เซฟโซนที่ชื่อนายวิศวกร•ตอนที่ 22

จังหวะหัวใจที่ผิดปกติ

ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
"อย่าบอกนะว่าคุณกลัวความมืด, รินรดา" น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยขึ้นในความมืดสนิทราวกับถูกควักมาจากก้นบึ้งของความรู้สึก ไม่ได้มีความเยาะเย้ยถากถางอย่างที่ควรจะเป็น หากแต่เจือไว้ด้วยความระแวดระวังบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งขรึม "ฉันไม่ได้กลัวความมืด... ฉันแค่เกลียดพื้นที่แคบๆ ที่อากาศหายใจน้อยลงต่างหาก" รินรดาตอบกลับทันควัน เสียงของเธอลอดผ่านไรฟันที่ขบเข้าหากันเล็กน้อยเพื่อสะกดกลั้นอาการวิงเวียนที่เริ่มตีตื้นขึ้นมาตั้งแต่เสี้ยววินาทีที่ลิฟต์โดยสารตัวเก่งของตึกทำการกระตุกอย่างรุนแรงสามครั้งก่อนจะดับวูบลง พร้อมกับตัวเลขดิจิทัลเรืองแสงสีแดงที่ตัดขาดสะบั้นลงอย่างไร้เยื่อใย บรรยากาศภายในห้องโดยสารสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดไม่กี่ตารางเมตรบีบอัดลงราวกับผนังกำลังขยับเข้าหากัน ปลายจมูกของหญิงสาวได้กลิ่นน้ำหอมกลิ่นไม้จันทน์เจือกลิ่นอายความเย็นจากตัวของคนที่ยืนอยู่ห่างออกไปไม่ถึงคืบ มันคือกลิ่นเดียวกับที่เธอคุ้นเคยและพยายามจะตีตัวออกห่างมาตลอดทั้งสัปดาห์ แต่ในสถานการณ์ที่ออกซิเจนเริ่มบางเบาลงทุกที กลิ่นกายของตịchกลับทำหน้าที่เหมือนสารเสพติดที่ดึงดูดให้สติของเธอเตลิดเปิดเปิงยิ่งกว่าเดิม ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจที่เริ่มไม่สม่ำเสมอของรินรดาและเสียงเครื่องปรับอากาศที่หยุดทำงานอย่างสิ้นเชิง ความร้อนระอุเริ่มก่อตัวขึ้นตามธรรมชาติของตึกสูงระฟ้า *กริ๊ก...* แสงไฟฉุกเฉินสีส้มสลัวดวงเล็กติดพรึบขึ้นที่มุมเพดาน แม้จะให้แสงสว่างน้อยนิดจนแทบมองไม่เห็นเค้าโครงใบหน้าของกันและกัน แต่อย่างน้อยมันก็มากพอที่จะทำให้ตฤณมองเห็นเม็ดเหงื่อกาฬที่ผุดพรายขึ้นตามกรอบหน้าเนียนและไรผมของหญิงสาว รินรดากำลังพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะไม่แสดงความอ่อนแอออกมาให้ผู้ชายสายตาดุอย่างเขาได้เห็น แต่แผ่นหลังบางที่แนบชิดกับผนังโลหะเย็นเฉียบและการกอบกุมชายเสื้อเชิ้ตของตัวเองแน่นจนข้อต่องอเกร็งนั้น ฟ้องความจริงทุกอย่างชัดเจนยิ่งกว่าคำพูด ตฤณถอนหายใจยาวเหยียดอย่างจนใจ เขาขยับตัวเข้าหาอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว ก้าวเท้าเพียงก้าวเดียวก็ลดระยะห่างระหว่างเขากับเธอจนแทบไม่เหลือช่องว่าง "ถอยไปหน่อยสิ ตฤณ อากาศมัน..." รินรดาเอ่ยเสียงพร่า เมื่อเงาของร่างสูงใหญ่ทาบทับลงมาจนเธอรู้สึกเหมือนถูกโอบล้อมด้วยอ้อมกอดกลายๆ โดยที่เขายังไม่ได้แตะต้องตัวเธอด้วยซ้ำ "ถ้าผมถอย คุณอาจจะเป็นลมล้มพับไปก่อนที่ทีมช่างกู้ภัยจะงัดประตูนี้ออกสำเร็จนะครับ, คุณหัวหน้าแผนก" ตฤณสวนกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แววตาที่มองฝ่าความมืดสลัวนั้นเต็มไปด้วยความห่วงใยที่ถูกห่อหุ้มไว้ด้วยความดุดันตามนิสัยของเขา