เสียงกระดาษหนาหนักกระทบพื้นผิวโต๊ะประชุมไม้สักทองดังทึบ ทว่ามันกลับก้องกังวานในความเงียบงันระดับที่ทำให้เข็มนาฬิกาดิจิทัลบนผนังราวกับจะหยุดเดิน
เมฆาสะดุ้งเฮือก รอยยิ้มเยาะบนใบหน้าแข็งค้างทันที ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อตฤณโยนแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลแผ่นหนึ่งลงบนโต๊ะตรงหน้า ซึ่งเป็นเอกสารลับแสดงหลักฐานความผิดพลาดร้ายแรงของฝั่งเมฆาที่เพิ่งถูกกู้คืนมาได้เมื่อวินาทีที่แล้ว!
บรรยากาศในห้องประชุมใหญ่ของบริษัทวิศวกรรมชั้นนำพลوร ะอุขึ้นมาทันทีราวกับมีใครโยนเชื้อเพลิงลงบนกองไฟ แรงกดดันทางอากาศลดฮวบลงจนทุกคนต้องกลั้นหายใจ บอร์ดบริหารหลายท่านขยับตัวตรง สีหน้าแปรเปลี่ยนจากความกังวลเมื่อครู่เป็นความเคร่งเครียดระคนอยากรู้อยากเห็น
"นี่มัน... อะไรกันครับคุณตฤณ" เมฆาพยายามเค้นเสียงให้มั่นคง แม้ปลายนิ้วที่วางอยู่บนขอบโต๊ะจะสั่นระริกอย่างปิดไม่มิด ใบหน้าที่เคยฉาบด้วยรอยยิ้มเหนือกว่าบัดนี้ซีดเผือดลงถนัดตา
ตฤณไม่ได้ตอบทันที วิศวกรหนุ่มไฟแรงผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเป๊ะทุกระเบียดนิ้วและแววตานิ่งสนิทดั่งผิวน้ำในบึงลึกค่อยๆ เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ช้าๆ เขาสอดมือทั้งสองข้างเข้าหากันอย่างใจเย็น ท่าทีนั้นไม่ได้ดูคุกคาม แต่กลับทรงพลังและน่าเกรงขามจนน่าขนลุก
ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาไล่สายตามองคู่แข่งตัวฉกาจด้วยความรู้สึกสมเพชระคนเยียบเย็น
"เอกสารฉบับนั้น น่าจะอธิบายได้ดีกว่าคำพูดของผมนะครับ คุณเมฆา" ตฤณเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าก้องกังวานชัดเจนทุกถ้อยคำ "บันทึกการปรับแก้สเปกวัสดุก่อสร้างโครงสร้างหลักของโซน C ที่คุณจงใจตัดทอนงบประมาณโดยไม่ผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการ... พร้อมกับลายเซ็นดิจิทัลของคุณเอง"
เสียงซุบซิบดังระงมขึ้นทันที บอร์ดบริหารอาวุโสท่านหนึ่งรีบคว้าแฟ้มเอกสารนั้นขึ้นมาเปิดดู ก่อนจะขมวดคิ้วมุ่นจนรอยย่นบนหน้าผากแทบจะผูกกันเป็นปม
รินรดาที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามถึงกับชะงัก ดวงตากลมโตคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตกใจไม่แพ้กัน เธอหันไปมองหน้าตฤณสลับกับแฟ้มเอกสารบนโต๊ะอย่างไม่อยากเชื่อสายตา เมื่อครู่... ก่อนที่เธอจะตกเป็นจำเลยสังคมในที่ประชุม ถูกเมฆาและพรรคพวกโจมตีเรื่องความล่าช้าและข้อผิดพลาดในโปรเจกต์ที่เธอรับผิดชอบ ตฤณยังนั่งนิ่งเงียบราวกับอยู่นอกเหนือสถานการณ์ ทว่าในเสี้ยววินาทีที่วิกฤตกำลังจะกลืนกินเธอลงไป เขากลับพลิกกระดานทั้งหมดด้วยหมัดฮุกเดียวที่ไม่มีใครคาดคิด
"คุณตฤณ! คุณกำลังใส่ร้ายผม เอกสารบ้านี่จะเอามาจากไหนก็ไม่รู้..." เมฆาร้อนรนจนสติหลุด ลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้จนส่งเสียงดังลั่นห้อง
"ใส่ร้ายงั้นเหรอครับ" ตฤณแค่นหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขันโดยสิ้นเชิง เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายที่สูงโปร่งและสง่างามกดดันให้เมฆาต้องเป็นฝ่ายถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยอัตโนมัติ "ระบบคลาวด์เซิร์ฟเวอร์ส่วนกลางของบริษัทมีบันทึกการเข้าถึงและแก้ไขไฟล์ย้อนหลังทุกวินาที คุณคิดว่าการลบไฟล์ทิ้งจากเครื่องส่วนตัวจะช่วยลบร่องรอยความมักง่ายของคุณได้จริงๆ หรือครับ คุณเมฆา?"
