หยดน้ำฝนที่เกาะพราวบนเส้นผมสีเข้มของเมฆาไหลย้อยลงมาตามกรอบหน้าคมคาย ขณะที่ดวงตาเรียวรีคู่นั้นกวาดมองสถานการณ์ตรงหน้าด้วยรอยยิ้มเยาะที่เคลือบไว้ด้วยความแปลกใจ บรรยากาศภายในห้องควบคุมโครงสร้างชั่วคราวแคบลงถนัดตา อุณหภูมิระหว่างคนสามคนลดฮวบลงจนแทบติดลบ
"ดูเหมือนผมจะเข้ามาขัดจังหวะสำคัญสินะครับ... หัวหน้าฝ่ายรินรดา" เมฆาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือแววเยาะหยันอย่างไม่ปิดบัง ร่างสูงใหญ่ที่เปียกปอนไปด้วยหยาดฝนก้าวเข้ามาในห้องอย่างไร้มารยาท หยดน้ำจากเสื้อแจ็กเก็ตกันน้ำหยดลงบนพื้นซีเมนต์เกิดเสียงดัง *ติ๋ๆ* เป็นจังหวะที่สร้างความอึดอัด
รินรดารีบดึงสติตัวเองกลับมา เธอก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อเว้นระยะห่างจากตฤณที่ยังคงยืนนิ่งสนิท ดวงตากลมโตฉายแววขุ่นเคืองไม่น้อยที่ถูกจับภาพในมุมน่าอับอาย แม้ว่าเมื่อครู่เธอจะเป็นฝ่ายผลักเขาก็ตาม
"ถ้าคุณรู้ว่ามารบกวนเวลาทำงานของคนอื่น ก็ควรจะเคาะประตูก่อนเข้ามาก่อนนะครับ คุณเมฆา" รินรดาตอกกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมพอจะเชือดเฉือนคู่สนทนาให้สะดุ้งได้
เมฆาหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบเหลือบมองตฤณที่ยืนบังร่างเพรียวของรินรดาไว้มิดครึ่งหนึ่ง วิศวกรหนุ่มรุ่นพี่ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเยชาและไร้พ่ายในทุกสนามประมูลโปรเจกต์ ตอนนี้กรามขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน ดวงตาคู่คมที่มักจะนิ่งสงบดั่งผิวน้ำยามไร้ลมพัด บัดนี้กลับลุกโชนด้วยประกายไฟอันตราย ความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะในวินาทีวิกฤตฉายชัดผ่านสีหน้า
"พอดีผมรีบเอาเอกสารสรุปงบประมาณฉบับแก้ไขมาให้เซ็นครับ เกรงว่าถ้าปล่อยไว้จนถึงเช้า หัวหน้าฝ่ายวิศวกรรมของเราอาจจะหงุดหงิดจนพาลไล่คนทั้งไซต์งานออกเสียก่อน" เมฆายื่นแฟ้มสีน้ำเงินในมือออกไปข้างหน้า ทว่าสายตาไม่ได้มองเอกสารเลยแม้แต่น้อย เขากลับจ้องตรงมาที่รินรดาด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
ตฤณแค่น ˈฮึมˈ ในลำคอ เสียงนั้นสั้นห้วนและเปี่ยมด้วยแรงกดดัน ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้าไปขวางหน้าเมฆาไว้เต็มตัว ความสูงและแผ่นหลังกว้างของเขาบังรัศมีการมองเห็นของอีกฝ่ายจนหมดสิ้น
"วางไว้ตรงนั้น แล้วออกไป" ตฤณสั่ง น้ำเสียงต่ำลึก ทรงอำนาจ และเย็นเยียบจนคนฟังต้องขนลุกซู่ มันไม่ใช่คำขอร้อง แต่มันคือคำสั่งเด็ดขาดจากผู้ล่าที่กำลังถูกรุกล้ำอาณาเขต
เมฆาหรี่ตามองตฤณครู่หนึ่ง รอยยิ้มบนมุมปากจางหายไปแทนที่ด้วยความตึงเครียดที่ก่อตัวขึ้นเงียบๆ ระหว่างผู้ชายสองคน "ใจร้อนเสียจริงนะครับ คุณตฤณ... หรือว่าผมดันไปเห็นอะไรที่ไม่ควรเห็นเข้าล่ะ"
"ถ้าไม่อยากให้มือคุณต้องเปื้อนเลือด หรือไม่อยากให้โปรเจกต์นี้จบลงก่อนที่คุณจะได้เริ่มประมูล ก็ไสหัวออกไปจากห้องนี้ซะ" ตฤณไม่ได้ตะคอก น้ำเสียงของเขาเรียบสนทนาจนน่ากลัว ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของคู่แข่งราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากตัววิศวกรหนุ่มจนบรรยากาศรอบตัวแทบจะระเบิด
