เสียงกระดาษเนื้อหนาถูกดึงออกจากซองสีน้ำตาลดังแคว่ก ท่าางกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบได้ยินเสียงเข็มนาฬิกาเดิน เมฆายิ้มรับสายตาคมกริบราวกับใบมีดโกนของตฤณที่ตวัดมองมาด้วยความไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด วิศวกรหนุ่มรุ่นพี่ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี๊ยบและกฎเหล็กเหลียวมองเอกสารแผ่นนั้น ก่อนจะหันไปสบตากับรินรดาที่ยืนกอดอกอยู่ข้างกัน ใบหน้าสวยเฉี่ยวของหัวหน้าฝ่ายประเมินราคาแสดงความหงุดหงิดอย่างชัดเจนผ่านรอยขมวดคิ้วมุ่น
"ท่านประธานต้องการให้โปรเจกต์ปรับปรุงโครงสร้างสะพานข้ามแม่น้ำ X เสร็จเร็วกว่ากำหนดสามเดือนครับ" เมฆาเอ่ยด้วยน้ำเสียงลอยชาย จงใจทิ้งน้ำหนักคำว่า *เร็วกว่ากำหนด* ลงบนความอึดอัดของบรรยากาศ "และเงื่อนไขเดียวที่จะทำให้พวกคุณดึงงบประมาณก้อนนี้มาได้ คือการลงนามร่วมกันในฐานะ 'ผู้รับผิดชอบร่วม' ซึ่งแปลเป็นภาษาชาวบ้านก็คือ... พวกคุณต้องทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด ชนิดที่เรียกว่าหายใจรดต้นคอกันตลอด 24 ชั่วโมง"
"ไร้สาระ" ตฤณสวนกลับทันควัน น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบแต่แฝงไอความเย็นชาจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบ "ผมกับคุณรินรดามีขอบเขตงานที่แบ่งแยกชัดเจน การควบรวมโปรเจกต์แบบนี้มีแต่จะสร้างความขัดแย้งเชิงโครงสร้าง คุณก็รู้อยู่แก่ใจเมฆา ว่ามันคือการกลบเกลื่อนความไร้ประสิทธิภาพของทีมคุณ"
รินรดาปรายตามองตฤณแวบหนึ่ง แม้ในใจจะเห็นด้วยกับคำพูดของเขาเกือบทุกประการ แต่สัญชาตญาณความนักสู้ก็ทำให้เธอไม่อยากแสดงความอ่อนแอออกมาให้คู่แข่งอย่างเมฆาได้ใจ เธอคลายมือที่กอดอกออก ชemยรอยยิ้มบางเบาที่เคลือบด้วยความเย้ยหยันส่งให้เมฆา
"ขอบคุณสำหรับความหวังดีเรื่องงานนะครับ... อ้อ หมายถึงความหวังร้ายมากกว่า" รินรดาแก้คำพูดหน้าตาเฉย "แต่เรื่องเอกสารนี่ เดี๋ยวฉันกับคุณตฤณจะจัดการตรวจสอบรายละเอียดตามขั้นตอนมาตรฐานของบริษัทเองค่ะ... เอ๊ย ของบริษัทเองครับ เมฆาไม่ต้องเป็นห่วงหรอก จัดการงานในส่วนของนายให้รอดก่อนเถอะ" เผลอหลุดคำลงท้ายแบบเดิมออกมานิดหน่อยจนต้องรีบแก้เขินด้วยการเชิดหน้าขึ้น
เมฆาหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ "ก็ตามใจครับ... แต่เตือนไว้ก่อนนะ ว่าเอกสารชุดนี้ไม่ได้มีแค่เรื่องงานบนโต๊ะ แต่มันมีกำหนดการประชุมนอกสถานที่เพื่อตรวจหน้างานจริงที่จังหวัดระยองในอีกสามวันข้างหน้าด้วย และที่สำคัญที่สุด..." เมฆายื่นหน้าเข้ามาใกล้กระซิบเสียงเบา "ท่านประธานจัดห้องพักให้พวกคุณไว้ 'ห้องเดียวกัน' เพื่อความสะดวกในการประหยัดงบประมาณบริษัทครับ"
สิ้นคำพูดนั้น รินรดาเบิกตากว้าง หันขวับไปมองหน้าตฤณทันที ส่วนวิศวกรหนุ่มผู้เยือกเย็นเสมอมากลับขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ดวงตาคู่คมวาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธที่ไม่ใช่เพราะงาน แต่เป็นเพราะความเจ้าเล่ห์ของระบบบริหารที่จงใจจับพวกเขาสองคนมาชนกัน
เมื่อเมฆาเดินฮัมเพลงออกจากห้องประชุมไปพร้อมกับรอยยิ้มผู้ชนะ ความเงียบงันอันหนักอึ้งก็กลับมาปกคลุมพื้นที่อีกครั้ง ตฤณสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ ก่อนจะก้มลงมองเอกสารในมือด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
"คุณตฤณ..." รินรดาเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงของเธออ่อนลงกว่าเมื่อครู่เล็กน้อย "เรื่องห้องพัก..."
