เสียงสัญญาณเตือนสีแดงฉานสาดส่องกระทบกับผนังกระจกใสของห้องควบคุมหลักราวกับเปลวเพลิงที่กำลังลุกลาม บรรยากาศภายในห้องอัดแน่นไปด้วยความตึงเครียดจนแทบจะหยิบจับเป็นรูปธรรมได้ หน้าจอคอมพิวเตอร์นับสิบตัวแสดงกราฟแรงดันลมที่พุ่งทะยานเกินขีดจำกัดความปลอดภัยอย่างน่าใจหาย เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายขึ้นตามขมับของทีมงานเทคนิคที่กำลังรัวนิ้วลงบนแป้นพิมพ์ด้วยความลิบลับ
รินรดายืนเท้าสะเอวอยู่หน้าจอหลัก สายตาคมกริบจ้องมองตัวเลขที่กระพริบเตือนสีแดงก่ำด้วยความไม่สบอารมณ์ เสื้อเชิร์ตสีฟ้าอ่อนยับยู่ยี่เล็กน้อยจากการทำงานข้ามคืนติดต่อกันหลายชั่วโมง เธอกัดริมฝีปากแน่นอย่างใช้ความคิด ท่ามกลางเสียงโต้เถียงกันอื้ออึงของทีมงานเบื้องล่างที่เริ่มแตกตื่นกับวิกฤตหน้างาน
"เราต้องสั่งหยุดระบบระบายอากาศหลักทันทีครับคุณรินรดา! ถ้าปล่อยให้แรงดันสูงขึ้นอีกสิบเปอร์เซ็นต์ ท่อส่งลมโซน C มีหวังระเบิดแน่!" หัวหน้าทีมเทคนิคหันมาตะโกนแข่งกับเสียงสัญญาณเตือน สีหน้าของเขาซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด
"ไม่ได้ค่ะ... เอ๊ย ไม่ได้เด็ดขาด!" รินรดาเผลอหลุดเสียงแข็งใส่ "ถ้าเราตัดระบบตอนนี้ ข้อมูลการทดสอบโหลดของเซิร์ฟเวอร์จะเสียหายทั้งหมด แล้วโปรเจกต์ที่เราเคี่ยวเข็ญกันมาครึ่งปีจะพังทลายลงในพริบตา ทีมอื่นเขาเร่งส่งมอบงานกันหมดแล้ว เราจะมาสะดุดขาตัวเองตายตรงนี้ไม่ได้เป็นอันขาด!"
"แต่ความปลอดภัยของทีมงานหน้างานต้องมาก่อนไม่ใช่หรือครับ!" เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบดังแทรกขึ้นท่ามกลางความโกลาหล น้ำเสียงนั้นทรงพลังและเด็ดขาดจนทุกคนในห้องเงียบกริบลงทันที
รินรดาหันขวับไปมองตามต้นเสียง ร่างสูงโปรดของตฤณก้าวเข้ามาในห้องควบคุมด้วยท่าทีสุขุมนุ่มลึก ดวงตาคมปลาบภายใต้กรอบแว่นสายตาสะท้อนแสงไฟสีแดงจากหน้าจอ ดูดุดันและน่าเกรงขามจนน่าขนลุก เขาสวมเสื้อช็อปวิศวกรสีเข้มแขนพับขึ้นถึงข้อศอกเผยให้เห็นเส้นเลือดปูดโปนเล็กน้อยตามสัญชาตญาณของคนทำงานหนัก
"คุณตฤณ..." รินรดาครางชื่อเขาเบาๆ ในลำคอ แม้ในใจจะโล่งอกที่เห็นเขามาถึง แต่ทิฐิและจุดยืนเรื่องทิศทางของโปรเจกต์ก็ทำให้เธอต้องเชิดหน้าขึ้นสู้ "คุณมาก็ดีแล้ว ช่วยอธิบายให้ทีมงานฟังหน่อยซิว่า คุณยังยืนกรานจะรั้นเดินหน้าการทดสอบบ้าๆ นี่ต่อ ทั้งที่เซิร์ฟเวอร์กำลังจะไหม้อยู่รอมร่อเนี่ยนะ!"