รินรดารู้สึกได้ถึงคลื่นความตึงเครียดที่พุ่งสูงขึ้น เธอรีบก้าวเข้าไปแตะแขนเสื้อด้านหลังของตฤณเบาๆ เป็นเชิงปราม แม้เธอจะไม่ชอบหน้าเมฆาแค่ไหน แต่เธอก็ไม่ต้องการให้เกิดการปะทะกันรุนแรงในพื้นที่รับผิดชอบของตนเอง
"รับเอกสารมาสิครับ รินรดา" ตฤณเอ่ยขึ้นโดยไม่หันกลับมามอง เสียงของเขาอ่อนลงเพียงนิดเดียวเมื่อเอ่ยชื่อเธอ แต่สายตายังคงล็อกเป้าอยู่ที่เมฆาไม่ยอมละสายตา
รินรดากัดริมฝีปากเล็กน้อยก่อนจะเดินอ้อมร่างหนาของตฤณไปหยิบแฟ้มเอกสารมาจากมือของเมฆาโดยตรง แรงเสียดทานทางสายตาระหว่างเธอกับเมฆายังคงคุกรุ่น แต่เธียรเลือกที่จะตัดบทสนทนาโง่ๆ นี้ทันที
"ขอบคุณสำหรับเอกสารครับ พรุ่งนี้ช่วงเช้าทางเราจะตรวจสอบความเรียบร้อยแล้วส่งคืนให้ ตอนนี้ดึกมากแล้ว ขอตัวนะครับ" รินรดาผายมือไปยังประตู เป็นการขับไล่อย่างสุภาพที่สุดเท่าที่จะทำได้
เมฆายิ้มมุมปากอีกครั้ง เขากวาดสายตามองตฤณและรินรดาด้วยความรู้สึกบางอย่างที่อ่านไม่ออก ก่อนจะยอมหมุนตัวเดินกลับออกไปโดยดี เสียงฝีเท้าของเขาย่ำหายไปในความมืดของทางเดินด้านนอก พร้อมกับเสียงประตูกระจกที่ปิดลงอย่างสนิท
*คลิก*
เสียงล็อกกลอนประตูดังขึ้นเบาๆ หลังจากรินรดาจัดการหมุนล็อกมันทันที เพื่อป้องกันการบุกรุกรอบสองจากใครก็ตาม เธอยืนพิงแผ่นหลังเข้ากับบานประตู ถอนหายใจยาวเหยียดด้วยความโล่งอกที่วิกฤตเฉพาะหน้าผ่านพ้นไปได้ แต่ความโล่งอกนั้นอยู่ได้ไม่ถึงสามวินาที เมื่อเธหันกลับมาเผชิญหน้ากับต้นเหตุของปัญหาอีกครั้ง
ตฤณยังคงยืนอยู่ที่เดิม แสงไฟสีส้มจากหลอดไฟนีออนดวงเล็กเหนือโต๊ะทำงานสาดกระทบโครงหน้าด้านข้างของเขา ทอดเงาสูงยาวทาบทับลงมาบนพื้นห้อง ไหล่กว้างที่เคยผ่อนคลายบัดนี้เกร็งเครียด และดวงตาคู่นั้น... มันกำลังมองเธอด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะคาดเดา
"คุณ... เป็นอะไรหรือเปล่าครับ" รินรดาเอ่ยถามด้วยความไม่แน่ใจ น้ำเสียงติดจะระแวดระวังเล็กน้อยเมื่อเห็นท่าทีเงียบขรึมผิดปกติของเขา
ตฤณไม่ตอบ เขาเดินเข้ามาใกล้ทีละก้าว... ช้าๆ ทว่ามั่นคง ความกดดันเมื่อครู่เปลี่ยนรูปเป็นพลังงานความร้อนระอุที่แผ่กระจายออกมาจากตัวเขา รินรดาเผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติเมื่อร่างสูงใหญ่หยุดยืนอยู่ตรงหน้าเธอ ระยะห่างระหว่างกันแทบไม่เหลือพื้นที่ให้หายใจ
นิ้วเรียวยาวของวิศวกรหนุ่มยื่นออกมาช้าๆ
รินรดาสะดุ้งเล็กน้อย ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ เธอนึกว่าเขาจะทำอะไรบ้าบิ่นอีก แต่ทว่า... ปลายนิ้วของตฤณกลับหยุดลงที่เส้นผมเส้นหนึ่งที่หลุดลุ่ยตกลงมาเคลียอยู่ข้างแก้มเนียนของเธออย่างแผ่วเบา
สัมผัสอุ่นจัดจากปลายนิ้วที่ปัดปอยผมออกให้อย่างทะนุถนอม ทำเอารินรดารู้สึกราวกับถูกกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ วิ่งพล่านไปทั่วแผ่นหลัง ลมหายใจของเธอสะดุดกึก สมองขาวโพลนไปชั่วขณะ ตฤณไม่เคย... ไม่เคยแสดงท่าทีอ่อนโยนแบบนี้ให้เธอเห็นมาก่อนเลยสักครั้ง
ดวงตาคมกริบที่มักจะซ่อนความเย็นชาไว้ภายใต้กรอบแว่นสายตาและมาดนิ่งขรึม บัดนี้กลับทอประกายอ่อนแสงลงอย่างน่าประหลาด ความดุดันเมื่อครู่มลายหายไปจนสิ้น เหลือเพียงความลึกซึ้งที่สะท้อนอยู่ในแววตานั้น รินรดาจ้องมองเข้าไปในดวงตาคู่นั้น หัวใจในอกเต้นรัวระรัวจนแทบจะทะลุกระดูกซี่โครงออกมาข้างนอก
