เอกสารในมือของตฤณสั่นไหวเพียงเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะแรงลมจากเครื่องปรับอากาศในห้องประชุม หากแต่เป็นเพราะแรงปะทะทางอารมณ์ที่พุ่งสูงจนเกินกว่าจุดเดือด รินรดายืนกอดอก แววตาของหัวหน้าสาวมั่นรายนี้ไม่ได้ฉายแววหวาดหวั่นต่อความเยียบเย็นที่เขากำลังแผ่ซ่านออกมาเลยแม้แต่น้อย เธอกลับเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ท้าทาย และพร้อมจะชนทุกข้อกังขาที่เขากำลังตั้งคำถาม
"คุณกำลังสงสัยในตัวฉัน หรือกำลังสงสัยในความสามารถของทีมผมกันแน่ครับ คุณตฤณ"
น้ำเสียงของรินรดาไม่ได้ดัง แต่มันบาดลึกและชัดเจนทุกถ้อยคำ ปมปริศนาเรื่องเอกสารลับที่หลุดรอดไปถึงมือเมฆาเมื่อคืนวาน ยังคงเป็นหนามแหลมที่ค้างคาใจวิศวกรหนุ่มไฟแรงผู้ไม่เคยปล่อยให้ความผิดพลาดใดๆ ลอยนวล แต่วิธีการที่เขาเลือกใช้เพื่อเค้นความจริง กลับเป็นการตั้งกำแพงสูงลิบและสาดคำพูดที่ไร้ความปรานีใส่คนที่เขาเคยเกือบจะเปิดใจให้สัมผัส
ตฤณหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขันโดยสิ้นเชิง ดวงตาคมกริบดั่งคมมีดจดจ้องร่างบางตรงหน้า ราวกับต้องการจะทะลวงเข้าไปอ่านความคิดที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังดวงตากลมโตคู่นั้น
"ความสามารถ? ถ้าความสามารถของคุณมันหมายถึงการปล่อยให้ข้อมูลสำคัญของโปรเจกต์หลุดไปถึงมือคู่แข่งอย่างง่ายดายแบบนั้น ผมคงต้องทบทวนใหม่นะครับว่าตำแหน่งหัวหน้าทีมที่คุณถืออยู่ มันได้มาด้วยความสามารถจริงๆ หรือเพราะเหตุผลอื่นกันแน่"
เพล้ง!
ประโยคที่พ่นออกมาจากความหึงหวงและความระแวงที่ผสมปนเปกันจนยุ่งเหยิง กลับกลเป็นอาวุธร้ายที่ทำลายความรู้สึกในเสี้ยววินาที รินรดานิ่งงังไปชั่วขณะ หัวใจกระตุกวูบ ความรู้สึกชาหนึบลามเลียจากปลายนิ้วขึ้นมาถึงหน้าอก เธอมองหน้าผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้า—ผู้ชายที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเซฟโซนอันอบอุ่นยามที่เธอเหนื่อยล้า แต่ในเวลานี้ เขากลับกลายเป็นคนแปลกหน้าที่พร้อมจะเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอด้วยคำพูดเพียงไม่กี่คำ
"คุณพูดว่าอะไรนะ..." รินรดาเค้นเสียงถาม เสียงของเธอสั่นพร่าเล็กน้อยอย่างควบคุมไม่อยู่ แม้พยายามจะรักษาความแข็งกร้าวไว้แค่ไหนก็ตาม "คุณคิดว่าฉันเอาข้อมูลไปขายให้เมฆาอย่างนั้นเหรอ คุณคิดว่าฉันเป็นคนแบบนั้นจริงๆ งั้นสิ ตฤณ!"
"ผมยังไม่ได้พูดชื่อใครออกไปเลยนะครับ แต่ถ้าคุณร้อนตัวขนาดนี้... มันก็คงแปลว่าสิ่งที่ผมคิด อาจจะใกล้เคียงกับความจริงมากเกินไปสินะครับ" ตฤณสวนกลับด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่เชือดเฉือน ความซึนเดชาและทิฐิที่ค้ำคอทำให้เขาเลือกที่จะใช้กำแพงความเย็นชาปกป้องหัวใจตัวเอง โดยลืมไปว่าคมมีดแห่งวาจานั้นกำลังกรีดแทงหัวใจของผู้หญิงที่เขากำลังคลั่งรักอย่างบ้าคลั่ง
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องประชุมกว้าง ท่ามกลางบรรยากาศที่อึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความผิดหวัง ความเสียใจ และความโกรธโถมเข้าใส่จนขอบตาร้อนผ่าว แต่เธอจะไม่ยอมร้องไห้ต่อหน้าผู้ชายใจร้ายคนนี้เด็ดขาด
"ถ้าคุณมีความคิดที่สกปรกและมองคนอื่นในแง่ลบขนาดนี้ ก็เชิญอยู่ในโลกที่เต็มไปด้วยความระแวงของคุณคนเดียวเถอะค่ะ!" รินรดาเปลี่ยนสรรพนามทันที ความห่างเหินถูกขีดเส้นกั้นขึ้นอย่างชัดเจน เธอคว้าแฟ้มเอกสารของตัวเองมากอดไว้แนบอก "โปรเจกต์นี้ ฉันขอถอนตัวจากการทำงานร่วมกับคุณ!"
