กลิ่นกาแฟดำคั่วเข้มตีขึ้นจมูก ทว่ามันไม่อาจกลบความตึงเครียดที่ลอยเคคว้างอยู่ในห้องประชุมเล็กชั้นสี่ของไซต์งานได้เลย
ตฤณชะงักค้าง นัยน์ตาคมกริบกวาดมองซองเอกสารสีน้ำตาลบนโต๊ะสลับกับใบหน้ายิ้มแย้มอย่างผู้เหนือกว่าของเมฆา หัวใจของวิศวกรหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าเยือกเย็นและเป๊ะทุกระเบียดนิ้วกลับกระตุกวูบอย่างรุนแรงจนน่ากลัว เมื่อสังเกตเห็นลายมืออันเป็นเอกลักษณ์ ปรากฏเด่นชัดอยู่บนมุมซองเอกสารนั้น... ลายมือของรินรดา
"แปลกใจล่ะสิครับคุณตฤณ" เมฆาเอ่ยด้วยน้ำเสียงกึ่งเยาะกึ่งชื่นชม รอยยิ้มมุมปากของคู่แข่งคนสำคัญไม่ได้ปิดบังความเจ้าเล่ห์เลยแม้แต่น้อย "ผมเองก็แปลกใจเหมือนกัน ที่คนเก่งระดับคุณรินรดา ยอมเอาข้อมูลดีไซน์โครงสร้างเฟสแรกมาแลกเปลี่ยนกับทางเรา เพื่อแลกกับการรักษาโปรเจกต์ส่วนตัวของเธอไว้... ว่าแต่ คุณในฐานะหัวหน้าทีมและ... เอ่อ คนสนิท ไม่รู้เรื่องนี้เลยเหรอครับ?"
คำพูดนั้นบาดลึกราวกับใบมีดที่กรีดลงบนกลางใจ ตฤณไม่สนใจรอยยิ้มกวนประสาทของเมฆา สายตาของเขาถูกตรึงไว้กับลายมือของหญิงสาวที่เขาเพิ่งร่วมงานและร่วมเผชิญปัญหามาด้วยกันตลอดหลายสัปดาห์ รินรดาไม่มีทางทำลายโปรเจกต์นี้... เขารู้จักเธอดียิ่งกว่าใคร เธอไม่ใช่คนที่จะทรอ์ยความตั้งใจของตัวเองเพื่อแลกกับอะไรทั้งสิ้น แต่ภาพหลักฐานที่ปรากฏตรงหน้ามันตบหน้าเขาฉาดใหญ่ ความเงียบงันปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ ราวกับอากาศในห้องถูกสูบออกจนหมดสิ้น
"เก็บข้าวของแล้วไสหัวออกไปซะ เมฆา"
เสียงทุ้มต่ำที่ลอดผ่านไรฟันไม่ได้ดัง แต่กลับเต็มไปด้วยแรงกดดันมหาศาล ตฤณเงยหน้าขึ้น นัยน์ตาดำสนิทคู่นั้นเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกจนเมฆาเผลอหุบยิ้ม
"ผมเอาเอกสารมาส่งตามหน้าที่..."
"ผมบอกให้ไสหัวไป!" ตฤณตบโต๊ะเสียงดังสนั่นจนซองเอกสารสะเทือน รังสีอำมหิตแผ่ซ่านรอบกายวิศวกรหนุ่มผู้รักความสมบูรณ์แบบจนถึงขีดสุด เมฆายักไหล่ด้วยความหมั่นไส้แต่ก็ยอมถอยออกไปอย่างเสียไม่ได้ เมื่อรู้ดีว่าหากกวนโมโหมากกว่านี้ เสือที่กำลังหลับใหลตัวนี้อาจจะขย้ำเขาจริงๆ
ทันทีที่ประตูห้องประชุมปิดลง ตฤณทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ มือหนากำซองเอกสารนั้นแน่นจนกระดาษยับยู่ยี่ ความโกรธเกรี้ยววูบหนึ่งแผดเผาในอก แต่สิ่งที่ชัดเจนยิ่งกว่าคือความเจ็บแปลบที่แล่นริ้วขึ้นมาในใจ... เธอทำแบบนี้ทำไม รินรดา?
ปึง!
