดัง "ตึ้ง!" สะท้านสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ
รอยแยกสีดำสะท้านเฮือก ดวงตาสีทองเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจระคนเจ็บปวด
"ดีมากค่ะ" อาร์คแย้มรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่งดงามท่ามกลางความมืดมิดและอันตราย แต่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจอย่างท่วมท้น "ขั้นตอนต่อไปคือการประสานจังหวะ... อย่าให้ช่องว่างของข้อมูลมีรอยรั่วแม้แต่มิลลิเมตรเดียว พวกเราจะปิดผนึกเจ้านี่ด้วยสมอง ไม่ใช่กำลัง"
ทั้งสามคนเริ่มเคลื่อนไหวประสานกันอย่างเป็นเนื้อเดียวกัน ภายใต้การชี้นำของอาร์คที่เปรียบเสมือนวาทยกรผู้ควบคุมวงออเคสตราแห่งความตาย ทุกย่างก้าว ทุกจังหวะการหายใจ และทุกทักษะที่ถูกปล่อยออกไป ล้วนถูกคำนวณมาอย่างประณีตราวกับงานศิลปะชั้นเลิศ ไม่มีพลังงานส่วนเกิน ไม่มีเสียงคำรามอย่างไร้ประโยชน์ มีเพียงความเงียบงันอันทรงพลังที่ค่อยๆ บีบอัดรอยแยกมิติให้แคบลงเรื่อยๆ
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่มีใครล่วงรู้ จนกระทั่งแสงสีทองจากคำสั่งสุดท้ายของอาร์คประสานเข้าหากันจนเกิดเป็นตาข่ายแสงสมบูรณ์แบบ รอยแยกสีดำกรีดร้องด้วยเสียงที่ไร้คลื่นความถี่ ก่อนจะปิดสนิทลงอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งไว้เพียงความเงียบสงัดและละอองแสงระยิบระยับที่ร่วงหล่นลงสู่พื้น
เรย์จิหอบหายใจหนักหน่วง ทรุดตัวลงนั่งคุกเข่ากับพื้นด้วยความอ่อนระล้า แต่แววตาที่มองแผ่นหลังของนักบวชหนุ่มนั้นเต็มไปด้วยความทึ่งและนับถืออย่างสนิทใจ
อาร์คถอนหายใจยาวเหยียด ปิดหน้าต่างอินเทอร์เฟซทั้งหมดลง ก่อนจะหันกลับมาส่งยิ้มเหนื่อยอ่อนให้เพื่อนร่วมทีม
"เห็นไหมคะ? ถ้าเรารู้จักใช้สมองมากกว่ากำลัง ทุกปัญหาก็มีทางออกเสมอ..."
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนของระบบดังขึ้นอย่างกะทันหัน ขัดจังหวะคำพูดของอาร์ค หน้าต่างสีแดงเข้มขอบทองอร่ามพุ่งทะยานขึ้นมาจากพื้นดินเบื้องหน้าของพวกเขาโดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า ตัวอักษรภาษาอังกฤษขนาดใหญ่สลักเด่นหรี่แสงกะพริบถี่ๆ อยู่กลางอากาศ
[ระบบตรวจพบการแทรกแซงจากภายนอก: ภารกิจลับระดับ SSS - "ผู้บุกเบิกแห่งบรรพกาล" ถูกปลดล็อกโดยสมบูรณ์]
[คำเตือน: ข้อมูลการต่อสู้เมื่อครู่ได้ถูกส่งต่อไปยัง "ผู้ดูแลระบบหลัก" เนื่องจากท่านฝ่าฝืนกฎการจัดสรรพลังของเขตพื้นที่ต้องห้าม]
[ประตูมิติเบื้องหลังของท่านกำลังเปิดออก... และร่างเงาของบุคคลที่ท่านไม่คาดคิดที่สุดกำลังก้าวเท้าออกมาจากความมืดมิดนั้น...]
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับ "พรีสต์สายลุย" นะคะ
เซียนกลยุทธ์สายซัพพอร์ต กับทีมดิบเถื่อนที่ไม่รู้จักคำว่าแพ้•ตอนที่ 9
ฝึกฝนในพื้นที่ต้องห้าม
ผลงานโดย พรีสต์สายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พรีสต์สายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกลยุทธ์สายซัพพอร์ต กับทีมดิบเถื่อนที่ไม่รู้จักคำว่าแพ้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!