พูดจบ รินรดาก็หันหลังเดินจ้ำอ้าวตรงไปยังประตูห้องประชุมทันที ไหล่บางที่สั่นน้อยๆ บ่งบอกว่าเธอกำลังอดกลั้นความรู้สึกไว้มากแค่ไหน ตฤณยืนนิ่งค้าง มือหนาที่กำหมัดแน่นข้างลำตัวสั่นระริก ความรู้สึกเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาในอกเมื่อเห็นแผ่นหลังนั้นเดินห่างออกไป สมองสั่งให้เขาเอաբาคาร่าหรือรั้งเธอไว้ แต่ทิฐิและคำว่าฟอร์มจัดกลับตรึงร่างของเขาไว้กับที่
*อย่าไป...* เสียงในใจตะโกนร้อง แต่มันดังอยู่แค่ในอก ปากเจ้ากรรมกลับปิดสนิท ปล่อยให้โอกาสที่จะรั้งเธอดับสลายไปพร้อมกับเสียงประตูกระจกที่ปิดลงอย่างแรง
ปัง!
เสียงปิดประตูดังสะท้อนก้องไปทั่วห้อง ตฤณทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงานอย่างคนหมดแรง เขายกมือขึ้นเสยผมลวกๆ ด้วยความหงุดหงิด and โกรธตัวเอง เปลวไฟแห่งความร้อนรุ่มแผดเผาจนเขาแทบคลั่ง เขาไม่ได้ตั้งใจจะพูดจาทำร้ายจิตใจเธอแบบนั้น แต่ภาพที่รินรดายืนคุยกับเมฆาอย่างสนิทสนมเมื่อวานมันยังคงฝังอยู่ในหัว จนความหึงหวงครอบงำเหตุผลทั้งหมด
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่รู้ ตฤณยังคงนั่งจมอยู่กับความเงียบและความมืดสลัวที่เริ่มคืบคลานเข้ามาในห้องประชุม เนื่องจากดวงอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำลง จนกระทั่งเสียงฝีเท้าหนักๆ ก้าวเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงานของเขา
ตฤณเงยหน้าขึ้นด้วยแววตาที่ยังคงคุกรุ่นไปด้วยความหراดระแวงและความหงุดหงิด คิดว่าคงเป็นเลขาหรือพนักงานสักคนเข้ามาตามเรื่องงาน แต่ทว่า... บุคคลที่ยืนอยู่ตรงหน้ากลับไม่ใช่คนที่เขากำลังรอคอย
เมฆายืนยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เคลือบไปด้วยความเจ้าเล่ห์และคราบน้ำมือของผู้ชนะ วิศวกรหนุ่มคู่แข่งกอดอกมองตฤณด้วยแววตาสสมเพชเวทนาแก Pนเยาะเย้ยในที
"ดูท่าทางคุณกับคุณรินรดาจะตกลงเรื่องงานกันไม่ค่อยลงตัวสินะครับ ถึงได้ทำให้คนเก่งๆ อย่างเธอต้องเดินร้องไห้ออกมาจากห้องแบบนั้น" เมฆาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกวนประสาท
ตฤณลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันมหาศาลแผ่พุ่งออกจากร่างของวิศวกรหนุ่มทันที แววตาที่เยียบเย็นในตอนแรกแปรเปลี่ยนเป็นความดุดันราวกับพยัคฆ์ร้ายที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อ "นายมาทำอะไรที่นี่ เมฆา"
"ผมก็แค่แวะเอาเอกสารสำคัญมาส่ง... อ้อ ไม่ใช่สิ" เมฆายิ้มกริ่ม ควักซองเอกสารสีน้ำตาลแผ่นคุ้นตาออกมาวางบนโต๊ะ "ความจริงคือ ผมเอา 'หลักฐาน' ชิ้นสำคัญที่จะพิสูจน์ว่า ใครกันแน่ที่เป็นคนขายข้อมูลโปรเจกต์นี้ให้ผม... มาให้คุณดูต่างหากล่ะครับ"
ตฤณชะงัก สายตาคมกวาดมองซองเอกสารบนโต๊ะสลับกับใบหน้ายิ้มแย้มของเมฆา หัวใจกระตุกวูบอย่างรุนแรงเมื่อสังเกตเห็นลายมือที่คุ้นเคยปรากฏอยู่บนหน้าซองเอกสารนั้น... ลายมือของรินรดา!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "ดรากอนไรเดอร์" มาโดยตลอดนะครับ
เซฟโซนที่ชื่อนายวิศวกร•ตอนที่ 15
คำพูดที่ไม่เข้าหู
ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนที่ชื่อนายวิศวกร นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!