มือหนายื่นออกไปกดปุ่มฉุกเฉินค้างไว้นานเกินสิบวินาที เสียงสัญญาณเตือนดังยาวนานก่อนจะเงียบหายไปอย่างไร้การตอบรับ สัญญาณโทรศัพท์มือถือบนหน้าจอของทั้งคู่แสดงผลเป็นกากบาทสีแดงสนิท ไร้ซึ่งคลื่นสัญญาณใดๆ เล็ดลอดเข้ามาในกล่องเหล็กทึบนี้ได้ การติดอยู่ชั้นที่ยี่สิบห้าของอาคารสำนักงานใหญ่ในยามวิกาลหลังเวลาเลิกงาน ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่น่าพิสมัยเลยสักนิด โดยเฉพาะเมื่อนึกถึงร่องรอยการรื้อค้นระบบควบคุมเซิร์ฟเวอร์ที่ชั้นใต้ดินที่พวกเขาเพิ่งเดินตรวจร่วมกันก่อนเกิดเหตุ "เมฆา..." รินรดากัดริมฝีปากล่างเบาๆ นึกโยงใยถึงเหตุการณ์ประหลาดก่อนหน้านี้ "ฉันว่าเรื่องนี้มันไม่ใช่แค่เหตุการณ์ลิฟต์ขัดข้องธรรมดาแน่ๆ ระบบไฟทั้งโซนตึกนี้ถูกตัดพร้อมกันโดยฝีมือคน... และคนที่ได้ประโยชน์ที่สุดจากการที่โปรเจกต์นี้ส่งมอบช้าก็คือมัน" "รู้ตัวช้าไปหน่อยนะครับ แต่ก็ยังดีกว่าไม่รู้" ตฤณตอบเสียงต่ำ นัยน์ตาคมกริบกวาดมองไปรอบตัวก่อนจะตัดสินใจทำบางสิ่งที่ทำให้รินรดาต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ชายหนุ่มปลดกระดุมเม็ดบนสุดของเสื้อเชิ้ตทำงานออกอย่างไร้ความลังเล ก่อนจะถอดเสื้อสูทเนื้อดีพาดไว้ที่แขน แล้วขยับเข้าไปประชิดตัวหญิงสาวจนหน้าอกของเขาเกือบแนบชิดกับลาดไหล่ของเธอ ตฤณยกแขนขึ้นทั้งสองข้างแล้วใช้มือทาบลงบนผนังโลหะด้านหลังของรินรดา กักร่างเธอไว้ในวงแขนอย่างเบ็ดเสร็จ เป็นท่าทางที่ก้ำกึ่งระหว่างการปกป้องคุ้มครองกับการรุกรานหัวใจจนคนถูกกระทำแทบลืมหายใจ "ทะ... ทําอะไรของคุณ ตฤณ!" รินรดาละล่ำละลักถาม มือเล็กข้างหนึ่งเผลอวางทาบลงบนแผงอกกว้างของเขาโดยไม่รู้ตัว ความอบอุ่นจากร่างกายของชายหนุ่มแผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้าเข้ามาปะทะฝ่ามือ จนเธอรู้สึกราวกับถูกกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ วิ่งพล่านผ่านผิวหนัง "ประหยัดออกซิเจนครับ" เขาตอบหน้าตาย น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความเจ้าเล่ห์ที่นานๆ ครั้งจะได้เห็น "พื้นที่ตรงนี้อากาศหมุนเวียนน้อยที่สุด ยิ่งคุณพูดมาก อัตราการหายใจยิ่งเร็ว คุณอยากหมดสติคาอกผมหรือไงครับ รินรดา" "คุณ... นี่มันเวลามาเล่นลิ้นหรือไง!" เธอเงยหน้าขึ้นต่อว่า ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความขัดเคืองระคนความเขินอายที่พุ่งสูงจนใบหน้าร้อนผ่าว แม้ในยามคับขัน ผู้ชายคนนี้ก็ยังไม่วายหาจังหวะมากวนประสาทเธอได้ "ผมไม่ได้เล่น" ตฤณก้มหน้าลงมาใกล้ขึ้น จนลมหายใจอุ่นร้อนของเขารดรินอยู่เหนือปลายจมูกของเธอ ระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงแค่คืบเดียวเท่านั้น ในแสงสว่างสีส้มสลัว รินรดาเห็นแววตาจริงจังที่สั่นไหววูบหนึ่งอย่างปิดไม่มิด "ผมกำลังช่วยชีวิตคุณ... และในขณะเดียวกัน ผมก็กำลังจัดการกับหัวใจตัวเองที่มันเต้นผิดจังหวะตั้งแต่คุณเข้ามาใกล้เกินไปแบบนี้เหมือนกัน" คำสารภาพที่หลุดออกมาอย่างไร้การปรุงแต่ง ทำเอาสมองของรินรดาขาวโพลนไปชั่วขณะ ไดอะล็อกคมคายที่ปกติเธอใช้ฟาดฟันกับคู่แข่งทางธุรกิจและผู้ชายปากแข็งคนนี้หายไปอย่างไร้ร่องรอย หัวใจเจ้ากรรมทรยศด้วยการกระหน่ำเต้นโครกครากรุนแรงเสียจนเธอกลัวว่าเขาจะได้ยินมัน "ตฤณ..." ชื่อของเขาหลุดจากริมฝีปากบางแผ่วเบา ราวกับเสียงกระซิบ ตฤณไม่ปล่อยให้เธอได้ตั้งตัว มือข้างหนึ่งที่เคยยันผนังเปลี่ยนมาเลื่อนขึ้นประคองกรอบหน้าเนียนนุ่มของเธอไว้อย่างทะนุถนอม นิ้วโป้งของเขาเกลี่ยไล่หยาดเหงื่อบริเวณโหนกแก้มแผ่วเบา สัมผัสนั้นอ่อนโยนและแตกต่างจากภาพลักษณ์วิศวกรผู้เย็นชาคนเดิมอย่างสิ้นเชิง ความเงียบรอบตัวราวกับถูกตัดขาดจากโลกภายนอก เหลือเพียงเสียงจังหวะหัวใจของคนทั้งคู่ที่เต้นประสานกันเป็นจังหวะเดียว "ผมทนมองคุณวิ่งตามเกมของคนอื่นมามากพอแล้วนะรินรดา..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบชิดริมหีบปากของเธอ แววตาคมกริบฉายประกายความคลั่งรักที่ถูกกดทับมานานจนระเบิดออกมาในพื้นที่จำกัดนี้ "เลิกดื้อกับผมสักทีได้ไหม... ต่อจากนี้ ให้ผมเป็นคนจัดการเอง" ดวงตากลมโตมองสบกับนัยน์ตาคู่คมที่สะท้อนเงาของเธออยู่ภายในนั้น ความรู้สึกหลากหลายถาโถมเข้าใส่จนหัวใจดวงน้อยสั่นสะเทือน ปมในใจเรื่องความคาดหวังที่เคยแบกรับไว้ลำพังราวกับถูกมืออุ่นคู่นี้ปัดเป่าให้เบาบางลงทีละน้อย ความใกล้ชิดที่ไร้ซึ่งช่องว่างทำให้สติสัมปชัญญะของรินรดากำลังจะหลุดลอย ทว่าในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะเคลื่อนเข้าหาเพื่อปิดระยะห่างสุดท้าย เสียงสัญญาณเตือนภัยกริ่งฉุกเฉินและเสียงโลหะกระแทกกันด้านนอกก็ดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับแสงไฟสว่างจ้าที่สาดส่องเข้ามาเมื่อประตูลิฟต์ถูกงัดอ้าออกทีละครึ่ง "หัวหน้าครับ! คุณตฤณ! อยู่ข้างในไหมครับ!" เสียงตะโกนเรียกอย่างร้อนรนของลูกน้องหนุ่มดังแทรกเข้ามา ตฤณชะงักเล็กน้อย เขากลืนคำพูดที่เหลือลงคออย่างนึกเสียดาย แต่สายตายังคงจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่ยังคงมีร่องรอยของความตื่นตระหนกเจือความเสียดายไม่แพ้กัน ก่อนที่ร่างของใครบางคนจะก้าวพรวดพ้นประตูลิฟต์เข้ามาเพื่อทำลายบรรยากาศอันตึงเครียดและหวานล้ำนี้ ตฤณก็โน้มตัวลงกระซิบประโยคสุดท้ายข้างใบหูของเธอด้วยน้ำเสียงพร่าระรัวที่ทำให้หัวใจของรินรดากระตุกวูบ "เรื่องของเรา... ยังเคลียร์กันไม่จบนะครับ รินรดา" ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจเต้นไปกับตัวละครของผมเสมอนะครับ - ดรากอนไรเดอร์ -
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนที่ชื่อนายวิศวกร นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%