เซฟโซนที่ชื่อนายวิศวกร•ตอนที่ 24

ความคาดหวังที่กดทับ

ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
"ถ้าแกยังหาผู้ชายที่พร้อมแต่งงานและสร้างความมั่นคงให้ชีวิตไม่ได้ ภายในสิ้นปีนี้ แม่จะจัดการหาคนมารดน้ำสังข์ให้แกเอง... ริน!" เสียงประกาศิตจากปลายสายดังลอดออกมาจากสมาร์ตโฟนเครื่องหรู แม้รินรดาจะพยายามถือมันให้ห่างจากใบหูแค่ไหน แต่ความก้องกังวานของประโยคเดิมๆ ที่ถูกหยิบยกมาทิ่มแทงซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก็ยังคงสร้างรอยร้าวลึกในอกได้เสมอ หัวหน้าสาวมั่นแห่งแผนกวางแผนโครงการสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ ปลายนิ้วเรียวกำหน้าจอโทรศัพท์แน่นจนข้อกระดูกขึ้นสีขาว เธอยืนพิงผนังกระจกใสของร้านกาแฟกึ่งบาร์สไตล์ลอฟท์แห่งหนึ่ง แสงไฟสลัวสีส้มอมเหลืองช่วยอำพรางความเหนื่อยล้าบนใบหน้าได้บ้าง แต่ไม่อาจซ่อนแววตาสั่นไหวที่ฉายชัดความอึดอัดระคนคับข้องใจ "คุณแม่คะ... เอ่อ คุณแม่ครับ... เอ๊ย ไม่ใช่!" รินรดาเผลอหลุดอุทานด้วยความหงุดหงิดเมื่อเผลอใช้สรรพนามผิดจังหวะ "รินหมายถึง... ชีวิตตอนนี้รินจัดการได้ค่ะ... ครับ! โธ่เว้ย!" หญิงสาวขยี้ผมตัวเองอย่างหัวเสียเมื่อเผลอหลุดเสียงห้าวออกมา ก่อนจะสูดหายใจลึกอีกครั้งเพื่อปรับโทนเสียงให้ราบเรียบที่สุด "ฟังรินนะแม่ งานในมือตอนนี้โปรเจกต์มหาภาคกำลังจะปิดดีล รินยังไม่มีเวลามาคิดเรื่อง... ผู้ชายอะไรนั่นหรอกค่ะ" *(น้ำเสียงของคุณแม่ทางปลายสายเย็นเยียบลงทันที)* "งาน งาน งาน! แกเอาแต่อ้างคำว่างานมาตั้งแต่สามปีก่อน จนตอนนี้อายุเท่าไหร่แล้วรินดา เพื่อนร่วมรุ่นเขาอุ้มลูกกันจนเดินได้หมดแล้ว ลูกพี่ลูกน้องแกก็เพิ่งแต่งงานไปเมื่อเดือนก่อน แกไม่ละอายใจบ้างเลยหรือไงที่ปล่อยให้ชีวิตมันเคว้งคว้างไม่มีหลักแหล่งแบบนี้" คมมีดแห่งความคาดหวังกรีดลงบนกลางใจ รินรดากัดริมฝีปากจนเจ็บ แปล๊บในอกราวกับถูกบีบด้วยมือที่มองไม่เห็น มันไม่ใช่ครั้งแรกที่คำพูดเหล่านี้ถูกส่งตรงมายังเธอ แต่มันคือความถี่ที่เพิ่มขึ้นตามอายุ และความพยายามของครอบครัวที่จะขีดเส้นทางชีวิตให้เธอเดินตามรอยพิมพ์นิยมของสังคม "หลักแหล่งของแม่... หมายถึงการมีสามีคอยกะเกณฑ์ชีวิตสินะคะ" รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาร้อนผ่าวด้วยหยาดน้ำใสที่รั้นจะไม่ไหลรินลงมา "ถ้าการแต่งงานมันคือการเอาชีวิตไปผูกติดกับคนที่ครอบครัวเลือกให้เพื่อความหน้าชื่นตาบานของเครือญาติ... รินขออยู่เป็นโสดจนตายดีกว่าค่ะ" *เพล้ง!