"ไม่ต้องห่วงครับ ผมจะเคลียร์กับท่านประธานเอง" ตฤณตัดบทเสียงห้วน ใบหน้าหล่อเหลายังคงบึ้งตึง "ผมไม่มีทางยอมใช้ห้องเดียวกับคุณแน่... ไม่ใช่เพราะรังเกียจ แต่เพราะผมไม่อยากให้เรื่องส่วน
ตัวมาปะปนกับงาน"
คำว่า *ไม่ใช่เพราะรังเกียจ* ทำเอารินรดาชะงักไปชั่วขณะ หัวใจเจ้ากรรมกระตุกวูบอย่างไม่มีเหตุผล เธอกะพริบตาปริบๆ ก่อนจะปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติแล้วยิ้มเยาะใส่
"อุ๊ย พูดแบบนี้ฉันควรดีใจใช่ไหมคะ เอ๊ย ดีใจใช่ไหมครับที่คุณวิศวกรผู้แสนจะเป๊ะทุกระเบียดนิ้ว ไม่ได้รังเกียจฉัน... แต่บอกไว้ก่อนนะว่าฉันเองก็ไม่ได้พิศวาสอยากจะนอนมองหน้าคุณตอนเช้าเหมือนกันหรอก!" รินรดาเถียงกลับเสียงแข็ง ทั้งที่ในใจแอบมีความร้อนผ่าวแล่นขึ้นมาที่ใบหน้าอย่างประหลาด
ตฤณหันขวับมามองหญิงสาวเต็มตา ดวงตาคู่คมสำรวจใบหน้าเรียวสวยที่เชิดขึ้นอย่างถือดีนั้นด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ความดื้อรั้นและท่าทีทันคนของเธอคือสิ่งที่เขารู้สึกหมั่นไส้ที่สุด แต่ในขณะเดียวกัน มันก็เป็นสิ่งที่ดึงดูดสายตาเขาให้ละไปไม่ได้เลยตั้งแต่แรกพบ
"ถ้าอย่างนั้นก็ดีครับ" ตฤณก้าวเข้าไปใกล้ก้าวหนึ่ง จนรินรดาต้องเผลอถอยหลังชนขอบโต๊ะทำงาน "ในเมื่อเราต่างฝ่ายต่างไม่อยากยุ่งเรื่องส่วนตัวของกันและกัน งั้นคืนนี้เราไปเคลียร์รายละเอียดโปรเจกต์นี้ให้จบที่ร้านอาหารกึ่งผับหน้าบริษัทซะ จะได้ไม่ต้องลากยาวไปถึงวันหยุด"
"หา? ทำไมต้องคืนนี้ด้วย ดึกป่านนี้แล้วนะ" รินรดาขมวดคิ้วมุ่น
"เพราะผมไม่ชอบค้างคา และเพราะ..." ตฤณโน้มตัวลงกระซิบใกล้ใบหูของเธอ เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าจนลมหายใจอุ่นๆ เป่ารดต้นคอของหญิงสาว "ผมไม่อยากให้คุณเอาเวลาไปคิดหาข้ออ้างบ่ายเบี่ยงเรื่องงานในอีกสามวันข้างหน้า... ไปครับ เดี๋ยวผมเลี้ยงเอง"
ยังไม่ทันที่รินรดาจะได้อ้าปากปฏิเสธ ตฤณก็หมุนตัวหยิบสูทพาดบ่าแล้วเดินนำลิ่วออกไปจากห้องประชุมทิ้งให้เธอยืนกำมือแน่นด้วยความหมั่นไส้ระคนสับสน
ร้านอาหารสไตล์ลอฟท์เปิดไฟสลัวเคล้าคลอด้วยเสียงเพลงแจ๊สเบาๆ บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความผ่อนคลาย ต่างจากความตึงเครียดบนโต๊ะอาหารระหว่างวิศวกรหนุ่มและหัวหน้าสาว รินรดากระแทกแก้วน้ำเปล่าลงบนโต๊ะไม้ขัดมัน หลังจากที่พวกเขาถกเถียงเรื่องงบประมาณโครงสร้างมานานร่วมสองชั่วโมง
"คุณนี่มันเผด็จการชะมัดเลยนะคุณตฤณ" รินรดาเอ่ยขึ้นพร้อมกับใช้หลอดคนน้ำในแก้วจนวนเป็นวง "บังคับให้ฉันต้องมานั่งเคลียร์งานดึกดื่น แถมยังสั่งอาหารรสจัดจานนี้มาให้อีก ทั้งที่รู้ว่าฉันไม่ชอบกินเผ็ด" เธอมองจานต้มยำกุ้งที่ตั้งอยู่ตรงหน้าด้วยความขัดเคือง
ตฤณเงยหน้าขึ้นจากหน้าจอแท็บเล็ต เขาดึงแก้วน้ำอัดลมของตัวเองมาวางไว้ใกล้เธอก่อนจะเลื่อนจานผัดผักไม่ใส่พริกมาแทนที่ "ผมไม่ได้บังคับ คุณเลือกที่จะตามมาเองเพราะกลัวเสียฟอร์มว่าสู้ผมไม่ได้ต่างหาก... ส่วนเรื่องอาหาร ผมแค่อ่านรายงานสุขภาพที่คุณเคยส่งให้ฝ่าย HR ตอนตรวจร่างกายประจำปี ว่าคุณชอบกินอะไรรสชาติแบบไหน... ก็เท่านั้นเองครับ"