ประตูห้องประชุมถูกผลักเปิดออกอีกครั้งอย่างแรง ร่างบางของคนที่เขากำลังคิดถึงยืนหอบหายใจจนอกกระเพื่อม ใบหน้าหวานซีดเผือด แว่นตาแฟชั่นเกือบจะหลุดร่วงจากสันจมูก ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแววตื่นตระหนกอย่างปิดไม่มิด เมื่อกวาดสายตามาเห็นซองเอกสารในมือของเขา
"ตฤณ... คุณ..." รินรดาอ้าปากค้าง เสียงสั่นพร่า
ตฤณค่อยๆ ลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้าไปหาเธอทีละก้าวอย่างคุกคาม ความเย็นชาถูกดึงกลับมาสวมทับใบหน้าคมคายเพื่อปิดบังร่องรอยความเจ็บปวดภายใน "ตามหาผมเหรอครับ คุณหัวหน้าทีม หรือว่ากลัวว่าหลักฐานการหักหลังมันจะไปไม่ถึงมือผม?"
"ไม่ใช่แบบนั้นนะ!" รินรดารีบปฏิเสธทันควัน สองมือเรียวเอื้อม0จะคว้าแขนเขาแต่ชะงักค้างกลางอากาศเมื่อสบเข้ากับสายตาแข็งกร้าวที่ส่งมา "ฉันไม่ได้เอาให้เขา... ซองนั้นมัน..."
"ลายมือคุณชัดเจนขนาดนี้ ยังจะกล้าปฏิเสธอีกเหรอครับรินรดา!" ตฤณยกระดับเสียงขึ้นเล็กน้อย ความอดทนที่สั่งสมมานานพังทลายลงในพริบตา "ผมเชื่อใจคุณ ให้เกียรติคุณในฐานะพาร์ทเนอร์ แต่สิ่งที่คุณทำคือการเอาความเหนื่อยยากของทุกคนไปแลกกับผลประโยชน์ส่วนตัวเนี่ยนะ คุณเห็นโปรเจกต์นี้เป็นอะไร เป็นสนามเด็กเล่นรึไง!"
"ฉันบอกว่าไม่ใช่ไงเล่า!" รินรดาเองก็หมดความอดทนเช่นกัน ดวงตาคู่สวยแดงก่ำด้วยความคับแค้นใจ น้ำตาคลอเบ้าแต่เธอพยายามกะพริบไล่ความอ่อนแอออกไปอย่างสุดชีวิต "ถ้าฉันจะขายข้อมูล ฉันคงไม่เก็บมันไว้ในลิ้นชักที่โต๊ะทำงานหรอก! เมฆามันเข้ามาค้นโต๊ะฉันตอนที่ฉันไม่อยู่ต่างหาก!"
ตฤณชะงัก ก้อนเนื้อในอกกระตุกวูบอีกครั้งเมื่อได้ยินคำอธิบายนั้น สมองอันชาญฉลาดของวิศวกรหนุ่มเริ่มประมวลผลเหตุการณ์ทั้งหมดอย่างรวดเร็ว ช่องโหว่ในระบบรักษาความปลอดภัยของออฟฟิศ การหายตัวไปอย่างไร้รอยต่อของเมฆา และรอยยิ้มมีเลศนัยเมื่อครู่... ทุกอย่างต่อกันติดเป็นภาพความจริงที่น่ารังเกียจ
"คุณ... โดนมันเล่นงานสินะครับ" น้ำเสียงของตฤณอ่อนลงทันที ความโกรธเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกผิดที่แล่นพล่านในอก เขาเผลอใช้อารมณ์ตัดสินเธอก่อนอีกแล้ว
"ใช่ ฉันโง่เองที่ระวังตัวไม่พอ" รินรดาแค่นหัวเราะทั้งน้ำตา เธอเบือนหน้าหนีไม่อยากให้เขาเห็นความอ่อนแอในวินาทีนี้ "แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามานั่งโทษใครนะตฤณ โปรเจกต์เฟสแรกกำลังจะพังเพราะข้อมูลดีไซน์ถูกดัดแปลง ถ้าเราส่งมอบงานตามพิมพ์เขียวที่อยู่ในซองนั้นให้กรรมการตรวจรับในวันพรุ่งนี้ ทีมเราจบเห่แน่ โดนฟ้องข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์และการออกแบบแน่ๆ"
ความวิกฤตพุ่งชนขีดสุดในเวลาเพียงไม่กี่นาที ข้อมูลโครงสร้างทางวิศวกรรมที่ถูกสลับตัวคือหัวใจสำคัญของโปรเจกต์มูลค่าหลายร้อยล้าน หากส่งผิดพลาดแม้แต่มิลลิเมตรเดียว ความพินาศจะมาเยือนทั้งบริษัทและอนาคตการทำงานของพวกเขา
ตฤณสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติกลับคืนมา เขามองหญิงสาวตรงหน้าที่กำลังยืนตัวสั่นด้วยความเครียด ความรู้สึกปกป้องพวยพุ่งขึ้นมาเหนือเหตุผลอื่นใดทั้งหมด
