เซฟโซนที่ชื่อนายวิศวกร•ตอนที่ 23

กฎกติกาที่เปลี่ยนไป

ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
"ถ้าคุณยังเดินเร็วกว่านี้อีกก้าวเดียว ผมจะถือว่าคุณกำลังวิ่งหนีความจริงบางอย่างนะครับ รินรดา" เสียงทุ้มต่ำที่ลอยละลิ่วมาจากด้านหลัง ทำให้ร่างบางที่กำลังสาวเท้าก้าวฉับๆ เพื่อทิ้งระยะห่างจากห้องประชุมใหญ่ถึงกับชะงักกึก รินรดาเม้มริมฝีปากแน่นอย่างขัดใจ ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเรียกสติแล้วหมุนตัวกลับไปประจันหน้ากับต้นเสียง ตฤณยืนกอดอกพิงผนังกระจกใสของสำนักงานใหญ่วิศวกรรมด้วยท่าทีสบายๆ ทว่าแววตาคมกริบหลังกรอบแว่นสายตากลับพราวระยับราวกับเสือหนุ่มที่กำลังสนุกกับการต้อนเหยื่อให้จนมุม สลัดภาพวิศวกรผู้เคร่งขรึมและเป๊ะทุกระเบียดนิ้วที่เพิ่งสั่งสอนตัวแทนฝ่ายคู่แข่งในห้องประชุมไปเมื่อสิบนาทีที่แล้วเสียสนิท "ฉันไม่ได้วิ่งหนี แค่ไม่อยากเสียเวลาฟังคนหลงตัวเองพูดเรื่องไร้สาระค่ะ... เอ้ย! ครับ" รินรดาเผลอหลุดคำติดปากออกมาตามสัญชาตญาณก่อนจะรีบแก้คำพูดแทบไม่ทัน เมื่อเห็นมุมปากของฝ่ายตรงข้ามกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางๆ ที่เจ้าตัวมักใช้เวลาเหนือกว่า "หึ... ติดปากเก่งจริงๆ นะครับเรื่องเถียงเนี่ย" ตฤณผละออกจากผนัง ก้าวเข้ามาใกล้ทีละนิดอย่างไม่รีบร้อน แต่สร้างแรงกดดันมหาศาลให้หัวใจดวงน้อยในอกของหญิงสาวเต้นผิดจังหวะ "แล้วก็... เรื่องที่ผมพูดในห้องประชุมเมื่อกี้ มันคือข้อเท็จจริงทางวิศวกรรม ไม่ใช่เรื่องไร้สาระ" "ข้อเท็จจริงที่เจาะจงเฉพาะตัวฉันมากเกินไปหรือเปล่าคะ... ครับ!" รินรดาตวัดสายตาคมกริบใส่ ร่างบางก้าวถอยหลังโดยอัตโนมัติเมื่อร่างสูงใหญ่ของวิศวกรหนุ่มรุกคืบเข้ามาใกล้จนระยะห่างลดลงเหลือเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นกายสะอาดเจือจางด้วยกลิ่นมินต์อ่อนๆ ลอยปะทะจมูก ยิ่งทำให้เผลอใจเต้นแรงอย่างควบคุมไม่ได้ ย้อนกลับไปในห้องประชุมเมื่อครู่ ท่ามกลางความตึงเครียดของโปรเจกต์ใหญ่ที่กำลังจะถูกเมฆาและทีมงานจากบริษัทคู่แข่งฉวยโอกาสฮุบผลงานไปครอง ตฤณกลับเลือกที่จะปกป้องเธอด้วยการหักหน้าคู่แข่งแบบนิ่มนวลแต่เจ็บแสบ โดยอ้างอิง "สิทธิ์" และ "ความทุ่มเท" ของรินรดาในฐานะหัวหน้าโปรเจกต์ ซึ่งคำว่าทุ่มเทนั้น... สายตาของเขาที่มองมามันมีความหมายลึกซึ้งเกินกว่าเรื่องงานไปไกลโข "ผมก็แค่ปกป้องคนที่สมควรได้รับเครดิต" ตฤณหยุดยืนตรงหน้า ร่างสูงก้มลงมองสบตาผ่านความสูงที่ต่างกันเล็กน้อย แววตาที่มักจะเย็นชากลับฉายประกายความอบอุ่นบางเบาที่ทำเอาคนมองต้องหลบสายตา "อีกอย่าง... ผมไม่ชอบให้ใครมาเอาเปรียบคุณ โดยเฉพาะไอ้เมฆา" ชื่อสุดท้ายถูกเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่กดต่ำลงเล็กน้อย เจือความไม่พอใจไว้อย่างชัดเจนจนรินรดาต้องเงยหน้าขึ้นมอง "คุณเมฆาก็แค่... ทำตามหน้าที่ของเขาเหมือนที่เราทำ" รินรดาเถียงเสียงเบาลงโดยไม่รู้ตัว เมื่อสัมผัสได้ถึงความหึงหวงจางๆ ที่แผ่ออกมาจากผู้ชายตรงหน้า "หน้าที่เหรอครับ?" ตฤณแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตราวกับจะค้นหาความจริงบางอย่าง "หน้าที่ของมันคือการจ้องจะเลื่อยขาเก้าอี้คุณ และคอยหาทางดึงคุณออกไปจากโปรเจกต์นี้... ซึ่งผมไม่มีวันยอมให้เกิดขึ้นเด็ดขาด" บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกลดอุณหภูมิลงจนเงียบงัด เสียงจอแจของพนักงานออฟฟิศด้านนอกเหมือนถูกกลืนหายไปกับความเงียบระหว่างคนทั้งคู่ รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินมัน นี่ไม่ใช่การทำงานร่วมกันแบบปกติวิสัย แต่มันคือ "การรุกคืบ" ที่แนบเนียนและอันตรายต่อหัวใจของเธอเสียเหลือเกิน "คุณ... พูดเหมือนฉันปกป้องตัวเองไม่ได้อย่างนั้นแหละ" เธอยังคงรักษากำแพงความแข็งกระด้างไว้ด้วยน้ำเสียงประชดประชัน แม้ว่าพวงแก้มเนียนจะเริ่มขึ้นสีแดงเรื่ออย่างปิดไม่มิด "คุณเก่ง รินรดา... เก่งจนบางครั้งผมก็หมั่นไส้" ตฤณเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลขึ้นอย่างกะทันหัน จนคนฟังถึงกับชะงัก นิ้วเรียวยาวของวิศวกรหนุ่มยกขึ้นปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มของเธอออกให้อย่างเบามือ สัมผัสอุ่นจัดจากปลายนิ้วที่ปัดผ่านผิวแก้มทำเอาร่างบางสะấuเฮือกราวกับถูกกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ ช็อต "แต่ต่อให้คุณเก่งแค่ไหน คุณก็มีสิทธิ์ที่จะเหนื่อย และมีสิทธิ์ที่จะหาใครสักคนไว้พิง... ในวันที่โลกมันเหวี่ยงใส่แรงๆ" คำพูดนั้น... เรียบง่าย ทว่าทรงพลังจนกำแพงในใจที่รินรดาสร้างขึ้นมาตลอดหลายปีพังทลายลงในพริบตา ปมความกดดันจากครอบครัวที่คาดหวังให้เธอต้องสมบูรณ์แบบ และความโดดเดี่ยวในการแบกรับภาระหน้าที่การงานอันหนักอึ้ง ถูกทลายลงด้วยประโยคสั้นๆ จากปากของผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าเป็น "ปีศาจแห่งความเป๊ะ" ประจำแผนก ดวงตาของหญิงสาวร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างกะทันหัน เธอกะพริบตาถี่ๆ เพื่อไล่ม่านน้ำใสที่เอ่อคลอขึ้นมาบังวิสัยทัศน์ "ทำไม... ถึงชอบทำตัวน่ารำคาญใส่ฉันอยู่เรื่อยเลยนะคะ... เอ้ย! ครับ" เสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อยอย่างปิดไม่มิด ตฤณยิ้มละมุน รอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่งและมีไว้สำหรับเธอเพียงคนเดียว มือหนาเลื่อนลงมาจับมือเรียวที่กำเข้าหากันแน่นไว้ ปลายนิ้วเกี่ยวประสานเข้าด้วยกันอย่างถือวิสาสะ แต่วินาทีนี้รินรดากลับไม่มีเรี่ยวแรงจะสะบัดหนี "ก็เพราะว่า..." *ติ๊ง!