"ทำไม... ถึงชอบทำตัวให้คนอื่นเป็นห่วงอยู่เรื่อย" เสียงทุ้มต่ำหลุดลอดออกมาจากริมฝีปากหยักลึก น้ำเสียงนั้นเจือความเหนื่อยอ่อนและตัดพ้ออย่างไม่ปิดบัง
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจกระตุกวูบอย่างแรง คำพูดสวนกลับที่มักจะเตรียมไว้เสมอหายไปไหนหมดไม่รู้ เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สมองประมวลผลไม่ทันกับความอบอุ่นที่จู่โจมเข้ามาอย่างกะทันหันนี้
"ฉัน... ไม่ได้ขอให้คุณมาเป็นห่วงสักหน่อยนี่ครับ" เธอกระซิบตอบเสียงเบาหวิว ความแข็งกระด้างที่เคยมีเจือจางหายไปจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม
ตฤณโน้มใบหน้าลงมาใกล้ขึ้นอีกนิด ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บริเวณพวงแก้มของเธอ กลิ่นกายสะอาดผสมผสานกับกลิ่นฝนจางๆ ยิ่งทำให้บรรยากาศรอบตัวอบอวลไปด้วยความหวานล้ำที่อันตราย
"ปากแข็ง..." ตฤณพึมพำชิดริมหูของเธอ เสียงหัวเราะแผ่วเบาในลำคอของเขาทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งตัว "ทั้งที่ตัวสั่นขนาดนี้... แต่ก็ยังจะเถียง"
รินรดารู้สึกเหมือนหน้าผากและพวงแก้มร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ เธออยากจะผลักเขาออกอีกครั้ง แต่ร่างกายกลับหนักอึ้งราวกับถูกตรึงไว้ด้วยมนต์สะกด ปลายนิ้วของตฤณที่ยังคงแตะอยู่ที่ข้างแก้ม ไล้ผ่านผิวเนียนเบาๆ อย่างลืมตัว สร้างความรัญจวนใจที่เธอไม่เคยสัมผัสจากใครมาก่อน
ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังจะลfเลือนเส้นแบ่งระหว่างความเป็นเพื่อนร่วมงานและ... ความรู้สึกที่ลึกซึ้งเกินเลย
*กริ๊งงงงงงง!*
เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของรินรดาดังแผดเสียงขึ้นทำลายความเงียบและความเคลิบเคลิ้มลงอย่างไม่ไว้หน้าอินทร์หน้าพรหม ทั้งคู่สะดุ้งสุดตัว รินรด้ารีบผละถอยหลังออกมาทันทีด้วยใบหน้าที่แดงก่ำราวกับลูกตำลึงสุก ส่วนตฤณขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดระลอกใหม่ที่รุนแรงยิ่งกว่าเดิม ดวงตากลมโตของรินรดาเหลือบมองหน้าจอโทรศัพท์ที่สว่างวาบขึ้นท่ามกลางความมืดมัวของห้อง และข้อความแจ้งเตือนที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอก็ทำให้เลือดในกายของเธอเย็นเฉียบลงในเสี้ยววินาที
*[สายเรียกเข้า: ผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร (คุณพ่อ)]*
รินรดาตัวแข็งทื่อ ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อเห็นชื่อนั้น ขณะที่ตฤณหันมามองหน้าจอโทรศัพท์ตาม แล้วดวงตาคมกริบก็หรี่แคบลงทันทีเมื่ออ่านชื่อที่ปรากฏอยู่บนนั้น
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะเวียนมาสัมผัสความฟินปนลุ้นระทึกในตอนนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ!
เซฟโซนที่ชื่อนายวิศวกร•ตอนที่ 9
รอยยิ้มที่หาดูยาก
ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนที่ชื่อนายวิศวกร นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!