"เราจะแก้มันครับ" ตฤณก้าวเข้าไปประชิดตัวเธออย่างรวดเร็ว จนรินรดาต้องถอยหลัง1ก้าว1จนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ เขาใช้มือข้างหนึ่งยันกำแพงกักตัวเธอไว้ในพื้นที่แคบๆ โน้มใบหน้าลงไปกระซิบชิดริมหูด้วยน้ำเสียงจริงจังและทรงพลัง "ในเมื่อข้อมูลต้นฉบับอยู่ในหัวผม และดีไซน์โครงสร้างทั้งหมดคุณเป็นคนตรวจทานกับผมมากับมือ... เรามีเวลาถึงเช้าวันพรุ่งนี้ คืนนี้ทั้งคืน... เราจะรื้อโครงสร้างทั้งหมดขึ้นมาใหม่ด้วยกัน"
รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวอย่างไม่เป็นจังหวะ ไม่ใช่เพราะความกลัวต่อวิกฤตตรงหน้า แต่เป็นเพราะไออุ่นจากร่างกายของเขาที่แผ่ซ่านเข้ามา และแววตาที่แน่วแน่จริงจัง ไม่มีร่องรอยของการกล่าวโทษอีกต่อไป มีเพียงความเชื่อมั่นที่ฉายชัดอยู่ในนัยน์ตาคู่นั้น
"แต่... มันเป็นไปไม่ได้หรอกตฤณ งานระดับนั้นต้องใช้เวลาเป็นอาทิตย์นะ" เสียงเธอลดระดับลงเหลือเพียงกระซิบ
"ไม่มีคำว่าเป็นไปไม่ได้สำหรับวิศวกรที่ชื่อตฤณครับ" เขาเอ่ยด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจ เป็นรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจคนมองอุ่นวาบขึ้นมาอย่างประหลาด "ยกเว้นแต่ว่า... หัวหน้าทีมคนเก่งจะยอมแพ้ซะก่อน?"
"ฉันไม่เคยยอมแพ้อะไรทั้งนั้นแหละ!" รินรดาเชิดหน้าขึ้น ปากเก่งสวนกลับทันควันตามนิสัย แม้หัวใจจะเต้นแรงจนแทบทะลุออกมานอกอกเมื่อใบหน้าของเขาอยู่ใกล้เธอแค่คืบ "ถ้าคุณกล้าลุย ฉันก็ไม่กลัวที่จะอยู่หน้างานเป็นเพื่อนคุณหรอก!"
"ดีมากครับ งั้นเรามาเริ่มบทเรียนราคาแพงบทนี้ด้วยกัน..." ตฤณโน้มใบหน้าลงไปกระซิบใกล้ริมฝีปากเธอยิ่งขึ้น จนลมหายใจอุ่นร้อนปัดผ่านแก้มเนียน "แต่ก่อนจะเริ่มแก้โปรเจกต์... คุณต้องตอบคำถามผมมาก่อนข้อหนึ่ง"
รินรดาขมวดคิ้วอย่างสงสัย "ถามอะไรตอนนี้เล่า?"
"ทำไม..." ตฤณเว้นจังหวะ สายตาคมกวาดมองริมฝีปากนุ่มสลับกับดวงตาคู่สวย "เวลาที่คุณตกอยู่ในวิกฤต คนแรกที่คุณวิ่งมาหา... ถึงเป็นผม?"
ประโยคนั้นทำให้รินรดาชะงักค้าง สมองขาวโพลน คำแก้ตัวที่เตรียมไว้หายวับไปกับตา ใบหน้าหวานร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ หัวใจเต้นรัวระรัวยิ่งกว่าตอนรู้ว่าโดนขโมยข้อมูลเสียอีก เธอกำลังจะอ้าปากเถียงเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอาย ทว่า...
แอ๊ด...
เสียงเปิดประตูกระจกด้านนอกดังขึ้นแผ่วเบา พร้อมกับเงาร่างสูงโปร่งของบุคคลที่สามที่ก้าวเข้ามาพร้อมเอกสารชุดใหม่ในมือ โดยไม่ทันให้ทั้งคู่ได้ตั้งตัว!
"ขอโทษทีครับคุณตฤณ พอดีผมลืม..."
ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านตอนนี้นะครับ แล้วมาลุ้นระทึกกับบททดสอบหัวใจในตอนต่อไปด้วยกันครับ
เซฟโซนที่ชื่อนายวิศวกร•ตอนที่ 16
บทเรียนจากความผิดพลาด
ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนที่ชื่อนายวิศวกร นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!