* เสียงสัญญาณลิฟต์ดังขึ้นตัดจังหวะบทสนทนาที่กำลังดำเนินไปสู่จุดเปราะบาง ประตูโลหะสีเงินเปิดออกเผยให้เห็นร่างสูงโปรดของใครบางคนก้าวออกมาพร้อมกับรอยยิ้มกวนๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ "อ้าว... ยังคุยกันอยู่อีกเหรอครับ นึกว่าประชุมเสร็จแยกย้ายกันไปนานแล้วซะอีก" เมฆายืนกอดอกพิงกรอบประตูลิฟต์ สายตาดุจสุนัขจิ้งจอกกวาดมองมือของตฤณและรินรดาที่ยังประสานกันอยู่ด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เคลือบไปด้วยความเย้ยหยัน "พอดีเลย ผมกำลังจะชวนคุณรินรดาไปทานกาแฟข้างล่างพอดี งานโปรเจกต์นี้ยังมีรายละเอียดอีกเยอะที่ผมว่า... เราควรคุยกัน "นอกรอบ" ให้มากกว่านี้นะครับ" บรรยากาศที่เพิ่งจะอบอุ่นและเปี่ยมด้วยความหมายเมื่อครู่ พลิกกลับมาคุกรุ่นและตึงเครียดขึ้นในทันที ตฤณไม่ได้ปล่อยมือจากรินรดา ร่างสูงขยับตัวก้าวมาบังร่างบางไว้ครึ่งหนึ่งในลักษณะแสดงความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจน ดวงตาคมกริบหันไปมองคู่แข่งตัวฉกาจด้วยแววตาที่เย็นเยียบราวน้ำแข็ง "เกรงว่า... วันนี้รินรดาคงไม่มีเวลาว่างไปทานกาแฟกับคุณหรอกครับ" ตฤณเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าเฉียบขาดจนน่ากลัว "เพราะเธอมีนัดทานข้าวเย็น... กับว่าที่แฟนของเธอแล้ว" รินรดาเบิกตากว้าง หันขวับไปมองหน้าคนพูดทันทีด้วยความตกใจระคนไม่อยากเชื่อหูตัวเอง "ว่าที่แฟน... อะไรของคุณคะ!?" เธอกระซิบเสียงลอดไรฟันด้วยความเขินอายจนหน้าแดงก่ำ ตฤณก้มลงมองเธอด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ที่ซ่อนอยู่หลังกรอบแว่น ก่อนจะกระซิบตอบด้วยเสียงที่ได้ยินกันแค่สองคน "ก็แค่เปลี่ยนกฎกติกา... จากเพื่อนร่วมงาน มาเป็นคนพิเศษไงครับ" เมฆาหุบยิ้มลงทันทีเมื่อเห็นรอยยิ้มเหนือกว่าของตฤณ บรรยากาศระหว่างชายหนุ่มทั้งสองคนคุกรุ่นจนแทบจะมีประกายไฟแลบออกมา "หรอครับ..." เมฆาแค่นยิ้ม "งั้นก็ต้องรอดู... ว่าเกมนี้ใครจะถือไพ่เหนือกว่ากันแน่" --- ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "เซฟโซนที่ชื่อนายวิศวกร" มาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ - ดรากอนไรเดอร์
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนที่ชื่อนายวิศวกร นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%