คำพูดนั้นเฉียบคมราวนำมีดโกนมาอาบน้ำผึ้ง เมฆากลืนน้ำลายลงคอieตืด กรามขบเข้าหากันจนสันนูน ปากที่เคยขยับเถียงฉอดๆ กลับอ้าค้างอย่างไร้เสียง
รินรดามองแผ่นหลังกว้างของคนที่ยืนอยู่เคียงข้างเธอในยามวิกฤต หัวใจดวงน้อยที่เคยเต้นรัวด้วยความเครียดและโกรธเกรี้ยว กลับถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่าง มันอุ่นวาบ... และสั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้
ตฤณไม่เคยพูดคำหวาน เขาเป็นผู้ชายประเภทที่ใช้การกระทำแทนคำพูดมาโดยตลอด ทุกครั้งที่เธอเผชิญหน้ากับพายุลูกใหญ่ ผู้ชายคนนี้มักจะยืนอยู่ข้างหน้า บังลมฝนให้เธอเงียบๆ โดยไม่เคยเอ่ยปากทวงบุญคุณสักแอะเดียว
"การทำงานร่วมกันในโปรเจกต์ระดับนี้ ความผิดพลาดให้อภัยกันได้ถ้ามันมาจากความไม่ตั้งใจ" ตฤณกวาดสายตามองไปรอบห้องประชุม น้ำเสียงของเขาทรงพลังและเด็ดเดี่ยว "แต่ความพยายามที่จะโยนความผิดให้คนอื่น เพื่อปกปิดความโลภและความไร้ความสามารถของตัวเอง... บริษัทของเราไม่มีพื้นที่ให้คนประเภทนี้หรอกครับ"
ประโยคสุดท้ายถูกส่งตรงไปที่เมฆาอย่างจัง จนอีกฝ่ายหน้าชาดิก ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ราวกับคนหมดแรงจะต้านทาน
ประธานกรรมการบริหารพยักหน้ารับอย่างเคร่งขรึมก่อนจะเอ่ยสรุปด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด "เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ และมีผลกระทบต่อความปลอดภัยของโครงสร้างโดยตรง ผมขอสั่งพักงานคุณเมฆาทันทีเพื่อสอบวินัยอย่างเร่งด่วน ส่วนคุณรินรดา... ขอบคุณที่อดทนและตั้งใจทำงานในส่วนของคุณ แม้จะต้องเผชิญกับแรงกดดันที่ไม่เป็นธรรม"
รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ เธอลุกขึ้นยืนและโค้งศีรษะให้บอร์ดบริหารด้วยท่าทีสง่างามสมกับเป็นหัวหน้างานมืออาชีพ "ขอบคุณท่านประธานและคณะกรรมการทุกท่านค่ะ ดิฉันจะเดินหน้าโปรเจกต์นี้ให้ลุล่วงตามมาตรฐานสูงสุดอย่างแน่นอนค่ะ"
การประชุมอันยาวนานและตึงเครียดสิ้นสุดลง ทยอยกันเดินออกจากห้องทีละคน จนกระทั่งเหลือเพียงแค่เขากับเธอสองคนในห้องประชุมที่เงียบสงบลง
แสงยามบ่ายสาดส่องผ่านกระจกใสบานใหญ่ ทอดเงาทับร่างของทั้งคู่ รินรดายืนนิ่งอยู่กับที่ ปลายนิ้วเรียวประสานกันไว้แน่นเพื่อระงับความรู้สึกบางอย่างที่กำลังตีรันอยู่ในอก เธอมองแผ่นหลังของคนที่กำลังเก็บเอกสารลงในแฟ้มอย่างใจเย็น
"คุณตฤณ..." เธอเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าปกติหลายส่วน
ตฤณชะงักมือเล็กน้อย แต่ยังไม่ได้หันกลับมาทันที เขารวบรวมเอกสารแผ่นสุดท้ายใส่แฟ้มให้เรียบร้อยเสียก่อน ถึงค่อยๆ หมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเธอ
ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นมองสำรวจใบหน้าของเธอ ตั้งแต่ดวงตากลมโตที่เจือแววซับซ้อน ไปจนถึงริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันเล็กน้อย
"มีอะไรเหรอครับ หรือว่าเอกสารส่วนไหนที่คุณยังไม่เข้าใจ" ตฤณเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบตามสไตล์ของเขา แกล้งทำเป็นตีมึนราวกับว่าเรื่องใหญ่โตเมื่อครู่เป็นเพียงแค่เรื่องดินฟ้าอากาศ
รินรดาเผลอค้อนใส่เขาเบาๆ วงหน้าหวานเชิดขึ้นเล็กน้อยตามนิสัยส่วนตัวที่ไม่ยอมให้ใครมาทำฟอร์มใส่ "เปล่าค่ะ... แค่อยากจะขอบคุณ"
"ขอบคุณเรื่องอะไรครับ ผมก็แค่ทำหน้าที่ในฐานะหัวหน้าทีมวิศวกรที่ไม่อยากเห็นโปรเจกต์พังเพราะคนไร้ฝีมือคนหนึ่งเท่านั้น" เขาตอบเสียงเรียบ สีหน้าไร้ความรู้สึกใดๆ ทว่ามุมปากข้างหนึ่งกลับกระตุกขึ้นน้อยมากจนแทบสังเกตไม่เห็น
"เหอะ! ปากแข็งจริงนะคะ" รินรดาก้าวเข้าไปใกล้เขาอีกนิด ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนเหลือเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นกระดาษและกาแฟจางๆ ลอยมาแตะจมูก ทำให้หัวใจเธอเต้นผิดจังหวะอีกรอบ "ถ้าคุณไม่อยากเห็นแค่โปรเจกต์พัง แล้วทำไม... ต้องทำเพื่อฉันขนาดนั้นด้วยล่ะคะ?"
ตฤณชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยของหญิงสาว ราวกับพยายามค้นหาบางอย่างในนั้น ความเย็นชาที่เคยฉาบอยู่บนใบหน้าเริ่มละลายหายไปทีละน้อย เผยให้เห็นประกายความคลั่งรักที่ถูกเก็บกักไว้อย่างมิดชิดมานาน
เขาก้าวเข้าไปประชิดตัวเธออย่างไร้เสียง จนรินรดารู้สึกได้ถึงไออุ่นที่แผ่ออกมาจากร่างกายของอีกฝ่าย เธอผถะถอยหลังโดยอัตโนมัติจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องประชุมที่เย็นเฉียบ
ตฤณใช้มือข้างหนึ่งค้ำยันผนังด้านข้างเอาไว้ กักตัวเธอไว้ในพื้นที่ส่วนตัวของเขากลายๆ ใบหน้าหล่อเหลาลดต่ำลงมาจนระยะห่างระหว่างลมหายใจแทบจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว
"เพราะผมเกลียด..." น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นนุ่มทุบและแหบพร่าลงอย่างกะทันหัน ทำให้คนฟังถึงกับขนลุกซู่
"เกลียด... อะไรคะ?" รินรดาถามเสียงสั่นเล็กน้อย พยายามเบือนหน้าหนีสายตาร้อนแรงที่จ้องมองมา แต่ก็หนีไม่พ้นเมื่อปลายนิ้วอุ่นจัดของเขาแตะเบาๆ ที่คางมน เพื่อบังคับให้เธอกลับมาสบตา
"เกลียดเวลาที่คุณต้องทำหน้าเศร้า หรือต้องยืนสู้คนเดียวทั้งๆ ที่มีผมยืนอยู่ตรงนี้" ตฤณกระซิบชิดริมหีบฝาก เสียงของเขาเต็มไปด้วยความหวงแหนและดุดันในแบบฉบับของคนซึนปากร้ายแต่ใจคลั่งรัก "จำไว้รินรดา... ต่อให้ทั้งโลกจะบอกว่าคุณผิด แต่ถ้าคุณบอกว่าคุณไม่ได้ทำ ผมนี่แหละจะเป็นคนแรกที่จะพลิกแผ่นดินเพื่อพิสูจน์ความจริงให้คุณเอง"
หัวใจของรินรดาราวกับหยุดเต้นไปชั่วขณะ คำพูดดิบๆ แต่จริงใจเกินร้อยจากผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าเย็นชาราวกับน้ำแข็ง ทำให้ขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ความรู้สึกอัดอั้นทั้งหมดทลายลงในพริบตา
เธอกำลังจะอ้าปากเอ่ยแซวเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอายที่กำลังแผดเผาแก้มทั้งสองข้าง ทว่า...
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับที่บานประตูห้องประชุมถูกผลักเปิดออกโดยผู้ช่วยเลขาธิการฝ่ายบริหารที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา
"คุณตฤณคะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ! ระบบเซิร์ฟเวอร์หลักของโปรเจกต์ถูกแฮกจากภายนอก... และตอนนี้ไฟล์ฐานข้อมูลทั้งหมดกำลังถูกลบหายไปต่อหน้าต่อตาค่ะ!"
ตฤณหันขวับไปมองหน้าผู้ช่วยทันที แววตาที่เพิ่งจะอ่อนโยนลงเมื่อครู่กลับแปรเปลี่ยนเป็นความคมกริบและเยียบเย็นดั่งคมมีดในเสี้ยววินาที รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ปมปริศนารอบใหม่กำลังถาโถมเข้ามาซัดใส่พวกเขาอย่างไม่ทันตั้งตัว!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของดรากอนไรเดอร์เสมอนะครับ
เซฟโซนที่ชื่อนายวิศวกร•ตอนที่ 14
การปกป้องที่เงียบเชียบ
ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนที่ชื่อนายวิศวกร นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!