ตฤณหยุดยืนตรงหน้าเธอ ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นอายความเป็นระเบียบและกลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ผสมผสานกับกลิ่นเหงื่อจากการเร่งรีบเดินทางมาหน้างาน ลอยเข้าแตะจมูกจนรินรดาเผลอชะงักไปชั่วขณะ
"ผมไม่ได้รั้น รินรดา" ตฤณเอ่ยเสียงเรียบ แต่แววตากลับลุกโชนด้วยประกายไฟแห่งความดื้อรั้นที่ไม่แพ้กัน "ผมแค่คำนวณความเสี่ยงมาอย่างดีแล้ว และผมไม่ยอมให้ความเหนื่อยยากของทุกคนสูญเปล่าไปกับความตื่นตูมไร้เหตุผลของคุณเด็ดขาด"
"นี่คุณว่าฉันตื่นตูมเรอะ!" รินรดาปรอทแตกทันที เธอก้าวเข้าไปประชิดตัวเขาจนหน้าอกเกือบชนกับอกแกร่ง นิ้วเรียวชี้หน้าเขาอย่างลืมตัว "คุณเห็นตัวเลขบนจอนั่นไหม มันเกินขีดจำกัดความปลอดภัยไปสามสิบเปอร์เซ็นต์แล้วนะคุณวิศวกรผู้แสนจะเพอร์เฟกต์! ถ้าท่อลมระเบิดขึ้นมา ใครจะเป็นคนรับผิดชอบชีวิตคนงานข้างล่าง คุณเหรอ!"
"ผมรับผิดชอบเอง!" ตฤณสวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเขาดังขึ้นพอกัน ดวงตาคมเข้มจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของเธอ "และถ้าคุณใจเย็นลงสักนิดแล้วมองดูโค้ดที่ผมเขียนอัปเดตไปเมื่อสิบนาทีที่แล้ว คุณจะรู้ว่าผมตั้งระบบเซฟตี้วาล์วสำรองไว้รองรับแรงดันส่วนเกินเรียบร้อยแล้ว!"
รินรดากะพริบตาปริบๆ เธอก้มมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ตฤณเอื้อมมือมาเคาะแป้นพิมพ์รัวๆ สองสามครั้ง ภาพกราฟที่เคยพุ่งทะยานสีแดงก่ำค่อยๆ ลดระดับลงอย่างรวดเร็ว แรงดันลมในระบบกลับคืนสู่ภาวะสมดุลภายในเวลาไม่ถึงอึดใจ เสียงสัญญาณเตือนภัยที่หนวกหูเมื่อครู่เงียบลง เหลือเพียงเสียงลมหายใจหอบสะท้านของคนทั้งห้อง
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความตึงเครียดเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นความอับอายผสมความโล่งใจที่ตีรวนขึ้นมาในอก เธอเถียงไม่ออกเมื่อหลักฐานตำตาฟ้องว่าเขารู้เท่าทันและจัดการมันได้ก่อนที่เธอจะสติแตกเสียอีก
"ทีนี้..." ตฤณโน้มตัวลงมาหาเธอ ใบหน้าคมคายโน้มเข้าไปใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดอยู่ข้างแก้ม น้ำเสียงของเขาอ่อนลงแต่ยังคงความดุเจือความตัดพ้อ "เลิกทำตัวเป็นแม่เสือสาวคอยแยกเขี้ยวใส่ผมทุกครั้งที่เกิดเรื่องสักที จะได้ไหมครับคุณหัวหน้างาน... คุณก็รู้ว่าผมเกลียดเวลาที่คุณทำร้ายตัวเองด้วยความเครียดแบบนี้ที่สุด"
คำพูดนั้นทำเอาหัวใจของรินรดาเต้นผิดจังหวะ เธอเบือนหน้าหนีสายตาพราวระยับที่แฝงความห่วงใยจนเกินงามนั้น ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ด้วยความเขินอายที่ถูกจับจุดได้ "ใคร... ใครทำร้ายตัวเอง ฉันแค่ทำหน้าที่ของฉันต่างหากเล่า ถอยไปเลยนะ คนดูอยู่เต็มห้องเนี่ย"