รินรดาชะงักค้าง หลุบตามองจานผัดผักตรงหน้า หัวใจเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่งอย่างไม่ทันตั้งตัว ผู้ชายคนนี้ปากร้าย เย็นชา และถือตัวเป็นที่สุด แต่กลับจำรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ของเธอได้แม่นยำยิ่งกว่าตัวเธอเองเสียอีก
"คุณ... ใส่ใจเรื่องคนอื่นเก่งจังนะ" เสียงของเธอเบาลงโดยไม่รู้ตัว
ตฤณไม่ตอบ เขาเพียงแต่วางแท็บเล็ตลง ขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิดจนไหล่แทบจะชิดกัน ดวงตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของหญิงสาว ความเงียบสงบก่อตัวขึ้นระหว่างพวกเขา แทนที่ด้วยบรรยากาศอบอวลบางอย่างที่ทำให้ลมหายใจสะดุด
"ผมไม่ได้ใส่ใจเรื่องคนอื่นครับ..." ตฤณเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ นัยน์ตาคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายความรู้สึกบางอย่างที่ถูกเก็บซ่อนไว้ใต้ท่าทีเยือกเย็นมาตลอด "ผมใส่ใจ... แค่บางคนต่างหาก"
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สมองอื้ออึงจนคิดคำเถียงไม่ออก บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกบีบให้แคบลงเหลือเพียงแค่พื้นที่ระหว่างเขากับเธอ
ทว่า... ในจังหวะที่หัวใจของรินรดากำลังเต้นรัวระคนสับสนจนแทบหลุดออกมานอกอกนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงทักทายคุ้นเคยก็ดังแทรกขึ้นมาจากด้านหลังโต๊ะของพวกเขา
"อ้าว!บังเอิญจังเลยครับคุณตฤณ คุณรินรดา... มาเดตกันดึกดื่นแบบนี้ ประธานบริษัทรู้เข้าคงมีหนาวๆ ร้อนๆ แน่เลยนะครับว่าโปรเจกต์จะเสร็จทันหรือจะเลยเถิดไปถึงเรื่องอื่นก่อน"
เสียงของเมฆาที่ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ข้างโต๊ะ พร้อมกับรอยยิ้มพราวระยับที่แฝงแววตาร้ายกาจ ทำให้ตฤณและรินรดารีบผละออกจากกันแทบไม่ทัน
ดวงตาคมของตฤณตวัดกลับไปมองหน้าคู่ปรับตัวฉกาจด้วยแววตาวาวโรจน์ ขณะที่เมฆายื่นซองเอกสารสีน้ำตาลอีกซองลงบนโต๊ะตรงหน้าพวกเขา พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้ทั้งคู่ต้องชะงักค้าง
"พอดีผมผ่านมา... และบังเอิญได้ยินข่าวกรองชิ้นสำคัญเกี่ยวกับ 'ตัวจริง' ของท่านประธานที่พวกคุณกำลังทำงานให้อยู่... และผมคิดว่าพวกคุณคงอยากรู้ ก่อนที่พรุ่งนี้เช้า... ทุกอย่างจะสายเกินไป"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "เซฟโซนที่ชื่อนายวิศวกร" มาโดยตลอดครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
เซฟโซนที่ชื่อนายวิศวกร•ตอนที่ 3
นอกเวลางานก็ยังไม่จบ
ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนที่ชื่อนายวิศวกร นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!