* (เสียงจากปลายสายคล้ายเสียงวางถ้วยชากระทบโต๊ะด้วยความไม่พอใจอย่างรุนแรง) "ปากดีแบบนี้ไงถึงไม่มีใครเอา! จำไว้รินดา ถ้าสิ้นปีนี้แกยังพาผู้ชายที่คู่ควรมาแนะนำให้ครอบครัวรู้จักไม่ได้ ฉันจะถือว่าแกยอมรับข้อเสนอการคลุมถุงชนกับลูกชายเพื่อนสนิทของคุณพ่อเขา... เตรียมตัวไว้ได้เลย!" สายถูกตัดตัดสินใจตัดไปอย่างไร้เยื่อใย ทิ้งให้เสียงสัญญาณตู๊ดๆ ยาวนานดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาทของคนฟัง รินรดาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทรงสูงหน้าเคาน์เตอร์บาร์ ปล่อยให้ความเงียบและความโดดเดี่ยวโอบกอดร่างที่สั่นเทาเล็กน้อยไว้ ความเก่งกาจ ความมั่นใจ หรือรอยยิ้มเฉียบคมที่เธอใช้ฟาดฟันกับคู่แข่งในที่ทำงานมาตลอด... พังทลายลงไม่เป็นท่าเมื่อต้องเผชิญหน้ากับอำนาจมืดที่เรียกว่า 'ความคาดหวังของครอบครัว' "นั่งทำหน้าเหมือนคนอกหักจากสงครามโลกครั้งที่สามอยู่ทำไมตรงนี้ล่ะครับ หัวหน้าทีมรินรดา" สุ้มเสียงทุ้มต่ำคุ้นหูดังขึ้นเหนือศีรษะ พร้อมกับกลิ่นอายน้ำหอมบุรุษเจือจางที่ลอยมาปะทะนาสิก กลิ่นสะอาด เย็นเยียบ แต่กลับสร้างความรู้สึกปลอดภัยอย่างประหลาดในเวลาเดียวกัน รินรดาเงยหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว ดวงตาคู่สวยที่ยังมีร่องรอยความรื้นของหยาดน้ำสะท้อนภาพร่างสูงโปรดของชายหนุ่มในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้ม ไทด์ถูกคลายออกหลวมๆ เผยให้เห็นลำคอแกร่งและกระดุมเม็ดบนที่ปลดออกอย่างไม่เป็นทางการ ตฤณยืนมองเธอด้วยสายตาที่อ่านยาก แต่แววตาสีเข้มคู่นั้นไม่มีร่องรอยของการล้อเล่นเลยแม้แต่น้อย "มายืนค้ำหัวคนอื่นแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่คะ... นายวิศวกร" รินรดาพยายามฝืนยกมุมปากขึ้นทำเป็นเก่ง ทั้งที่เสียงพูดมันสั่นพร่าเสียจนน่าเกลียด "แล้วโปรเจกต์หน้าไซต์งานตรวจเสร็จเรียบร้อยดีแล้วหรือไง ถึงมีเวลามาเดินเล่นแถวคาเฟ่ใจกลางเมือง" ตฤณไม่ตอบคำถาม เธอเห็นเขาถอนหายใจยาวเบาๆ ก่อนจะหย่อนกายลงนั่งบนเก้าอี้ตัวข้างๆ ที่ว่างอยู่ ระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างกายอีกฝ่าย "ผมไม่ได้เดินเล่น..." ตฤณเอ่ยเสียงเรียบ สายตาคมกริบกวาดมองใบหน้าที่พยายามซ่อนความอ่อนแอของหญิงสาว "ผมแค่มองหาคนที่ควรจะนั่งประชุมสรุปยอดวัสดุก่อสร้างกับผม แต่กลับหนีมานั่งทำหน้าอมทุกข์เป็นหมาหงอยอยู่มุมตึก... เกิดอะไรขึ้นครับ?" คำถามที่ตรงไปตรงมาจนน่าหมั่นไส้ แต่กลับแฝงความใส่ใจที่เจืออยู่ในความดุ ทำให้รินรดากลืนก้อนสะอื้นลงคอ เธอยกแก้วกาแฟเย็นที่ละลายจนจืดชืดขึ้นมาจิบรสชาติขมปร่า เพื่อหลบเลี่ยงสายตาที่เหมือนจะทะลุทะลวงเข้ามาถึงก้นบึ้งหัวใจของเขา "เรื่องส่วนตัวค่ะ... คุณตฤณคงไม่อยากเสียเวลามานั่งฟังเรื่องไร้สาระของหัวหน้าแผนกวางแผนหรอกมั้งคะ" เธอแค่นยิ้มประชดประชัน "เรื่องที่ว่า... ฉันมันเป็นลูกอกตัญญูที่ไม่ยอมแต่งงานตามใจพ่อแม่ จนครอบครัวต้องหาทางจับคลุมถุงชนให้... ฟังดูน้ำเน่าเหมือนละครหลังข่าวไหมล่ะคะ?" บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดนิ่งลงชั่วขณะ ตฤณนิ่งเงียบไปนานจนรินรดาต้องหันกลับมามอง เขาไม่ได้หัวเราะเยาะ ไม่ได้แสดงท่าทีรำคาญอย่างที่เธอแอบกลัว ชายหนุ่มเพียงแต่ประสานมือไว้บนเคาน์เตอร์ไม้ เอียงคอมองเธอด้วยแววตาลุ่มลึกที่ยากจะคาดเดา "การแต่งงาน... เป็นเรื่องใหญ่ครับ" ตฤณเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มนุ่มน่าฟังแต่ทรงพลังในทุกพยางค์ "แต่มันไม่ใช่เรื่องที่ใครหน้าไหน ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ ญาติผู้ใหญ่ หรือแม้แต่สังคม จะมีสิทธิ์มาบังคับให้คุณก้าวขาลงไปเหยียบในสนามรบนั้น... ถ้าคุณยังไม่พร้อม หรือยังไม่ได้เลือกคนที่ถูกต้องด้วยตัวเอง" รินรดาชะงัก หัวใจกระตุกวูบกับคำว่า *'คนที่ถูกต้อง'* ประโยคเรียบๆ แต่น้ำเสียงที่หนักแน่นของวิศวกรหนุ่มเจ้าหลักการคนนี้ กลับมีพลังบางอย่างที่สั่นคลอนความรู้สึกของเธออย่างรุนแรง "แล้วถ้า... คนที่ครอบครัวหาให้ มันดันเป็นตัวเลือกเดียวที่เหลืออยู่ล่ะคะ" เธอยิ้มขื่น แววตาไหวระริก "ฉันเหนื่อยแล้วตฤณ... เหนื่อยที่จะต้องวิ่งตามมาตรฐานที่คนอื่นขีดเส้นให้ เหนื่อยที่จะต้องอธิบายว่าทำไมฉันถึงอยากมีความสุขในแบบของตัวเอง" ตฤณขยับตัวเข้าใกล้เธออีกนิด ระยะห่างระหว่างไหล่แทบจะแนบชิดกัน กลิ่นกายสะอาดผสมผสานกับความอบอุ่นเฉพาะตัวแผ่ซ่านจนรินรดาลืมหายใจชั่วขณะ มือหนาเอื้อมออกไป... ไม่ใช่เพื่อแตะต้องตัวเธออย่างถือวิสาสะ แต่เป็นการวางทับลงบนหลังมือเรียวที่กำแก้วกาแฟแน่นจนสั่นเทา สัมผัสอุ่นจัดจากฝ่ามือของเขา ส่งผ่านความมั่นคงและความรู้สึกบางอย่างที่เธอไม่เคยได้รับจากใครตรงดิ่งเข้าสู่ขั้วหัวใจ "ถ้าคุณเหนื่อยนัก..." เสียงทุ้มต่ำเอמהกระซิบแผ่วเบาข้างหู จนขนลุกซู่ไปทั้งร่าง "ทำไมไม่ลองโยนภาระพวกนั้น... มาให้ผู้ชายปากร้าย เย็นชา และเป๊ะทุกระเบียดนิ้วคนนี้ช่วยแบกรับดูล่ะครับ" รินรดาเบิกตากว้าง หันขวับไปมองหน้าเขาอย่างไม่เชื่อหู ลมหายใจอุ่นร้อนของทั้งคู่เป่ารดกันและกันในระยะประชิดจนแทบจะหลอมรวมเป็นลมหายใจเดียวกัน ดวงตาสคมกริบของตฤณพินิจพิเคราะห์ใบหน้าของเธออย่างลึกซึ้ง ไร้ซึ่งรอยยิ้มกวนประสาท มีเพียงความจริงจังที่หนักแน่นราวกับภูเขาผา "คุณ... หมายความว่ายังไงคะ?" เธอถามเสียงสั่น หัวใจเต้นโครมครามจนดังแข่งกับเสียงเพลงคลอเบาๆ ในร้าน ตฤณไม่ได้ตอบเป็นคำพูดทันที ร่างสูงขยับใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนปลายจมูกแทบจะชนกัน แววตาของวิศวกรหนุ่มพราวระยับด้วยประกายความคลั่งรักที่ถูกปลดล็อกออกมาจนหมดเปลือก "ก็หมายความว่า..." ตฤณกระซิบชิดริมฝีปากนุ่ม พลางไล้ปลายนิ้วโป้งเบาๆ บนหลังมือของเธออย่างทะนุถนอม "ถ้าคุณกำลังหาข้ออ้างดีๆ เพื่อปฏิเสธการคลุมถุงชนบ้าๆ นั่น... ผมนี่แหละครับ ที่พร้อมจะเดินเข้าไปกราบสวัสดีคุณพ่อคุณแม่ของคุณ ในฐานะ... *ผู้ชายคนเดียวที่จองสิทธิ์ดูแลรินรดาตลอดชีวิต*" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ!
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนที่ชื่อนายวิศวกร นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%