ตฤณไม่ถอย แถมยังขยับเข้ามาใกล้กว่าเดิมจนแผ่นหลังของเธอชนติดกับขอบโต๊ะทำงาน เขายกมือขึ้นวางทับบนโต๊ะกักตัวเธอไว้ตรงกลาง สายตาคมกวาดมองริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่นก่อนจะกระซิบเบาๆ
"เรื่องงานเราเคลียร์กันจบแล้ว แต่เรื่องที่เราเถียงค้างกันไว้เมื่อคืน... ยังไงคุณก็ต้องเคลียร์กับผมให้รู้เรื่อง"
ก่อนที่รินรดาจะได้อ้าปากตอกกลับอะไร ประตูห้องควบคุมก็ถูกเปิดผางออกเสียงดังลั่น พร้อมกับร่างของเมฆา คู่แข่งตัวฉกาจที่ก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มเยาะกวนประสาท บนใบหน้าของเขามีร่องรอยความตื่นตระหนกที่แสร้งทำขึ้นอย่างแนบเนียน
"โอ๊ะ... ขอโทษทีครับ ขัดจังหวะอะไรสำคัญหรือเปล่า พอดีผมเพิ่งได้รับรายงานว่ามีปัญหาร้ายแรงในโปรเจกต์ของพวกคุณ เลยรีบมาดู... แต่ดูท่าทางแล้ว คุณตฤณกับคุณรินรดาคงไม่ได้กำลังแก้ปัญหาเรื่องระบบหรอกมั้งครับ กำลังเคลียร์ 'เรื่องส่วนตัว' กันอยู่มากกว่ามั้ง" เมฆาหัวเราะในลำคอ สายตาดمร้ายมองสลับระหว่างตฤณและรินรดาด้วยความเจ้าเล่ห์
รินรดาผลักอกตฤณเบาๆ เพื่อดันตัวเองออกจากวงล้อม เธอกำลังจะก้าวออกไปเผชิญหน้ากับเมฆา แต่ตฤณกลับเอื้อมมือมาคว้าข้อมือเธอไว้แน่น แรงบีบนั้นไม่เจ็บแต่เด็ดขาดพอที่จะรั้งเธอไว้ข้างกาย สายตาของวิศวกรหนุ่มที่เคยอ่อนโยนเมื่อครู่กลับแปรเปลี่ยนเป็นคมกริบราวกับใบมีดที่พร้อมเชือดเฉือนผู้มาเยือนใหม่
"ถ้ามีเวลาว่างมาเดินสอดรู้สอดเห็นเรื่องของคนอื่น เมฆา..." ตฤณเอ่ยเสียงเย็นเยียบ โดยไม่แม้แต่จะชายตามองคู่แข่ง "เอาเวลาไปตรวจโค้ดระบบความปลอดภัยของทีมตัวเองไม่ให้โดนแฮกข้อมูลรั่วไหลจะดีกว่าไหมครับ... เพราะถ้าข่าวเรื่องข้อมูลรั่วไหลของฝ่ายคุณหลุดไปถึงผู้บริหารตอนนี้ เกรงว่าตำแหน่งหัวหน้าโปรเจกต์ของคุณ อาจจะปลิวหายไปก่อนที่งานนี้จะเริ่มเสียอีก"
เมฆาสะดุ้งเฮือก รอยยิ้มเยาะบนใบหน้าแข็งค้างทันที ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อตฤณโยนแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลแผ่นหนึ่งลงบนโต๊ะตรงหน้า ซึ่งเป็นเอกสารลับแสดงหลักฐานความผิดพลาดร้ายแรงของฝั่งเมฆาที่เพิ่งถูกกู้คืนมาได้เมื่อวินาทีที่แล้ว!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้กันมาตลอดนะครับ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับผม!
เซฟโซนที่ชื่อนายวิศวกร•ตอนที่ 13
รอยร้าวในทีม
ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนที่ชื่อนายวิศวกร นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!